เมื่อคืนผมไปงานแต่งงาน เป็นงานช้างเชียวล่ะ บริเวณห้องที่จัดงานก็แน่นอนครับต้องที่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว หน้าห้องมีรูปของคู่บ่าวสาวยิ้มหวานสดชื่น มีวีดีทัศน์ฉายความเป็นมาในการตกลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในงานเป็นที่รวมบรรดาเพื่อนของคู่บ่าวสาวและเพื่อนของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย เสียงคุยกันดังแซดไปหมด แต่ก็พอจับความได้ว่าเกือบจะทุกกลุ่มคุยถึงเรื่องเดียวกัน คือเรื่องคู่แต่งงานไฮโซที่ไฮโซมากเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เป็นงานอภิมหาช้างที่แขกมีทั้งนายกฯ รมต. รมช. โต๊ะวีไอพีมีตั้ง 5 โต๊ะ ตัวคู่บ่าวสาวก็รวยสวย เก่งทั้งคู่ ทำเอาหนุ่มๆ สาวๆ ตาร้อนผ่าวไปตามๆ กัน
เรื่องที่เป็นโจทย์ให้คนในงานเม้าท์กันสนุกปาก ก็เพราะทั้งสองเลิกกันเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นคนรุ่นโบราณแบบผมก็จะพูดว่า แต่งกันยังไม่ทันก้นหม้อจะดำ ก็เลิกกันเสียแล้ว เพราะสมัยก่อนใช้ฟืนหุงข้าว หุงไม่กี่ปีเขม่าก็จับก้นหม้อดำปี๋ แต่สมัยนี้ใช้หม้อไฟฟ้า ใช้จนหม้อพังก้นหม้อก็ไม่มีทางดำ ที่จริงน่าเอามาเปรียบเทียบใช้เป็นคำอวยพรว่า ขอให้ครองคู่อยู่กันตลอดไปจนกว่าก้นหม้อจะดำ เรื่องที่เขาลือกันให้แซดในงาน ผมไม่แปลกใจหรอกครับเพราะสังคมเราเปลี่ยนไปมาก ปัจจัยที่จะทำให้เลิกกันมีเยอะแยะ มีปัจจัยทางสังคมโลกปัจจัยหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบ จะเป็นปัจจัยอะไรลองอ่านต่อไปซิครับ
นักจิตวิทยาสภาวะแวดล้อมได้ทดลองเอาหนูตัวผู้และตัวเมียมา 8 คู่ เลี้ยงในกรงที่มีอาหารสมบูรณ์ แรกๆ หนูก็จับคู่กันตามปรกติ คู่ใครคู่มัน ไม่มีการผิดศีลข้อ 3 ต่อๆ มาพลเมืองหนูเพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมหนูชักจะเริ่ม เปลี๊ยนไป๋ จำนวนหนูเพิ่มขึ้นมากถึงขั้นแออัดพฤติกรรมหนูก็ เปลี๊ยนไป๋ อย่างชัดเจนมาก
การผิดศีลข้อ 3 ถือเป็นเรื่องธรรมดา นังหนูตัวเมียก็ไม่มีสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่ดีอีกต่อไป คือไม่เลี้ยงลูกแต่กลับไปให้ท่าหนูตัวผู้ ที่ร้ายกว่านี้ก็คือมีพฤติกรรมลักร่วมเพศเกิดขึ้นด้วย เห็นไหมครับว่าแม้แต่สัตว์ก็เป็นโฮโมได้ สังคมเราทุกวันนี้มีพลเมืองเพิ่มขึ้นทุกทีๆ จนโลกเราเหมือนกรงหนูทดลอง เพราะฉะนั้นพฤติกรรมประหลาดๆ จึงเกิดขึ้นได้มากมาย รวมทั้งการไม่อดทนครองชีวิตคู่เยี่ยงปู่ย่าตายายของเราในอดีตด้วย
มนุษย์เราเกิดจากร้อยพ่อพันแม่ แต่ละคนได้เชื้อจากพ่อแม่ บวกับการถูกอบรมบ่มมาตั้งแต่เกิดจนกลายเป็นนิสัยประจำตัวของแต่ละคนในปัจจุบัน ทำให้คนเรามีลักษณะเป็นปัจเจกบุคคล ชีวิตคู่ที่จะประสบผลสำเร็จต้องการลักษณะบางอย่างที่เหมือนกัน แต่บางอย่างก็ต้องแตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่ลักษณะแรกที่จะต้องเจอนับตั้งแต่วันแต่งงาน คือการนอน มนุษย์เรามีนิสัยในการนอน 4 ลักษณะ
1. หลับง่าย ตื่นง่าย
2. หลับง่าย ตื่นยาก
3. หลับยาก ตื่นง่าย
4. หลับยาก ตื่นยาก
ถ้าทั้งคู่มีนิสัยข้อ 3 มีปัญหาแน่ครับ แถมเป็นนิสัยที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้กันมาก่อนจึงต้องแก้ไข อาจใช้วิธีแยกกันนอนคนละเตียงหรือแม้แต่แยกห้องกันนอน
การปรับตัวเข้าหากันโดยพบกันครึ่งทางหรือค่อนทางเป็น the must ครับ ข้อนี้ใครๆ ก็รู้ปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ยิ่งสังคมไฮเทคมากเท่าไรมนุษย์เราก็ยิ่งอยู่กับธรรมชาติยากขึ้นเท่านั้น เช่น คนที่อยู่แต่ในห้องแอร์ ข้างนอกเขาจะร้อนกันแค่ไหนไม่เคยรู้สึก พอแอร์เสียหรือไม่มีแอร์จะทำอะไรไม่ได้ งุ่นง่านหงุดหงิด ร้อนกว่าชาวบ้านหลายเท่า สังคมไฮเทคสร้างนิสัยปรับตัวยาก ผัวหนุ่มเมียสาวปัจจุบันจึงยึดตัวเองเป็นสำคัญ เธอนั่นแหละเป็นฝ่ายที่จะต้องปรับเพราะฉันปรับไม่ได้หรือปรับแล้ว
ผมรู้จักผัวเมียคู่หนึ่งทะเลาะกันประจำด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คู่อื่นๆ เขาก็มีปัญหาแบบเดียวกัน แต่เขาไม่เอามาถือเป็นอารมณ์จนทะเลาะกัน ผัวเมียคู่นี้หน้าที่การงานก็ดี เงินทองมากมายเข้าขั้นเศรษฐี แต่หาความสุขในชีวิตไม่ได้ ทะเลาะกันตั้งแต่ยังไม่มีลูก ทั้งคู่คิดว่าถ้ามีลูกแล้วจะเลิกทะเลาะกัน จึงตัดสินใจมีลูก พอมีลูกก็ทะเลาะกันเรื่องวิธีเลี้ยงลูกอีกจนได้ ทะเลาะกันจนปัจจุบันมีหลานก็ยังทะเลาะกันอีกด้วยเรื่องหลาน แต่ก็ไม่เลิกกัน จนลูกๆ หลานๆ ต่างพูดว่า เป็นผม (เป็นหนู) เลิกไปนานแล้ว
ความอดทนของคนสมัยก่อนมีมากกว่าคนสมัยนี้ คนที่ไม่อดทนมักจะถามว่า ทนไปเพื่ออะไร ในเมื่ออยู่คนเดียวสบายกว่า ถ้างั้นคุณก้าวเข้าสู้ประตู คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า ทำไม คำตอบที่มักจะได้ยินเสมอๆ ก็คืออยากจะลองดูเผื่อชีวิตจะดีขึ้น สิ่งดีๆ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองง่ายๆ หรอกครับ แต่เกิดจากความอดทนใช้สติ ใช้ปัญญาแก้ปัญหาไป
ถ้าเรารู้จักอดทนแก้ปัญหา ปรับเปลี่ยนนิสัยเข้าหากันจนสามารถอยู่ด้วยกันได้ ชีวิตคู่จะเป็นชีวิตที่มีความสุข เป็นคู่คิด เป็นเพื่อน เป็นพ่อ เป็นแม่ที่เข้าใจเรามากที่สุด พร้อมที่จะฟันผ่าอุปสรรคไปด้วยกันจนสุดทางชีวิต ไม่เกิดอาการ seven Years itch เหมือนคนสมัยพ่อแม่ของเราบางคู่หรือ everyday itch เหมือนคนสมัยนี้แต่จะมีความสุขมากเพราะ nothing itch
ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องเซ็กส์ ชีวิตคู่ไม่ลงตัว ไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใคร ส่งปัญหา หรือความกังวลเหล่านั้นถามมาได้ที่ เสวนาข้างหมอน หรือ rlm@raklukefamilygroup.com คุณหมอคอลัมนิสต์ประจำของเราทั้ง 4 ท่าน จะช่วยคลี่คลายและเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณ
(update 23 เมษายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 276 มกราคม 2549 ]
|