กินอย่างไรเมื่อเป็นไตวายเรื้อรัง และรักษาด้วยการล้างไต


ฉบับที่แล้วว่าด้วยเรื่องการรู้จักกินเพื่อชะลอความเสื่อมของไตให้ได้นานที่สุด แต่ถ้าได้พยายามดูแลรักษาร่างกายด้วยการควบคุมอาหารและการให้ยาอย่างถึงที่สุดก็ยังไม่ได้ผล จนกระทั่งไตหมดสภาพการทำงาน ไม่สามารถขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้แล้ว การรักษาในขั้นต่อไปคือการล้างไต หรือการผ่าตัดเปลี่ยนไต


  • รู้จักการล้างไต
การล้างไตคือ การทำหน้าที่แทนไตในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย และพยายามที่จะรักษาสมดุลของกรดด่าง เกลือแร่ และน้ำในร่างกายไว้ให้ได้ การล้างไตสามารถทำได้ 2 แบบ คือ การล้างไตด้วยน้ำยาทางช่องท้อง (Continuous ambulatory peritoneal dialysis, CAPD) หรือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

การล้างไตทางช่องท้อง หรือที่เรียกว่า CAPD วิธีนี้อาศัยเยื่อบุช่องท้องช่วยกรองของเสียออกจากร่างกาย โดยการใส่น้ำยาเข้าในช่องท้องทางสายพลาสติกที่แพทย์ได้ทำผ่าตัดฝังไว้ในช่องท้อง ทิ้งน้ำยาไว้ในช่องท้องประมาณ 4-6 ชั่วโมง จากนั้นก็ปล่อยน้ำยาออกจากช่องท้องทิ้งไป ช่วงเวลาที่น้ำยาอยู่ในช่องท้องจะเป็นเวลาที่ของเสียที่มีอยู่ในเลือดค่อยๆ ซึมออกมาเพื่อกำจัดออกไป

โดยทั่วไปจะทำการเปลี่ยนน้ำยาวันละ 4 ครั้ง ช่วงที่มีน้ำยาในช่องท้องของเรายังสามารถทำงานหรือมีกิจกรรมได้ตามปกติ สายพลาสติกที่ฝังไว้ในช่องท้องและน้ำยาที่อยู่ในช่องท้องและน้ำยาที่อยู่ในช่องท้องจะไม่ทำให้มีอาการเจ็บปวด

ข้อดีของวิธีนี้คือ สามารถทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องมาโรงพยาบาลบ่อยๆ แต่ก็มีข้อเสียคือ หากไม่ระมัดระวังความสะอาดโดยเฉพาะในการเปลี่ยนถุงน้ำยาอาจเกิดการติดเชื้อได้ และการล้างไตด้วยวิธีนี้ทำให้มีการสูญเสียโปรตีนจำนวนมากออกมาทางน้ำยาในแต่ละวัน ดังนั้น อาจเกิดภาวะขาดอาหารได้กินอาหารไม่เพียงพอ

การรักษาด้วยเครื่องไตเทียม หรือที่เรียกันทั่วไปว่าการฟอกเลือด เป็นการนำเลือดจากหลอดเลือดที่เตรียมไว้ออกจากร่างกายแล้ว ผ่านเข้ามาในตัวกรองของเสียของเครื่องไตเทียม เลือดที่ถูกกรองแล้วจะไหลกลับเข้าร่างกายทางหลอดเลือดอีกหลอดหนึ่ง วิธีนี้ต้องทำในโรงพยาบาลเท่านั้น

โดยปกติการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมต้องทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และใช้เวลาครั้งละประมาณ 4-5 ชั่วโมง ข้อดีของวิธีนี้ คือผู้ป่วยไม่ต้องทำเอง และใช้เวลาในการล้างไตน้อยกว่า ส่วนข้อเสียคือ ผู้ป่วยต้องมาโรงพยาบาลบ่อย และไม่ได้มีการขจัดของเสียอยู่ตลอดเวลาอย่างการล้างไตผ่านทางช่องท้อง

การล้างไตจะทำวิธีไหน ขึ้นอยู่กับภาวะของโรคตลอดจนความเพียงพอของเครื่องไตเทียม โดยทั่วไปแพทย์จะอธิบายให้ผู้ป่วยทราบทั้งข้อดีและข้อเสียของทั้ง 2 วิธี และแนะนำวิธีที่เหมาะสมให้ แต่ผู้ป่วยและญาติเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเองว่าจะช้างไตหรือไม่ แล้วเลือกล้างไตวิธีใด ข้อสำคัญคือการรักษาทั้ง 2 วิธีดังกล่าวข้างต้น ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อให้มีการขจัดของเสียออกอย่างเพียงพอ มิฉะนั้นแล้วการรักษาจะไม่ได้ผล


  • กินอย่างไรเมื่อมีการล้างไต
คนเป็นไตวายเมื่อได้รับการรักษาโดยการล้างไตแล้ว บางคนเข้าใจผิดคิดว่าสามารถกินอาหารได้ทุกอย่าง ไม่ต้องควบคุมอาหารอีกต่อไป เพราะคิดว่ามีเครื่องมือมาช่วยในการขจัดของเสียในร่างกาย

ข้อเท็จจริงที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การล้างไตไม่ว่าจะวิธีใดก็ตามไม่สามารถทดแทนการทำงานของไตได้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะโดยปกติไตของเราจะทำงานตลอดทั้งวันไม่เคยหยุด เฉลี่ยสัปดาห์ละ 168 ชั่วโมง

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เพื่อช่วยขจัดของเสียออกจากเลือดแทนไตผู้ป่วย ทำงานได้เพียง 8-12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือประมาณเท่ากับร้อยละ 6-7 ของชั่วโมงการทำงานของไตปกติเท่านั้น ที่เหลือประมาณกว่า 150 ชั่วโมงเป็นช่วงเวลาที่ของเสียยังค้างสะสมในร่างกาย

ส่วนการล้างไตทางหน้าที่ทำเองได้ที่บ้านทุกวันก็มีประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียเพียงร้อยละ 10-20 ของไตปกติเท่านั้น

ดังนั้น ภายหลังจากการล้างไตหรือการฟอกเลือดแล้ว ยังมีของเสียตกค้างอยู่ในร่างกายอีกมากมาย คนเป็นไตวายเมื่อได้รับการรักษาโดยการล้างไต จึงควรรู้จักควบคุมอาหาร น้ำ และเกลือแร่อย่างถูกต้องด้วย

ผู้ป่วยไตวายที่อยู่ระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไตเทียม หรือล้างไตผ่านทางช่องท้อง โดยทั่วไปจะมีการสูญเสียสารอาหารต่างๆ ไปพร้อมๆ กับของเสียที่ถูกกำจัดออกด้วย โดยเฉพาะการเสียโปรตีน และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้น คนเป็นไตวายที่ต้องล้างไตไม่ต้องจำกัดโปรตีนหรืออาหารจำพวกเนื้อสัตว์มากเหมือนกับตอนที่ยังไม่ได้ล้างไต ในทางกลับกันควรกินมากขึ้นด้วย

โดยทั่วไปควรได้โปรตีนประมาณ 1.0-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณวันละ 10-12 ช้อนกินข้าว ในกรณีที่แพทย์ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นเสริมกับอาหารด้วยนั้น ก็อาจจะไม่ต้องกินโปรตีนมากขึ้น

โปรตีนที่กินควรเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูงที่ได้จากเนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อปลา และไข่ขาว เพราะมีไขมันน้อย ย่อยและดูดซึมได้ง่าย สำหรับเนื้อสัตว์ชนิดอื่นที่ไม่มีหนังและไม่ติดมัน ก็สามารถกินได้

การได้โปรตีนเพียงพอหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จากการเจาะเลือด และตรวจหาโปรตีนในเลือดที่เรียกว่าแอลบูมิน (Albumin) ซึ่งค่าการตรวจที่ดีควรจะได้ประมาณ 4 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถ้าเจาะเลือดแล้วพบว่ามีค่าแอลบูมินต่ำกว่านี้มาก ก็ต้องพยายามกินโปรตีนมากขึ้น การขาดโปรตีนนานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อซูบผอมภูมิต้านทานโรคต่ำ สุขภาพทรุดโทรม

นอกจากนี้ร่างกายควรได้รับพลังงานโดยรวมจากอาหารหรือที่เรียกว่าแคลอรีมากเพียงพอด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายนำสารโปรตีนมาใช้เผาผลาญเป็นพลังงาน โดยทั่วไปควรได้ประมาณวันละ 30-35 กิโลแคลอรี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยได้จากทั้งอาหารประเภทข้าวแป้งและไขมัน อาหารประเภทแป้งสามารถกินได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าว ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ขนมจีน ขนมปัง เป็นต้น

การที่เรารู้ว่าเราได้รับพลังงานจากอาหารเพียงพอหรือไม่ ให้ดูจากน้ำหนักตัว น้ำหนักตัวในที่นี้หมายถึงน้ำหนักแห้ง (Dry weight) คือน้ำหนักในภาวะที่ไม่มีการบวมน้ำ ถ้าพบว่าน้ำหนักตัวลดลงเรื่อยๆ ก็แสดงว่ากินอาหารที่ให้พลังงานไม่เพียงพอ ต้องพยายามกินอาหารประเภทข้าวแป้ง

นอกจากนี้ ควรเลือกกินอาหารประเภทข้าวแป้งที่ผ่านการขัดสีแล้ว เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับฟอสฟอรัสน้อยลง คนเป็นไตวายเรื้อรังมักมีปัญหาการมีฟอสฟอรัสอยู่สูง จึงต้องจำกัดปริมาณที่กินอาหารที่มีฟอสฟอรัสอยู่มากคือ เมล็ดพืชต่างๆ เช่น ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว เมล็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ นม และผลิตภัณฑ์จากนม ไข่แดง คนเป็นไตวายเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว เพาะการสะสมฟอสฟอรัสในร่างกายมากๆ จะมีผลต่อระดับฮอร์โมนพาราไทรอยด์และวิตามินดี ทำให้เกิดภาวะกระดูกผุ และอาการกล้ามเนื้ออ่อนเพลียได้ อย่างไรก็ตามแพทย์มักจะสั่งยาที่สามารถจับฟอสเฟต (ฟอสฟอรัส) ให้กินร่วมไปด้วยเพื่อบรรเทาปัญหานี้

คนเป็นไตวายที่รักษาด้วยการล้างไตยังต้องจำกัดการบริโภคเกลือแร่โซเดียมและโพแทสเซียมด้วย การได้โซเดียมหรือกินเค็มมากเกินไปจะทำให้มีน้ำสะสมในร่างกายมากตามไปด้วย เมื่อมีน้ำมากจะเกิดความดันเลือดสูง น้ำท่วมปอด หรือหัวใจวายได้ง่าย

ผู้เป็นไตวายเรื้อรังไม่ว่าจะล้างไตหรือไม่ ต้องจำกัดโซเดียวในอาหารไม่ให้เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือคิดเป็นเกลือแกงประมาณ 1 ช้อนชา หรือน้ำปลา/ซีอิ้ว ไม่เกิน 3-4 ช้อนชา โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้น้ำปลาหรือซีอิ้วในการประกอบอาหารได้มื้อละ 1 ช้อนชาและไม่ให้มีการเติมเพิ่มอีกระหว่างการกิน

คนมีปัญหาไตวายเรื้อรังไม่แนะนำให้ใช้เกลือหรือเครื่องปรุงรสที่มีการใช้สารทดแทนโซเดียม (Salt substitute) เพราะจะมีการเติมโพแทสเซียมเข้าไปแทน ซึ่งคนเป็นไตวายมักจะมีปัญหาเรื่องโพแทสเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว

การมีโพแทสเซียมในเลือดสูงมากเกินไป จะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ ผลไม้ส่วนใหญ่มักมีโพแทสเซียมสูงโดยเฉพาะกล้วย แคนตาลูป ฝรั่ง ทุเรียน ลูกเกด ลูกพรุนแห้ง เป็นต้น โดยทั่วไปจึงแนะนำให้คนเป็นไตวายที่ฟอกเลือด กินผลไม้เฉพาะตอนเช้าของวันฟอกเลือดเท่านั้นเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและธาตุอาหารอื่นๆ พร้อมกับโพแทสเซียมที่กินเกินไปนั้น ถูกขับออกในระหว่างการฟอกเลือดด้วย

คนเป็นไตวายที่ต้องล้างไตมักพบปัญหาเรื่องภาวะน้ำเกิน จึงต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำที่ดื่มเข้าไปเพราะถ้าไม่ควบคุมปริมาณน้ำ จะมีผลทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น และมีอาการบวมมากขึ้น ข้อแนะนำทั่วไปให้ดื่มน้ำได้เท่ากับปริมาณปัสสาวะต่อวัน บวกกับอีกวันละ 500 ซีซี ดังนั้น หากไม่มีปัสสาวะเลยหรือมีน้อยมาก สามารถดื่มน้ำได้ไม่เกินวันละ 500 ซีซี หรือประมาณ ? ขวดแม่โขง ปริมาณน้ำที่กล่าวถึงนี้รวมทั้งน้ำเปล่า เครื่องดื่มทุกชนิด และอาหารทุกอย่างที่เป็นของเหลวด้วย

ดังนั้น จึงต้องระวังอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น เกี๋ยวเตี๋ยวน้ำ ข้าวต้ม โจ๊ก ต้มจืด ต้มยำ แกงเขียวหวาน ชา กาแฟ แตงโม สับปะรด เป็นต้น เมื่อรู้สึกกระหายน้ำ ควรจิบน้ำทีละน้อย หรืออมน้ำแข็งให้ค่อยๆ ละลาย (ปริมาณของน้ำแข็งต้องรวมกับปริมาณน้ำที่ควรดื่มด้วย) และควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เพราะจะทำให้กระหายน้ำมากขึ้น

การจะรู้ว่าเราได้รับน้ำเกินไปหรือไม่ ให้ดูจากน้ำหนักตัว ถ้ามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแสดงว่ามีน้ำเกินสำหรับคนที่ฟอกเลือดน้ำหนักสามารถขึ้นได้ไม่เกินวันละ 1 กิโลกรัม เพราะถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากในวันที่ฟอกเลือดจะต้องพยายามดึงน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายมากซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตะคริว ความดันเลือดต่ำลงมากได้

ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไตเทียม หรือล้างไตผ่านทางช่องท้อง ควรได้รับการตรวจเลือดสม่ำเสมอ ว่ามีสารประเภทใดในเลือดที่สูงหรือต่ำกว่าปกติมากหรือไม่ เพื่อที่จะได้ควบคุมได้ถูกต้องถ้าเป็นไปได้ควรปรึกษากับนักกำหนดอาหารหรือนักโภชนาการ ถึงวิธีปฏิบัติตนในเรื่องอาหารการกินที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน เพราะทำให้ภาวะแทรกซ้อนลดลง และมีชีวิตที่เป็นสุขมากขึ้น.


(update 11 กันยายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 27 ฉบับที่ 324 เมษายน 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600