UMBILICAL STEM CELLS


วันนี้ผมขออนุญาตเขียนถึงเรื่องของ UMBILICAL STEM CELLS กันสักหน่อยนะครับ เพราะเห็นว่าเป็นวิทยาการสมัยใหม่ที่มีความสำคัญกับชีวิตมนุษย์เราในอนาคตมิใช่น้อย ถ้าหากว่าการรักษาโรคเป็นไปได้ตามความหวังที่ว่าไว้และที่สำคัญ คือ มันมีส่วนเกี่ยวกับสูติแพทย์อย่างผมด้วย

ชื่อของเรื่องมันก็บอกอยู่แล้วนะครับว่า ต้องเกี่ยวกับสูติแพทย์ นั่นก็คือคำว่า UMBILICSL ซึ่งหมายถึง สายสะดือ หรือสายรก และ STEM CELLS หมายถึง เซลล์ต้นกำเนิด หรือเซลล์ต้นแบบ หรือเซลล์ต้นฉบับ

“STEM” หมายถึง ลำต้น เช่น ต้นไม่ที่มีส่วนของลำต้น คือ STEM นั่นเอง

จาก STEM หรือลำต้น ของต้นไม้ก็จะแตกกิ่งก้านสาขาออกไปอีกมากมายหลายชนิดจนสุดท้ายมีดอก ออกผล ก็ต่างเริ่มต้นมาจาก ลำต้น คือ STEM ทั้งสิ้น

STEM CELLS ก็เช่นเดียวกัน มันสามารถที่จะเจริญเติบโต แยกสาขาออกไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ของชนิดต่างๆ ของร่างกายที่ประกอบขึ้นมาเป็นอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น เซลล์ของกล้ามเนื้อ เซลล์ของระบบประสาท เซลล์ของเม็ดเลือด รวมความว่าการใช้ STEM CELLS นี้สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้มากกว่า 70 ชนิด ฟังดูดีนะครับหากผมจะนำชื่อโรคทั้งหมดมาให้รับทราบ ก็ดูจะไม่จำเป็นเท่าไรนัก เพราะบอกไปคุณๆ ก็คงไม่ทราบว่า มันเป็นชื่อของโรคอะไร มีอาการอย่างไร และที่สำคัญผมเกรงว่าหน้ากระดาษของผมมันจะไม่มีพอให้เขียน จึงขอนำมาบอกเป็นชุดๆ ไปเลย ได้แก่ โรคมะเร็งหลายๆ ชนิด เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเลือดทางพันธุกรรมที่ผิดปกติ เช่น โรคธาลาสซีเมียที่รู้จักกันดี โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง และกลุ่มอื่นๆ อีกหลายโรค

แต่ดูๆ อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับว่า โรคหลายๆ โรคที่กล่าวถึง เช่น มะเร็งของเม็ดเลือดโลหิตจาง และอื่นๆ มันจะรักษาให้หายได้ง่ายอย่างที่คิด

ผมเข้าใจว่า ไม่ได้ผลตามที่คาดการณ์เอาไว้ก็มีมาก แต่ก็อย่างว่าแหละครับ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใหม่ที่ยังต้องการค้นคว้าและศึกษาทดลองกันอีกมากและยาวนาน

มาถึงวันที่สิ่งใหม่ๆ ที่ผมกำลังจะกล่าวถึงก็คือ เรื่องของ UMBILICAL STEM CELLS พูดถึง STEM CELLS ทางการแพทย์รู้จักมานมนานกาเลแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนโน้นทางการแพทย์หา STEM CELLS ได้จากเลือด และไขกระดูกซึ่งพบก็มีจำนวนจำกัดมากและกว่าจะหามาได้ก็แสนจะลำบากและเจ็บตัว สำหรับผู้ให้

ให้แล้วยังต้องเจ็บตัวอีก

ฟังดูแล้วมันไม่ค่อยจะเข้าท่าสักเท่าไร สู้ UMBILICAL STEM CELLS ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

เมื่อนักวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่าในเลือดทารกที่ยังคงมีค้างอยู่ในรกและสายสะดือนั้น มี STEM CELLS ตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้รักษาโรคต่างๆ ดังกล่าวได้

แต่ที่สำคัญคือ ไม่มีใครเจ็บตัว

นั่นก็คือ เมื่อเด็กทารกคลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหมือนกับภาวะปกติ

เป็นเมื่อสมัยก่อนโน้น แพทย์ก็จะทำการคลอดออกมาทั้งกระบิ คือ ทั้งรกรวมกับสายรกแล้วก็ทิ้งลงตัวไป อย่างดีก็เก็บเอาไว้ขาย บริษัทผลิตเครื่องสำอาง หรือส่วนของเยื่อหุ้มทารก ทางแพทย์อาจจะเอาไปรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ไม่มีใครสักคนที่คิดถึงเลือดที่ยังค้างอยู่ในรกและสายสะดือ มันเลือดทารกส่วนเกินที่ทิ้งค้างอยู่ในรกและสายสะดือ โดยเปล่าประโยชน์ และน่าเสียดายเพราะมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ คือ พอๆ กับปริมาณเลือดหนึ่งถุงที่ได้รับการบริจาคให้เลือดที่บริจาคกัน

ดังนั้นถ้าหากได้เก็บเลือดพวกนี้เอาไว้มันอาจจะเกิดประโยชน์ในอนาคตได้ ทั้งกับตัวทารกเองเมื่อเติบโตขึ้น หรือคนอื่นๆ ที่ต้องการใช้ STEM CELLS เพื่อการรักษาโรคเพระในเลือดนี้ได้จากรกและสายสะดือนั้นจะมี STEM CELLS อยู่เป็นจำวนมาก

สูติแพทย์มีส่วนเกี่ยวข้องก็ตรงช่วงการเก็บเลือดผ่านทางสายสะดือสู่ถุงเก็บนี่แหละ

เมื่อเก็บใส่ถุงก็นำไปฝากไว้ในธนาคารฝากเลือด ซึ่งปัจจุบันนี้คงมีหน่วยงานโรงพยาบาลใหญ่ๆ เช่น โรงเรียนแพทย์เราะมีสถาบันภาคเอกชน บอกชื่อให้ก็ได้ว่า THAI STEMLIFE ก็รับการฝากเก็บ UMBILICAL STEM CELLS คือเก็บไว้ที่อุณหภูมิเย็นจัดมาก สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นสิบๆ ปี หรือเท่ากับชีวิตคุณจะรอได้

ว่ากันถึงเรื่องของ UMBILICAL STEM CELLS เป็นของใหม่สำหรับบ้านเรา แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ด้วยการนำเอา UMBILICAL STEM CELLS ไปรักษาคนไข้ที่เป็นโรค FANCONI ANEMIA ซึ่งเป็นโรคโลหิตจางชนิดหนึ่งที่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรมและหลังจากนั้นอีก 3 ปีได้นำไปรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรค CHYRONIC MYELOGENEOUS LEUKEMIA ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งของมะเร็งเม็ดเลือดขาว

ปรากฏว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาUMBILICAL STEM CELLS จึงเริ่มนำมาใช้ในผู้ป่วยเป็นจำนวนมากกว่า 3,000 ครั้ง และมีแนวโน้มว่าจะมีการนำมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ

และประเทศไทยเราก็ได้ฤกษ์เริ่มต้นกันสมัยนี้แหละ.


(update 11 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.152 March 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600