เมื่อพูดถึงการใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันของสามีภรรยา (หรืออาจรวมไปถึงกิ๊กด้วย) คุณผู้อ่านลองนึกภาพตามผมดูนะครับส่วนใหญ่เรามักจะแต่งงาน มีชีวิตคู่กับคนที่เรารัก เมื่ออายุไม่เกิน 30 ปี หรืออย่างมากก็เลยไปอีกนิดหน่อย แต่กว่าจะสิ้นอายุขัยตายจากกันไปคงจะปาเข้าไปเมื่ออายุประมาณ 70-80 ปี หรืออย่างน้อยต้องมี 60 ปีให้เห็น (ซึ่งหลายท่านบอกว่าโชคดีจัง) ถ้าหากไม่รีบทิ้งกันไปด้วยโรคร้ายหรืออุบัติเหตุเสียก่อน นั่นก็หมายความว่าเราจะต้องใช้ชีวิตคู่อยู่กับคนอีกคนทุกวันทุกคืนตลอดเวลาที่ยาวนานกว่าตอนที่เราใช้ชีวิตเพียงลำพังเสียอีก
ซึ่งแน่นอนว่านอกจากด้วยนิสัยใจคอและความประพฤติทางด้านดีและร้ายอันแตกต่างกัน แต่สามารถปรับเข้าหากันได้แล้ว ก็ย่อมมีปัจจัยสำคัญอีกหลายอย่างที่จะมีผลต่อการครองชีวิตคู่อยู่ได้ยาวนานหรือไม่ และที่ผมจะหยิบยกขึ้นมาพูดในเสวนาข้างหมอนฉบับนี้ก็คงมีหัวข้อสำคัญดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง
พูดถึงหัวข้อแรกสุดคือ เรื่องเพศ นั้นธรรมชาติที่ต่างกันระหว่างเพศหญิงและเพศชายซึ่งถูกกำหนดมาจากโครโมโซมและฮอร์โมนเพศที่ต่างกัน ทำให้ฝ่ายชายมีสรีระร่างกายที่บึกบึนและแข็งแรงกว่า ฝ่ายหญิงจะมีรูปร่างผอมบางแต่สวยงามกว่า
ดังนั้นเดินตามท้องถนน หลายครั้งเรามักเห็นผู้หญิงที่สวยๆ เดินควงกับผู้ชายที่ดูแล้วไม่เห็นจะเหมาะสมกันสักนิด นับว่าเสียดายของเป็นอันมาก และถ้าผู้หญิงจะเป็นฝ่ายรุกมาจีบชายเองบ้างก็จะถูกหาว่าไม่เรียบร้อย ไม่รักนวลสงวนตัวไปเสียอีกเมื่อใช้ชีวิตคู่กันแล้วกรอบประเพณี ก็ยังบังคับให้ฝ่ายหญิงตกเป็นเบี้ยล่าง เป็นฝ่ายถูกกระทำ เช่น การเปลี่ยนคำนำหน้า หรือเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามีหลังแต่งงาน
ข่าวคราวที่บางครั้งภรรยาจำยอมให้สามีนอนด้วยทั้งที่ไม่สบาย ไม่พร้อม ไม่มีอารมณ์ จนดูจะกลายเป็นยอมข่มเหงกันไปและหากมีความมึนเมามาผสมโรงด้วยแล้วบางรายขัดขืนอาจถึงกับถูกทำร้ายร่างกายเลยทีเดียว ผู้ชายอาจกลับบ้านดึกดื่นได้เพราะไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อน จนเลยเถิดไปถึงการเที่ยวผู้หญิง ในขณะที่ผู้หญิงต้องรอเปิดประตูบ้าน เช็ดกองอาเจียน และยังต้องรับเอาเชื้อโรคต่างๆ ที่สามีเอามาฝากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิงที่จะหมดลงเมื่อวัยทอง ก็ทำให้สุขภาพและผิวพรรณของผู้หญิงเสื่อมลงอย่างรวดเร็วกว่าฝ่ายชาย จนเกิดคำพูดที่ว่า ผู้หญิงแก่ง่ายตายช้า ในขณะที่ฝ่ายชายเมื่ออายุมากขึ้นก็กลับดูภูมิฐาน เป็นผู้ใหญ่ และ น่าคบหายิ่งขึ้น เป็นอย่างนั้นไป
ที่สำคัญฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนของเพศชายจะลดลงช้ากว่า จึงทำให้ฝ่ายชายยังมีความต้องการทางเพศสูงแม้อายุมากซึ่งสวนทางกับฝ่ายหญิงที่ช่องคลอดแห้งหมดอารมณืความต้องการ ทำให้เกิดความไม่พอดีกัน ฝ่ายชายจึงต้องออกไปหาเศษหาเลย (ความจริงผมว่าไปหากำไรมากกว่า) จนเกิดปัญหาแตกแยกขึ้นในชีวิตคู่ และถ้าหากว่าผู้หญิงทำบ้าง ลองดูสิครับ โดนประณามกันแทบตาย จนไม่มีแผ่นดินจะให้อยู่เลยทีเดียว
ความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบระหว่างทั้งสองเพศอย่างไม่เท่าเทียมกันนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับชีวิตคู่ เพราะถ้าหากไม่เข้าใจกันตอนนี้แล้ว เลิกกันแน่ๆ ครับแม้แต่ความโรแมนติก ช่างเอาอกเอาใจของผู้ชายนั้น คุณจะพบได้เฉพาะในช่วงโปรโมชั่นตอนที่จีบกันเท่านั้น ช่วงนั้นนะชี้นกเป็นนก หรือจะบอกว่าเป็นไม้เขาก็ยังคล้อยตาม ของขวัญเอย วันสำคัญต่างๆ ของคุณผู้หญิงเอย รับรองว่าเขาจำได้ และมีเซอร์ไพรส์มาให้ตลอด
แต่พอจีบติด (หรือได้กัน) แล้วล่ะก็ลองชี้นกเป็นไม้เข้าสิ เขาจะได้หาว่าคุณบ้าต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ เผลอๆ แม้แต่จะชี้ยังโดนหาว่าไร้สาระเลย หลังแต่งงานแล้วฝ่ายหญิงจึงกลายเป็นฝ่ายที่เอาอกเอาใจดูแลปรนนิบัติ และต้องรับสภาพนั้นไปจนตลอดชีวิต ซึ่งก็ควรที่ทั้งหญิงและชายจะต้องทำความเข้าใจ ปรับตัวเข้าหา และเห็นใจคนรักของคุณให้มาก เพื่อประคองชีวิตคู่ไปให้ได้ยาวนาน
ปัจจัยที่ 2 คือเรื่องของอายุนั้น มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย กล่าวคือความแตกต่างทางด้านอายุของคู่ครองทั้งสองนั้นไม่ควรจะห่างกันมาก เพราะจะมีผลต่อการปรับตัวเข้าหากันและจะยากลำบากมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เพราะอายุนั้นมีความหมายถึงประสบการณ์ชีวิตและการผ่านโลกมาในระยะเวลาที่ต่างกัน จึงมีผลต่อมุมมองทัศนคติ และสิ่งสนใจซึ่งต่างกัน หากมาใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันแล้ว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะต้องจำใจฝืนทน และเกิดความเบื่อหน่ายจนทนอยู่ด้วยกันไม่ได้ในที่สุด หรือไม่อย่างนั้น ก็เรียกว่าต้องหวานอมขมกลืนกันเลยทีเดียว
เคยไหมครับเวลาไปร้องคาราโอเกะแฟนของคุณ แล้วคุณก็ยังวันรุ่นอยู่ อยากจะร้องเพลงของกอล์ฟ-ไมค์ แต่แฟนคุณอยากร้องเพลงของนันทิดา เวลาอยู่บ้านดูทีวีก็แทบจะตบตีกันตายเพื่อแย่งรีโมทเพราะแฟนคุณอยากดูข่าวสรยุทธ แต่คุณจะดู AF นี่นา อยากดูในทุกๆ อิริยาบถแม้แต่ตอนเด็กๆ กำลังกินอาหากรัน ซึ่งก็ไม่รู้จะไปตามดูให้พลอยหิวกลางดึกทำไม
เพื่อให้คู่เราดูไม่แปลกแยกจากสังคมเท่าไร เราจึงนิยมให้ฝ่ายชายมีอายุมากกว่าฝ่ายหญิงสักเล็กน้อย อาจจะไม่กี่ปีไปจนถึงแก่กว่าสักนาทีสองนาทีก็ยังดี ไม่อย่างนั้นฝ่ายชายก็จะถูกหาว่าเมียแก่กว่า ต้องถูกล้อไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะในวงเหล้าที่มักจะมีการเทิดทูนเมียบังเกล้าอยู่แล้วเป็นปกติ ฝ่ายคุณหญิงก็จะถูกหาว่า กินเด็ก ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นว่าใครเป็นคนมากำหนด หรือไม่เห็นมันเสียหายตรงไหนเพราะขึ้นชื่อว่า เด็ก แล้ว ก็ย่อมอร่อยและน่ากินเป็นธรรมดา
ทีนี้ถ้ากลับกัน คือคุณผู้ชายแก่กว่าก็จริงแต่ดันแก่กว่ามากๆ เช่น 10 - 20 ปีขึ้นไปทีนี้คุณก็จะกลายเป็น พระโค ซึ่งไม่ต้องเสี่ยงทายก็เป็นอันรู้กันว่า ต้องเลือกกิน หญ้าอ่อน อย่างแน่นอน กรณีนี้บางคนเขาเรียกว่า หลอกเด็ก นั่นเอง ซึ่งต้องระวังให้ดี เพราะหลายครั้งที่กลับกลายเป็นว่าถูกเด็กหลอก ยังไม่ทันจะได้เข้าหอน้องหนูก็หอบเอาสินสอดหนีหายไปในกลีบเมฆซะอย่างนั้น
ถ้าจะให้มีปัญหาน้อยที่สุด ฝ่ายชายควรจะอายุมากกว่าฝ่ายหญิงสักเล็กน้อยเพียงพอให้วุฒิภาวะ มุมมอง และฐานะที่พอจะเป็นผู้นำครอบครัวให้ตลอดรอดฝั่งได้ยกเว้นสำหรับคุณผู้หญิงบางท่าน ที่ใจชอบคนที่อายุมากกว่ามากๆ เพราะรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ให้ความสุข รู้ใจมากกว่าคนหนุ่มเพราะชั่วโมงบินมากกว่า กรณีนี้ชีวิตก็จะมีความสุขได้มากเหมือนกันครับ
เรื่องสุดท้ายคือ เรื่องเซ็กซ์ คงต้องเริ่มตั้งแต่ความเข้ากันได้ของ ขนาด ของทั้งสองฝ่าย มิฉะนั้นอาจทำให้กิจกรรมรักต้องเป็นไปด้วยความยากลำบาก ก่อให้เกิดความเจ็บปวด หรือฉีกขาด ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ชีวิตคู่ต้องพังลงอย่างราบคาบยิ่งกว่าปัจจัยอื่นๆ เสียอีก หรือถ้ากลับกันก็จะกลายเป็นความเวิ้งว้างเหมือนลอยอยู่กลางทะเล ที่ไม่สามารถถึงฝั่งได้เสียเลยจนทำให้เกิดความเบื่อหน่าย หมดอาลัยตายอยากในชีวิตกันไป
นอกจากนี้ในเรื่องของลีลาท่าทางก็นับว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คุณผู้อ่านเคยดูการแข่งขันยิมนาสติกหรือกระโดดน้ำไหมครับ ? เขายังมีการคูณคะแนนความยากง่ายของ ท่า ต่างๆ ที่ผู้เข้าแข่งขันแสดงให้กรรมการดู เป็นการโชว์ความสามารถเพื่อจะมัดใจกรรมการให้หลงรักผู้เข้าแข่งขันท่านนั้นๆ แต่ต้องไม่โลดโผนมากเสียจนคู่นอนตามไม่ทัน หรือเกิดการบาดเจ็บนะครับ เพราะจากหลงไหลอาจจะกลายเป็นเกลียดชังจนไม่อยากเข้าใกล้ได้ในทันทีเช่นกัน
เรื่องรสนิยมหรือความต้องการทางเพศสำคัญมากในการใช้ชีวิตคู่ เพราะเซ็กซ์เป็นสิ่งที่คนสองคนต้องแสดงออกต่อกันอย่างเปิดเผยและลำพัง โดยที่คนอื่นไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้ ดังนั้นคุณควรเอาใจใส่ในความต้องการของคู่คุณแล้วตอบสนองตามที่เขาต้องการ ซึ่งคุณทั้งคู่ควรจะบอกความชอบไม่ชอบ และแสดงให้อีกฝ่ายรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากไม่สามารถไปถึงจุดสุดยอดทางเพศได้ในขณะที่คู่ของคุณมีเซ็กซ์ด้วย
เพราะการเก็บเงียบไว้แต่เพียงคนเดียวคู่ของคุณจะไม่มีโอกาสได้รู้ว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร เพื่อให้คุณพอใจเพราะเขาหรือเธอย่อมมีความสุขมากกว่าถ้ารู้ว่าจะทำให้คนรักมีความสุขและจะเต็มใจทำให้โดยไม่รั้งรอ หลายคู่มีปัญหามากเลยนะครับเรื่อง การไปถึง ที่ไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งถ้าหากแก้ไขไม่สำเร็จก็ควรพากันไปปรึกษาแพทย์ เพื่อความขอความช่วยเหลือกันต่อไป
ความถี่-ห่างในการมีเซ็กซ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจ ในช่วงแรกของชีวิตคู่ยังคงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างฐานะ และความมั่นคงให้กับครอบครัว ที่คุณผู้ชายหลายท่านก็จะรู้สึกเหนื่อยมากจากภาระงานประจำ บางทีกลับบ้านอาบน้ำเสร็จแล้วก็ นอนหลับ โดยยังไม่ทันได้ หลับนอน ทิ้งให้ฝ่ายหญิงต้องนอนฟังเสียงกรนด้วยความเซ็งสุดๆ คุณผู้หญิงหลังจากคลอดบุตรก็เหมือนกันอย่าลืมนะครับว่าสามีคุณถือศิลอดมาตั้ง 9 เดือนแล้ว พอหายเจ็บแผลก็อย่าลืมให้ทานเขาบ้างนะครับ ซึ่งผู้ชายก็ควรจะเข้าใจและไม่กวนภรรยาถี่เกินไปด้วยนะครับ
ทั้งหมดที่พูดมาหวังว่าจะเป็นสิ่งละอันพันละน้อย ให้คุณผู้อ่านนำไปเป็นข้อคิดในการครองชีวิตคู่ต่อไปได้นะครับ คิดถึงใจเขาใจเราให้มากๆ ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อกันของคุรทั้งสอง จะทำให้ชีวิตคู่ของคุณอยู่ยาวนานสืบไป
(update 11 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 284 กันยายน 2549 ]
|