ไม่อยากให้หัวจิตหัวใจแข็งกระด้าง เนื้อตัวซีดขาวดูสุขภาพย่ำแย่ อย่างนี้ต้องอินเทรนด์หันมากิน เหล็ก
กันหน่อยแล้วล่ะค้า...เพราะ เหล็ก เขาช่วยให้มีเลือดฝาด ดูสดใส ช่วยต้านทานโรคภัย
และยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงด้วยจ้ะ
คุณนายไฮโซอยากจะบอกคุณๆ เหลือเกินค่ะว่า อาหารอย่าง เหล็ก นี่นะมีคุณประโยชน์เหลือหลาย
สำหรับหญิงสาวอย่างเราๆ เพราะช่วยบำรุงเลือดไม่ให้ขึ้นหน้า เอ๊ย...ไม่ช่ายไม่ช่าย
ช่วยบำรุงผิวพรรณไม่ให้ดูซีดเกินค่ะ ยิ่งใครกำลังอุ้ยอ้ายอยู่ล่ะก็ ธาตุ เหล็ก นี่ละช่วยบำรุงทั้งเราและลูกในท้องได้ดี
และถ้าใครไม่บำรุงตัวเองให้ดีแล้วล่ะก็ ลูกอาจเกิดมาพิการได้นะคะ อ้าว...ไม่ได้ขู่ให้กลัวเปล่าๆ นะ
เพราะถ้าแม่ท้องขาดธาตุเหล็กนอกจากจะคลอดลูกออกมาด้วยอาการดังว่าแล้ว ลูกอาจลืมตาดูโลกก่อนกำหนด
หรือออกมาแล้วแต่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ เผลอๆ กลายเป็นเด็กที่มีโรคโลหิตจางแถมมาให้ด้วย
ครั้นพอคลอดออกมาแล้ว ยังขาดธาตุเหล็กไปเรื่อยๆ พัฒนาการของสมองเรื่องการเรียนรู้ก็จะถดถอยลงไปอีก
เรียกว่าถ้าขาดธาตุเหล็กตั้งแต่อยู่ในท้อง ทั้งตัวแม่ก็แย่ ตัวลูกก็แย่ น้าน...เมื่อรู้ว่ามีอันตรายอย่างนี้
คุณนายไฮโซเลยมีรายการอาหารเด็ดๆ มาฝากกัน เร้ว...ใครอยากรู้ อย่าแค่ปรายตามองเท่านั้นนะคะ
เรื่องนี้ต้องลงมือด้วยถึงจะดีเจ้าค่ะ
- ไข่แดง :
เราสามารถให้ลูกสุดเลิฟกินไข่ได้วันละฟองนะคะ
ถ้าอายุอานามเขา 1 ขวบขึ้นไป แต่สำหรับเราแล้วถ้าเกิดมีโรคประจำตัวอยู่ อย่างไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ
อย่างนี้ควรกินไข่แค่วันเว้นวัน โดยใน 1 วันนั้น กินแค่ 1 ฟองก็พอ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือกินไข่สัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 3 ฟองค่ะ
เพราะในไข่แดงจะมีคอเรสเตอรอลอยู่สูงมาก
- ตะไคร้ :
เดี๋ยวนี้สรรพคุณของตะไคร้เริ่มขจรขจายไกลไปนะคะ
ยิ่งเป็นคนอินเทรนด์เรื่องสุขภาพด้วยแล้ว มักจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่าตะไคร้นี่ล่ะช่วยแก้ลม ช่วยย่อยอาหาร
และแก้อาการปวดท้องหรือเป็นไข้ดีนักเชียว
- อย่างนี้ถึงมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากตะไคร้วางขายกันเกลื่อน ไม่ว่าจะเป็นสบู่ตะไคร้ น้ำตะไคร้ หรือตะไคร้อัดเม็ด
แต่ถ้าใครไม่ชอบของสำเร็จรูป อย่างนี้ลองนำตะไคร้สดๆ มาฝานแล้วทำเป็นยำหรือลวกใส่อาหารทะเลกินกับปลาหมึก
หรือหอยแมลงภู่ดูก็ได้อารมณ์ซีไซด์ไปอีกแบบนะคะ
- งา :
โดยเฉพาะงาดำนอกจากช่วยบำรุงกระดูก
ฟัน เส้นผมแล้ว เมล็ดงายังช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว และช่วยให้กล้ามเนื้อของเราทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วยนะคะ
- แมงลัก :
ใครชอบกินขนมจีนน้ำยาคงจะคุ้นกับการใส่ผักแมงลักลงไปด้วย
ถ้าใส่มากหน่อยเราจะได้อานิสงส์เรื่องของยาระบายไปในตัว แล้วถ้าใครมีโรคประจำตัวอย่างไอไม่หยุด
หรือเลือดออกตามไรฟันอยู่บ่อยๆ แมงลักช่วยได้มากค่ะ
- เนื้อสัตว์ต่างๆ :
ไก่ ปลา หมู และเนื้อ
ควรกินเนื้อสัตว์ควบคู่ไปกับการกินผักและผลไม้ตามไป ไม่เช่นนั้นอาจท้องผูก
และพานเป็นโรคร้ายอย่างมะเร็งลำไส้ได้ในอนาคต
- โหระพา :
ใครชอบกินผัดเผ็ดคงจะคุ้นเมนูอาหาร
อย่างแกงเขียวหวานไก่ใส่ใบโหระพา แกงเผ็ดเป็ดย่างใส่ใบโหระพา ผัดเผ็ดไก่หรือหมูใส่ใบโหระพา
หรือหอยลายผัดน้ำพริกเผา อื้อหือ... ฟังเมนูแล้วน้ำลายสอขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะ อย่างนี้ต้องรีบบอกคุณๆ ค่ะว่า
ใบโหระพานอกจากจะให้ธาตุเหล็กแล้วยังให้วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส
และเบต้าแคโรทีนด้วย คือมีคุณค่าเป็นบัญชีหางว่าวนั่นเชียว
- สะระแหน่ :
ผักชนิดนี้ให้ธาตุเหล็ก วิตามินเอ
วิตามินบี 2 วิตามินซี และแคลเซียม ใครไม่เคยลองกินสดๆ ก็ลองกินดูได้โดยคั้นน้ำสะระแหน่ออกมาเพื่อดื่มยามปวดท้อง
หรือท้องอืด ท้องเฟ้อค่ะ รึใคร...ใคร้...ใครอยากจะให้พ่อยอดสาระมีหอมแล้วชื่นใจ ก็กินสะระแหน่ไว้คอยท่าก็ได้นะค้า
เพราะผักชนิดนี้ช่วยให้ลมหายใจสดชื่น ไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกจากเรียวปากอันงามงดค่ะ
- นม :
เขาว่ากันว่าดื่มนม 1 แก้วมีค่าเทียบเท่ากินโยเกิร์ต 1 ถ้วย
อย่างนี้ทั้งแม่ท้องหรือลูกๆ จะผลัดกินนมหรือโยเกิร์ตบ้างก็ไม่ว่ากันค่ะ เพราะอย่างไรเสียก็ได้ธาตุเหล็กและแคลเซียมเหมือนๆ
กันอยู่แล้ว อ้อ...เกือบลืมบอกไปด้วยค่ะว่า เด็กเล็กๆ อย่างคุณลูกที่อายุระหว่าง 3-6 ขวบ ควรบำรุงเขาด้วยนมวันละ 2-3 แก้ว
ลูกจะเติบโตสูงใหญ่อย่างนักกีฬาทีมชาติไงคะ
- ผักกระเฉด :
สรรพคุณผักชนิดนี้ คุณนายไฮโซไปสืบเสาะมาได้ว่า
นอกจากให้ธาตุเหล็กแล้ว ยังให้แคลเซียมและวิตามินเออีกด้วย ครั้นสืบลึกลงไปเรื่อยๆ ยังพบอีกว่า ผักกระเฉดช่วยถอดพิษไข้
และดับพิษร้อนได้ แหม...อย่างนี้ต้องลองปรุงผักกระเฉด โดยเอาไปลวกให้สุกเสียก่อน แล้วใส่น้ำยำดูจะได้แซ่บๆ
เป็นยำผักกระเฉดยังละค่ะ หรือถ้าไม่ชอบก็ลองเอาไปผัดไฟแดงดูก็ไม่เลวอีกเหมือนกัน
- ผักบุ้ง :
นอกจากธาตุเหล็กแล้ว
ผักบุ้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ แคลเซียม วิตามินซี และฟอสฟอรัสด้วยค่ะ
แม่บ้านคนไหนมีฝีมือทำอาหารลองเอาผักบุ้งมาผัดไฟแด๊งแดงหรือจะลองใส่ในแกงส้ม
หรือจะชุบแป้งทอดทำเป็นบำผักบุ้งทอดกรอบก็อร่อยไม่ใช่เล่น ยิ่งเดี๋ยวนี้ไปตามเรสโตรองดังๆ
เขาก็นิยมกินกันจะตายไปค่ะ
- หัวปลี :
แม่ท้องคงจะคุ้นหูเป็นอย่างดีใช่ไหมคะว่า
หัวปลีช่วยบำรุงน้ำนมนักเชียว แต่คุณสมบัติอื่นๆ ที่เราอาจไม่รู้ก็คือ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ และช่วยเจริญอาหาร
อย่างนี้ต้องลองนำมากินกับผัดไทยกุ้งสดค่ะ หรือทำเป็นยำหัวปลีก็กิ๊บเก๋ไม่หยอกนะคะ
ปล.สุดท้ายนี้ คุณนายไฮโซจะบอกเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ให้เป็นของแถมด้วยนะเจ้าคะว่าถ้ากินธาตุเหล็กให้ได้ผล
ควรกินคู่กับผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ เช่น ส้ม ฝรั่ง ชมพู่ หรือมะม่วงค้า... เพราะวิตามินซีช่วยให้ร่างกายเราดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
แหม! เรื่องแค่นี้คุณนายไฮโซรู้ใจคุณๆ อยู่แล้วค่ะว่า สักประเดี๋ยวต้องเข้าครัวปรุงเมนูเสริมธาตุเหล็กขึ้นโต๊ะมื้อนี้ใช่ไหมล่ะ
(update 3 มีนาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 268 พฤษภาคม 2548 ]
|