จงฉวยโอกาสเถอะครับ โอกาสที่จะป้องกันกระดูกพรุนในตอนแก่ ด้วยการสะสมของแคลเซียมไว้ในกระดูดพรุนให้มากๆ ในช่วงของวัยที่ยังไม่แก่ โดยเฉพาะวัยเจริญพันธุ์ หรือวัยที่ลูกได้และโอกาสนี้ก็คือตอนตั้งครรภ์นี่แหละครับ
ตำราเขียนไว้ว่า คุณผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์มีลูกจะมีโอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนได้น้อยกว่าหญิงที่ไม่เคยตั้งครรภ์เลย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
ก็ขอเชิญอ่านต่อไป เพื่อหาคำตอบ พูดถึงธาตุแคลเซียม ถือได้ว่าเป็นธาตุที่มีความจำเป็นและสำคัญต่อร่างกายมนุษย์เราเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูกตามที่รู้ๆ กัน
นอกจากนี้ มันยังมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ของร่างกาย ก็เพราะแคลเซียมไม่พอดีนี่แหละครับ
นักกีฬาหลายคน ล้มกลิ้งงอหงายเพราะเป็นตะคริว แคลเซียมยังมีความสำคัญต่อระบบการแข็งตัวของเลือด และอีกหลายอย่าง เอาแค่กระดูกเพียงอย่างเดียวก็จะเห็นได้ว่า แคลเซียมนั้นมีความสำคัญมหาศาล มีใครบางคนถามว่าในแต่ละวัยนั้น มนุษย์เรามีความต้องการแคลเซียมมากน้อยแค่ไหน
คำตอบก็คือ ในแต่ละวัยมีความต้องการแคลเซียมไม่เท่ากัน
ในวัยทารก วัยเด็ก และวัยรุ่น ซึ่งต่างก็มีความต้องการแคลเซียมมาก เพื่อการเจริญเติบโต เพาระความแข็งแรงของกระดูก พอสรุปได้ว่า วัยดังกล่าวมีความต้องการธาตุแคลเซียมประมาณวันละ 1,200 - 1,500 มิลลิกรัมกันเลยทีเดียว
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ความต้องการลดน้อยลง เพราะความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูกไม่มีแล้ว
จะมีก็แต่เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปของเนื้อกระดูกและส่วนของวแคลเซียมที่นำไปใช้ในกรณีอย่างอื่น
เช่น การออกกำลังกาย ใช้กล้ามเนื้อและที่สำคัญคือ ช่วยในเรื่องการตั้งครรภ์ของคุณผู้หญิง
ที่ผมบอกว่า จงฉวยโอกาส ก็ตอนนี้แหละครับ จงฉวยโอกาสปล่อยให้ร่างกายเก็บเอาธาตุแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายไปเก็บไว้ในโกดังคือกระดูกให้เต็มที่ ในภาวะปกติของร่างกาย จะรับปริมาณแคลเซียมในจำนวนที่พอดีต่อความต้องการของร่างกาย
นั่นหมายความว่า ถ้าคุณรับประทานธาตุแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากไป ร่างกายก็จะปิดประตูรับ คือ
ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยลง เพื่อหยุดการดูดซึม
ทางลำไส้
เพราะเรารับระทานธาตุแคลเซียมเข้าไปทางปากในรูปแบบต่างๆ เช่น
เป็นเม็ด เป็นชนิดฟองฟู่ ละลายน้ำ หรือมาในรูปของอาหารและเครื่องดื่ม
เมื่อร่างกายได้รับปรับธาตุแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอแล้ว ส่วนเกินของแคลเซียมก็จะถูกขับออกไปทางอุจจาระด้วยภาวะปกติ เรามักจะได้ปริมาณของธาตุแคลเซียมที่พอดีหรือน้อยเกินไปเท่านั้นในกรณีที่มากเกินไปเท่านั้นในกรณีที่ได้มากไป ด้วยการรับประทานนั้นมีค่อนข้างน้อย
ไม่เหมือนที่คุณกำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอายุครรภ์ 5 เดือนไปแล้ว ร่างกายของคุณจะเปิดรับธาตุแคลเซียมอย่างเต็มที่คุณรับประทานเข้าไปเท่าไร ลำไส้เปิดประตูรับดูดซึมไปเก้บไว้ในกระดูกของคุณอย่างเต็มที่และไม่อั้น
ดังจะเห็นได้ว่า ในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่นั้น คุณจะเกิดเป็นตะคริวมากขึ้น ทั้งในกรณีที่ร่างกายของคุณได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอต่อวัน และก็เป็นตะคริวด้วยเป็นต้น ถ้าคุณรับประทานแคลเซียมมากเกินความต้องการของร่างกาย นั่นหมายความว่าถ้าหากปริมาณของธาตุแคลเซียมในเลือดมีไม่พอดี มันก็จะบอกคุณด้วยอาการตะคริว
ดังนั้นในช่วงของการตั้งครรภ์ คุณต้องฉวยโอกาสรับประทานแคลเซียมให้มากเข้าไว้ อย่าให้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย จงจำไว้ว่า ในแต่ละวันที่คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่นั้น คุณต้องรับประทานปริมาณแคลเซียมให้ได้อยู่ระหว่าง 1,200 - 1,500 มิลลิกรัม อย่าให้น้อยกว่า 1,200 มิลลิกรัม
มากกว่า 1,500 มิลลิกรัมนั้นไม่เป็นไรอย่างเก่งคุณก็เป็นตะคริว แต่คุณจะได้ปริมาณของแคลเซียมไปเก็บไว้ในกระดูกอย่างเหลือเฟือ
ทำให้กระดูกของคุณแข็งแรง และไม่เกิดเป็นโรคกระดูดพรุน ในวัยทองหรือตอนแก่
นับเป็นการวางแผนป้องกันโรคกระดูกพรุนในวัยทองกันตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์หรือวัยกำลังมีลูก
ถ้าคุณคิดคำนวณเป็นวันก็คงไม่ยากในการคำนวณปริมาณของแคลเซียมที่คุณจะได้รับในแต่ละวัน คิดง่ายๆ ดังนี้นะครับ
ในอาหารที่คุณรับประทานในแต่ละวันจะมีปริมาณของแคลเซียมโดยเฉลี่ยปริมาณ 400 - 500 มิลลิกรัม ดังนั้นคุณยังคงขาดและต้องเสริมเข้าไปอีกปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม
1,000 มิลลิกรัมนี้จะเอามาจากไหนหลายคนคาดเอาว่าก็เอามาจากน้ำนมสิครับ หลายคนเข้าใจว่าในนำนมคงจะอุดมไปด้วยธาตุแคลเซียม ว่าไปแล้วในน้ำนมนั้นมีปริมาณธาตุแคลเซียมอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นแหละ แต่มันอุดมไปด้วยไขมัน และคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง เสียมากกว่า ดังนั้นการดื่มนม จึงไม่ค่อยจะโสภานักแต่เอาละในเมื่อนมหาง่าย นั้นก็หมายความว่าแคลเซียมหาได้ง่ายเช่นกัน
และคุณต้องรู้ว่าในน้ำนมนั้น 100 ซีซี จะมีแคลเซียมประมาณ 130 มิลลิกรัม ผมหมายถึงน้ำนมสด จากนมวัวนะครับ
ดังนั้น นมวัวสดกล่องขนาด 240 ซีซี จึงมีปริมาณแคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม คุณควรดื่มวันละ 2 กล่อง ไม่ควรมากกว่านั้น
เปล่าเลยมิใช่เกรงว่าคุณจะได้รับแคลเซียมมากไป แต่ผมเกรงว่าคุณจะได้รับสารไขมันและแป้งมากเกินไปนะซิ
มันไม่ดีใช่ไหมครับ แต่ถ้าหากคุณรับประทานนมปรุงแต่ง ซึ่งมีอยู่หลายยี่ห้อตามท้องตลาดที่เขาใส่แคลเซียมลงไปให้มากขึ้น
คุณก็ต้องอ่านทำความเข้าใจนะครับว่าคุณจะได้รับปริมาณแคลเซียมเข้าไปเท่าไร ต่อการดื่มในแต่ละครั้ง
ขอให้คำนวณว่าคุณควรจะได้รับในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นใช้ได้ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ดื่มนมไม่ได้เพราะคุณเป็นคนแพ้นม
หรือดื่มนมทีไรท้องเสียทุกที ก็อย่าเพิ่งน้อยใจในวาสนานะครับมันยังมีแคลเซียมที่ผลิตออกมาเป็นเม็ดๆ มากมาย ขอให้สบายใจได้
ข้อสำคัญก็คือ อย่าปล่อยให้โอกาสแบบนี้ลอยนวลไปเฉยๆ นะครับ
..เสียดาย.
(update 2 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.151 February 2006 ]
|