แม้หลายคนอาจจะไม่เชื่อคำทำนายของนักพยากรณ์อนาคตโลกผู้ล่วงลับรายนี้แต่เมื่อมองกลับมายังโลกปัจจุบัน มวลมนุษยชาติคงรู้สึกหวั่นๆ
กับคำทายดังกล่าวเหมือนกัน เพราะขณะนี้ดาวโลกกำลังตกอยู่ในสภาวะการณ์ โรคระบาด หลากหลายเผ่าพันธุ์ด้วยกัน
จากการสัมมนาวิชาการเรื่อง โรคติดต่อที่ท้าทายในศตวรรษที่ 21 ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ระดมบรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ทั้งแพทย์ สัตวแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการจากองค์การอนามัยโลก สาธารณสุขกรมปศุสัตว์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าพันธุ์พืช กรมแพทย์ทหารบก ผู้บริหาร คณาจารย์จากคณะแพทย์ศาสตร์ สัตวแพทย์ศาสตร์ เข้าประชุมกว่า 700 คน ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคระบาดที่น่าสะพรึงกลัวแห่งศตวรรษที่ 21 เอาไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว
นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เจ้าภาพจัดงานสัมมนา ได้ให้ข้อมูลสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบันว่า ขณะนี้วงการสาธารณสุขทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนอย่างมาก
องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ในศตวรรษที่ 21 นี้ ทั่วโลกจะเผชิญกับโรคติดต่อเชื้อต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งโลกที่เกิดขึ้นใหม่และโรคติดต่อเชื้อเก่าที่หวนกลับมากำเริบอีก ซึ่งมีมากกว่า 180 โรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อที่มาจากสัตว์สู่คนจัดเป้นโรคที่มีอันตรายร้ายแรง ก่อให้เกิดความวิตกไปทั่วโลก
โรคระบาดที่เกิดขึ้นมาแล้วคือ โรคซาร์ส หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่ระบาดในประเทศจีนเมื่อปี 2546 โรคไข้สมองอักเสบนิปาห์ในประเทสมาเลเซีย และบังกลาเทศ และโรคไข้หวัดนกที่ระบาดอยู่ในภูมิภาคเอเชียในขระนี้ก้ยังไม่สามารถควบคุมระบาดได้ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษญกิจและวิถีชีวิตของประชาชนมาก คระผู้เชี่ยวชาญได้คาดการณ์ว่าโรคบางโรคที่มีการระบาดรวดเร็วและเป็นเชื้อที่มีความรุนแรงแล้ว อาจพลิกผันให้ประชาชนบนพื้นโลกเข้าสู้สภาวะวิกฤติเพียงชั่วข้ามคืน
สาเหตุของการเกิดโรคติดต่อที่มีความรุนแรงนั้น นพ.ธวัชบอกว่า เป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งแวดล้อม พฤติกรรมของคน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การคมนาคมขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว จึงทำให้โรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นใหม่กลายเป็นปัญหาท้าทายในศตวรรษนี้ ซึ่งต้องอาศัยยุทธศาสตร์และการวางแผนที่ดีและระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการมีส่วนร่วมทุกภาค รวมทั้งการศึกษาวิจัยองค์ความรู้ใหม่ให้ทันโรค การประสานความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อสร้างระบบเตือนภัยโรคร่วมกัน
โรคติดเชื้อที่ต้องรับมือแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่
กลุ่มโรคติดต่อใหม่ ที่เกิดในภูมิภาคอื่นและมีศักยภาพสูงที่จะแพร่ระบาดเข้าสู่ไทย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานในประเทศไทย ซึ่งมีอยู่ 10 โรค เช่น โรคซาร์ส ไข้เลือดออกอีโบลาและไข้เลือดออกมาร์เบิร์กจากแอฟริกา ไข้ลัสสา มีหนูเป็นพาหนะ ฮันตาไวรัสที่พบที่จีนและเกาหลี โรควัวบ้า ไข้เหลือง ไข้ลิฟต์วัลเล่ที่พบในอียิปต์และแอฟริกาใต้ เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 เป็นโรคที่พบในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่มีโอกาสระบาดสูง เช่น ไข้หวัดนก อหิวาตกโรค ไข้กาฬหลังแอ่น กาฬโรค โรคมือเท้าปาก ไข้สมองอักเสบนิปาห์
กลุ่มที่ 3 คือเชื้อโรคที่ถูกนำมาทำอาวุธชีวภาพ ซึ่งจะเลือดเชื้อที่มีการทำให้อำนาจการทำลายล้างสูงมาก ทนสภาพแวดล้อมได้ดี และทำให้แพร่กระจายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ ได้แก่ ฝีดาษ แอนแทรกซ์ โรคโมลิออยโดซีส ไข้เลือดออกมาร์เบิร์ก รวมทั้งไข้หวัดนกและ ซาร์ส ก็ถูกคาดเดาว่าอาจมีคนนำมาใช้เป็นอาวุธสงครามชีวภาพในอนาคตได้
สำหรับมาตราการเตรียมความพร้อมที่กรมควบคุมโรควางกลยุทธ์ไว้เพื่อป้องกันโรคเหล่านี้ คือการสร้างเครือเข่ายศูนย์รวมการจัดการองค์ความรู้และเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคเชิงรุกที่เข้มแข็ง มีการประสานเครือข่ายการความคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐานทั้งในสัตว์และคน การใช้ทรัพยากรและปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการควบคุมโรคให้กับท้องถิ่น ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการควบคุมโรค และขยายความรู้เรื่องโรคติดต่อในท้องถิ่นเข้าสู่โรงเรียน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรค
หรือว่าคำทำนายของนอสตราดามุสจะเป็นจริง !
ถึงแม้ว่าที่ผ่านๆ มานอสตราดามุสจะทำนายถูกมาหลายเรื่อง
แต่อาจจะมีสักเรื่องหนึ่งที่คำทำนายคลาดเคลื่อนก็เป็นได้ หากมวลมนุษยชาติหยุดการทำลายล้างและหันมาต่อกรกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นร่วมกัน
วันนี้พ่อแม่ต้องเริ่มต้นปลูกฝังเรื่องรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับลูกๆ เพื่อว่าในอนาคตจะได้โตขึ้นโดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติที่มีอยู่
เหมือนเช่นที่วันนี้ธรรมชาติกำลังลงโทษทุกอาณารยประเทศอยู่.
(update 3 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.151 February 2006 ]
|