ฝนตกบ้านน้อง ฟ้าร้องบ้านพี่ ระวังให้ดี ฟ้าผ่า


ยามฝนตกหนัก ฟ้าร้องครืนๆ เมฆดำลอยต่ำ มองไปก็เห็นฟ้าแลบแปล๊บๆ นั่นเหมือนสัญญาณที่บอกว่า สักครู่จะต้องมีรายการฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ ตามมาอย่างแน่นอน

ฟ้าผ่าเกิดจากความแตกต่างของประจุไฟฟ้าบนก้อนเมฆกับพื้นดินทำให้ประจุลบวิ่งลงพื้น เกิดประกายแสงและความร้อนรุนแรง พลังอันรุนแรงของฟ้าผ่านั้นเทียบเท่ากับกระแสไฟฟ้าหลายล้านโวลต์!

ไม่น่าเชื่อนะครับว่า เด็กไทยจะต้องมาสูญเสียชีวิตจากฟ้าผ่าปีละหลายคน ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ศึกษาการตายของเด็ก จากอุบัติเหตุเป็นระยะเวลา 4 ปี และรายงานไว้ว่า มีการตายจากฟ้าผ่าถึง 52 ราย คิดเป็นปีละ 13 ราย!! ทั่วโลกในแต่ละปีมีรายงานการตายจากฟ้าผ่าทั้งผู้ใหญ่และเด็กมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งมากกว่าพายุเฮอริเคนเสียอีก

ในยามฝนตกฟ้าคะนองจะมีความเสี่ยงการถูกฟ้าผ่า แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้จุดฝนตกก็มีโอกาสเกิด ให้นับระยะเวลาตั้งแต่เห็นฟ้าผ่าจนถึงได้ยินเสียงฟ้าร้อง ถ้าห่างกันน้อยกว่า 20 วินาที จะหมายถึงระยะทางน้อยกว่า 4 ไมล์ ซึ่งยังอยู่ในรัศมีที่อาจถูกลูกหลงได้

ดังนั้นต้องสอนลูกว่า...
  • ในยามฝนฟ้าคะนองอย่าไปอยู่ในที่โล่งแจ้ง เช่น กลางสนามหญ้า ทุ่งนาชายทะเล ใต้ต้นไม้สูง หรือใกล้รั้วที่ขึงด้วยลวดหนาม แม้แต่บริเวณกำแพงในที่โล่งก็อย่ายืนใกล้

  • ควรหลบไปอยู่ในที่ร่ม เช่น ในบ้าน ในศูนย์การค้า ในรถที่ปิดกระจกทุกบานแล้วในอาคารที่มีสายล่อฟ้า หรือในถ้ำ (กรณีที่ไปท่องป่า) แล้วก็อย่าเพิ่งรีบออกมาซะล่ะครับ ให้รออยู่ในที่ปลอดภัยนั้นจนกว่าฝนฟ้าจะสงบ

  • แต่หากขณะนั้นหาที่ร่มไม่ได้ ก็ให้เลือกต้นไม้เตี้ยๆ ทึบๆ แล้วเข้าไปนั่งหลบไว้ก่อน นั่งลง และคุกเข่าหรือเก็บขากับเท้าให้ชิดกับหน้าอก โดยโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วกอดขาไว้ อย่าให้มีวัตถุโลหะที่นำไฟฟ้าในตัว ในกระเป๋ากางเกงนะครับ

  • ในวันฝนตกฟ้าคะนองควรตรวจเช็คทันทีครับ ว่าตัวของเรานั้นได้ประดับประดาไปด้วยวัสดุโลหะ เช่น แหวน เข็มขัด กำไล สายสร้อย ฯลฯ ที่ทำจากทองเหลือง ทองแดง เงิน นาก หรือไม่ ? ถ้ามีก็ควรถอดทิ้ง หรือเอาไปเก็บไว้ไกลตัว เพราะเหล่านี้ล้วนเป็นสื่อล่อสายฟ้าเป็นอย่างดี

  • หากอยู่ในบ้าน ในวันที่ฟ้าร้องฟ้าผ่าเพื่อความไม่ประมาท ไม่ควรเปิดทีวี เปิดคอมพิวเตอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าใด แม้แต่จะอาบน้ำก็ไม่ควรเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น อย่าอยู่ใกล้ท่อน้ำที่เป็นโลหะ และอย่าอยู่ใกล้หน้าต่าง

  • ใครชอบดูหนังคงจะจำฉากสวยๆ ในหนัง ทั้งในหนังจีนไทยหรือฝรั่ง หลายๆ เรื่องที่จะมีฉากที่พระเอก หรือนางเอกยืนโทรศัพท์ในตู้สาธารณะขณะที่ฟ้าฝนกำลังคำราม ดูแล้วช่างซาบซึ้งโรแมนติก แต่ต้องบอกลูกๆ ด้วยว่าอย่าเลียนแบบโดยเด็ดขาด ตู้โทรศัพท์ไม่ควรใช้เป็นที่หลบฝน กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าจะสามารถผ่านสายโทรศัพท์สู่ผู้ใช้ได้

    โทรศัพท์มือถือก็มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวล่อฟ้าผ่าได้ มีรายงานจากประเทศจีนเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2547 ว่าเกิดฟ้าผ่านักท่องเที่ยวที่อยู่บนกำแพงเมืองจีนส่วนที่ห่างจากปักกิ่ง 50 กิโลเมตร มีนักท่องเที่ยวเจ็บพร้อมกัน 15 คน สาเหตุเกิดเนื่องมาจากมีนักท่องเที่ยวอาวุโสท่านหนึ่งใช้โทรศัพท์มือถือขณะครึ้มฟ้าครึ้มฝน มีฟ้าแลบแปล๊บๆ ขณะฮัลโหลอยู่ชั่วครู่ฟ้าเลยผ่าเปรี้ยงเข้าให้ ที่เกาหลีมีรายงานคนเสียชีวิตสองรายจากฟ้าผ่าโทรศัพท์มือถือ รายหนึ่งเกิดขณะคุยโทรศัพท์อยู่ อีกรายถูกฟ้าผ่าตายขณะอยู่กลางทุ่ง สงสัยว่า โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเป็นตัวล่อฟ้าหรือไม่ ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ??

    สรุปว่าในขณะฝนตกหรือเห็นฟ้าผ่าจากจุดที่ไกลออกไปไม่เกินสี่ไมล์ (ได้ยินฟ้าร้องตามหลังน้อยกว่า 20 วินาที) และเรากำลังอยู่ในที่โล่งแจ้ง ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือครับ!

  • หากกำลังเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำ ไม่ว่าจะในทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หรือสระว่ายน้ำ ควรรีบขึ้นบกทันที แล้วไปหลบในที่ร่ม รีบเช็ดตัวให้แห้ง และใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น อย่าปล่อยตัวให้เปียกชื้น นอกจากอาจเป็นไข้หวัด มีอาการหนาวสั่นหรือหากเผอเรอไปกดออดหน้าบ้านทั้งที่ตัวยังเปียก ก็มีโอกาสโดนไฟดูดล่ะครับ

  • หากกำลังซ้อมฟุตบอลแล้ว คุณครูไม่ยอมให้เลิก ลูกท่านต้องคุยกับคุณครูครับว่าในปี 1998 ที่ประเทศคองโก ทีมฟุตบอลทั้งทีม 11 คนถูกฟ้าผ่าตายเรียบพร้อมกัน ชีวิตนักกีฬาเป็นความรับผิดชอบของโค้ชครับ!

ฝนตก ขับรถส่งลูกอย่างไรให้ปลอดภัย ?

ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่กำลังขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน ขับรถพาลูกกลับบ้าน หรือพาเด็กๆ ไปธุระไปท่องเที่ยวที่ใด หากฝนตกเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาซ้ำฟ้าร้องอยู่ครืนๆ ก็คงจะทำให้เราหนักใจไม่น้อยเลย

แต่ก็พอมีหนทางเพื่อความปลอดภัยดังนี้ครับ
1. ไปจอดรถในปั๊มน้ำมัน จอดใกล้ป้อมตำรวจ หรือจำเป็นจริงๆ ก็จอดชิดข้างทาง แล้วเปิดไฟกะพริบ ล็อกรถให้เรียบร้อย รอจนฝนฟ้าเริ่มซา จึงค่อยออกรถไปต่อ

2. หากจำเป็นต้องฝ่าสายฝนออกไป ก็ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง เปิดไฟหน้ารถ แล้วค่อยๆ ขับไปอย่างช้าๆ เพราะในยามฝนตกนั้นทัศนวิสัยก็ย่ำแย่อยู่แล้ว แถมคราบน้ำมัน ฝุ่น เศษดินเศษใบไม้เปียกๆ และขี้โคลนบนถนน เมื่อรวมตัวเข้ากับน้ำฝนที่เทลงมา ก็ยิ่งทำให้พื้นถนนเละ และลื่นกว่าปกติมาก อีกทั้งประสิทธิภาพของเบรกและเกียร์ก็ลดลง

ถ้าขับรถไปแล้วเกิดลื่นไถล จงอย่าเหยียบเบรกพรืดทันที เพราะอาจทำให้เสียการทรงตัวจนคว่ำ หรือหมุนติ้วจนยากจะควบคุม

วิธีแก้ไขคือ ให้ถอนเท้าออกจากคันเร่ง พยายามควบคุมพวงมาลัย แล้วลดความเร็วลงโดยใช้เกียร์ที่ต่ำลงจนกว่ารถจะทรงตัวได้

3. ยิ่งฝนตกน้ำเจิ่งนอง ก็ยิ่งควรขับรถช้าๆ เมื่อยามเบรกก็ต้องใช้วิธี “ย้ำเบรก” เป็นจังหวะๆ เพื่อให้รถค่อยๆ ชะลอตัวลงแล้วก็ยังเป็นการทดสอบไปในตัวว่าเบรกยังเป็นปกติหรือไม่

4. ม่านหมอกอันหนาทึบก็เป็นอันตรายในการขับรถ หากไม่แน่ใจก็ให้ขับรถจอดเข้าข้างทาง เปิดไฟกะพริบและปิดหน้าต่างอย่าให้ควันเข้ารถ รอจนม่านหมอกนั้นจางหาย จึงค่อยออกรถ หากจำเป็นต้องฝ่าควันหมอกไป ก็ต้องขับอย่างช้าๆ เปิดไฟกะพริบ ส่งสัญญาณแก่รถคันอื่นๆ เพื่อความปลอดภัย

5. ในวันฝนตกกรรโชกแรง ระหว่างที่เราขับรถ โดยเฉพาะในตัวเมืองนั้น ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยสายตาต้องมองให้รอบด้าน บรรดาป้ายโฆษณาสารพัด (ยิ่งช่วงเทศกาลหาเสียงเลือกตั้งยิ่งชุกชุม) ให้สังเกตว่าป้ายไหนมีอาการโยกเยกสั่นไหวผิดปกติ ทั้งที่ติดตั้งอยู่บนอาคารสูงทั้งอยู่ริมถนน ก็ควรเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ ว่าจะหยุดรถ หรือจะหลบหลีกอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

6. ควรระมัดระวังผู้ที่เดินข้ามถนนให้มากกว่าปกติ เนื่องจากความลื่นของพื้นในวันฝนตก เขาอาจจะลื่นล้มได้โดยง่ายในระหว่างเดินข้ามถนน หรือคนขับรถก็ไม่ได้ชะลอความเร็วเท่าที่ควร เพราะอาจคิดว่าจะเบรกได้ แต่ปรากฏว่ากลับลื่นไถลไปชนคนข้ามถนนด้วยความประมาท

7. จะทำอย่างไรเมื่อฟ้าฝ่ารถ ? เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ยิ่งขับฝ่าพายุไปในที่โล่งแจ้ง ก็อาจจะเจอสายฟ้าฟาดเปรี้ยงเข้าให้ แน่นอนครับย่อมเป็นเหตุการณ์สุดระทึก จนหลายรีบเปิดประตู พุ่งตัวออกจากรถ หรือรีบจอดรถแล้ววิ่งแจ้น หรือแม้แต่รีบบึ่งรถให้เร็วยิ่งขึ้น จึงขอเตือนไว้ว่า อย่าทำเช่นนั้นเป็นอันขาด เพราะมันทำให้เกิดอันตรายจากอุบัติเหตุได้โดยง่าย ทั้งเสี่ยงต่อรถคันหลังที่จะวิ่งเข้ามาชน รถลื่นไถลไปชนรถคันหน้า หรือเบรคกะทันหันจนรถคันหลังพุ่งเข้ามาชน

หากมีเหตุการณ์ฟ้าผ่ารถ หนทางที่ปลอดภัยก็คือ ใจเย็นๆ และนั่งกันอยู่ในรถตามปกตินั่นล่ะครับ เหตุเพราะกระแสไฟจะไหลไปตามผิวโลหะของตัวถังภายนอก แล้วจะไหลลงสู่พื้นดิน และกระจายไปจนหมด โครงสร้างภายในรถจะเป็นเกราะคุ้มกันอันตรายจากฟ้าผ่าครับ

การยึดคติประจำใจ ปลอดภัยไว้ก่อน ย่อมทำให้เรามีความมั่นใจและสดใสเสมอ ทั้งที่อยู่ท่ามกลางสายฟ้าสายฝน จนอาจทำให้ฮัมเพลงอมตะนิรันดร์กาล Laughter In the Rain แทนที่จะต้องคร่ำครวญในใจด้วยเพลง Crying In The Rain


(update 10 มกราคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 270 กรกฎาคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600