การเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคมเรื่องการทำฟัน คลอดบุตร และสงเคราะห์บุตร
โดยรายละเอียดของสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น 3 ด้าน ประกอบด้วย
1. เงินสงเคราะห์บุตร จากเดือนละ 200 บาท ไม่เกิน 2 คน ยังไม่กำหนดตัวเลข แต่อาจจะเพิ่มเป็น 350 บาท เป็นเวลา 6 ปีเหมือนเดิม ทั้งนี้บุตรที่จะได้เงินค่าสงเคราะห์จะต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น แต่หากว่าผู้ประกันตนมีภรรยามากกว่า 1 คน และมีลูกมากกว่า 2 คนขึ้นไป ยังสามารถใช้สิทธินี้ได้ แต่จะได้สิทธิสงเคราะห์บุตรครั้งละ 2 คน เท่านั้น ซึ่งจะเร่งออกกฎกระทรวงใช้โดยเร็ว
2. จ่ายค่าคลอดบุตรให้ทั้งหมดตั้งแต่ฝากครรภ์จนถึงคลอด จากเดิมเหมาจ่ายครั้งละ 6,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ประกันตนต้องไปฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลที่เลือกไว้ตามบัตร รับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ส่วนผู้ที่มีเหตุจำเป็นต้องไปคลอดที่อื่นจะเหมาจ่ายครั้งละ 6,000 บาท และระหว่างลาคลอดจะได้เงินสงเคราะห์หยุดงานแบบเหมาจ่ายร้อยละ 50 ของค่าจ้างรวม 90 วัน โดยจะเริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2548 นี้
3. ใช้สิทธิกรณีทันตกรรมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและวงเงิน โดยสามารถรับบริการถอนฟันอุดฟัน
และขูดหินปูนรวมทั้งใส่ฟันปลอมฐานพลาสติกได้ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
โดยเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป
ประกันสังคมย้ำหลักเกณฑ์ จ่ายค่าคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์บุตร
กฎหมายประกันสังคมได้ให้ประโยชน์ทดแทนแก่ผู้ประกันตนในกรณีคลอดบุตรและกรณีสงเคราะห์บุตรสำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตร
ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิต่อเมื่อได้จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 7 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันคลอดบุตร
โดยสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ คือ กรณีเป็นผู้ประกันตนหญิงจะได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายครั้งละ 6,000 บาท
และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราคลอดร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน
ในกรณีเป็นผู้ประกันตนชายจะได้รับเฉพาะค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายครั้งละ 6,000 บาทสำหรับภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย หรือหญิงที่อยู่กันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสทั้งนี้ไม่ว่าผู้ประกันตนหญิงหรือชายมีสิทธิเบิกได้คนละ 2 ครั้ง ในกรณีที่สามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่สามารถใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตรรวมกันได้ไม่เกิน 4 ครั้ง (สำหรับการคลอดบุตร 4 คน)
สำหรับกรณีสงเคราะห์บุตรผู้ประกันตนจะขอรับเงินสงเคราะห์บุตรได้เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนโดยจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 200 บาท ต่อบุตร 1 คน สำหรับที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์เบิกได้คราวละไม่เกิน 2 คน
การยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรหรือกรณีสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิต้องยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิโดยแสดงหลักฐานการมีชีวิตอยู่ของบุตร ณ สำนักงานประกันสังคมที่ท่านได้ยื่นคำขอ รับประโยชน์ทดแทนไว้ปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1-31 ตุลาคมของทุกปี พร้อมเอกสารประกอบได้แก่
- แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน(สปส.2.01)
- สำเนาสูติบัตรของบุตร
- สำเนา ทะเบียนสมรส (กรณีภรรยาผู้ประกันตนคลอดบุตร)
- กรณีไม่มีทะเบียนสมรสให้แนบหนังสือรับรองของผู้ประกันกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
- สำเนาทะเบียนอย่าของผู้ประกันตน(กรณีจดทะเบียนอย่า)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกันตนและคู่สมรส
- สำเนาบัตรประกันสังคม และหนังสือรับรองของนายจ้าง
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกซึ่งมีชื่อ (กรณีขอรับเงินทางธนาคาร)
กรณีมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม โทร. 1506 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
(update 10 เมษายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.150 January 2006 ]
|