ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ถึงเวลาพาลูกไปตรวจตาซะที


อยากให้ลูกเห็นโลกกว้าง อยากให้เขามีสายตากว้างไกล สิ่งแรกที่ต้องใส่ใจก็คือการรักษาอวัยวะที่จะใช้ในการมองเห็นนั่นคือ “ดวงตา” ดวงตาไม่ได้เป็นแค่หน้าต่างของดวงใจ ที่จะเผยความคิดความรู้สึกภายในให้ใครต่อใครได้รู้ แต่ดวงตาคือสิ่งที่จะนำพาเด็กๆ ไปสู่การเรียนรู้อันแปลกใหม่สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าอาจจะพาเขาไปสู่การคิดต่อยอดได้อย่างสร้างสรรค์ และเติมแต่งจินตนาการขึ้นมาให้สมบูรณ์ และแม้จะมีกี่หมื่นแสนล้านคำที่คุณบอกเล่าให้ลูกฟัง แต่เชื่อไหมคะว่ามันเทียบไม่ได้กับการที่ลูกของคุณได้มองเห็นสิ่งนั้นด้วยตาสองข้างของเขาเองเพียงครั้งเดียว Kid'd lssue ตุลาคม จะพาคุณมารู้จักกับเรื่องราวของการดูแลรักษา และการตรวจสุขภาพดวงตาน้อยๆ ของเจ้าตัวเล็กวัยซน


ได้เวลาไปหาจักษุแพทย์

การตรวจตาในเด็กพ่อแม่บางคนอาจคิดว่าลูกจำเป็นจะต้องตรวจตาเฉพาะเวลาที่มีความผิดปกติเท่านั้น ไม่ผิดค่ะที่จะคิดแบบนั้น แต่รู้ไหมคะว่าความผิดปกติทางสายตาก็ควรจะมาพบจักษุแพทย์ให้ตรวจเพื่อควาใปลอดภัยค่ะ
  • เด็กที่มีอาการผิดปกติของดวงตา

    คือเด็กที่มีอาการหนังตาตก ตาเหล่ น้ำตาไหล ตาแดง และมีอาการผิดปกติอื่นๆ ซึ่งอาการเหล่านี้พ่อแม่จะต้องให้ความสำคัญด้วยการรีบพาลูกมาพบจักษุแพทย์โดยด่วนเพราะถ้าปล่อยเอาไว้โดยที่ไม่ได้รับการรักษา อาจมีผลถึงขั้นทำให้เด็กตาบอดได้เลย ในเด็กกลุ่มนี้พ่อแม่อาจจะไม่ลังเลที่จะพาลูกมาพบแพทย์เพราะอาการที่เกิดขึ้นกับเด็กนั้นชัดเจนและมองเห็นได้

  • เด็กปกติ

    เด็กกลุ่มนี้คือเด็กโดยส่วนใหญ่ที่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ทางสายตาแสดงออกมา แต่การตรวจตานั้นก็ยังถือว่าสำคัญโดยที่พ่อแม่ควรใส่ใจพาลูกมาตรวจตา อย่างน้อยๆ สักปีละครั้งก็ยังดี แต่เพื่อความมั่นใจการพบจักษุแพทย์ของเด็กๆ ควรเป็นไปตามระยะเวลาดังนี้

    • ครั้งที่ 1 ตรวจเมื่อเด็กอายุได้ 6 เดือน เพื่อดูว่าเด็กใช้สายตาสองข้างได้เท่ากันหรือไม่ ตาผิดปกติหรือเปล่า ตาเหล่ หรือสายตาสั้นสายตายาวหรือเปล่า

    • ครั้งที่ 2 เมื่อเด็กมีอายุ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปี เป็นช่วงสามารถวัดสายตาเด็กออกมาเป็นค่ามาตรฐานได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถ้าตรวจพบอาการผิดปกติ แพทย์จะทำการรักษาทันที

    • ครั้งที่ 3 เมื่อเด็กอายุได้ 6-7 ปี เป็นวัยที่เด็กเริ่มเข้าเรียน และจะต้องมีการใช้สายตาเป็นอย่างมาก ควรพาเขามาตรวจตาว่าจำเป็นต้องใช้แว่นตาหรือไม่

    • ครั้งต่อๆ ไป ให้พาลูกมาตรวจปีละครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อเช็คสายตาและสุขภาพตาทั่วไป

ความผิดปกติทางดวงตา 5 อย่างของเด็กๆ
  • ปัญหาทางสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง
  • ท่อน้ำอุดตัน
  • ตาขี้เกียจ ตาเหล่
  • ตาติดเชื้อ
  • อื่นๆ เช่น ปัญหาในเด็กคลอดก่อนกำหนด มะเร็งในลูกตา / โรคภูมิแพ้ในลูกตา

เด็กแบบไหนต้องใส่แว่น

น.พ. ปกป้อง ปราณีประชาชน จักษุกุมารแพทย์แห่งศูนย์ตาเด็กโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน อธิบายกับเราว่าความต้องการในการมองเห็นชัดในแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เป็นความชอบส่วนบุคคลว่าใครจะมีความสุขกับการมองมากน้อยแค่ไหน “การวัดสายตานั้นจะมีผลออกมา 2 ค่า ค่าแรกคือ ค่าการมองเห็น อีกอย่างคือ ค่าความสั้น ยาว เอียงของสายตา เด็กที่วัดสายตาออกมาแล้วมีสั้น มียาว มีเอียง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้ใส่แว่น การให้แว่นตานั้นจะจำเป็นก็ต่อเมื่อวัดแล้วค่าตัวเลขการมองเห็นคือค่าตัวแรกนั้น มันผิดปกติมากๆ” นอกจากนี้คุณหมอยังย้ำกับเราอีกว่าเด็กที่เป็นตาขี้เกียจจากสายตาผิดปกตินั้นจำเป็นจะต้องใส่แว่น

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกังวลว่าลูกจะไม่ชอบใส่แว่นตาหรือไม่ยอมใส่แว่นเพราะอายเพื่อน นั่นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้วค่ะแว่นตาสำหรับเด็กในทุกวันนี้ได้ออกแบบมาน่ารักน่าใช้ ทั้งสีสันทั้งลวดลายดอกไม้การ์ตูนเยอะแยะไปหมด บอกลาแว่นสมัยเก่าที่กรอบหนาเลนส์นูนไปได้เลยค่ะ รับรองว่าเด็กต้องถูกใจ


การป้องกันและถนอมดวงตาให้ลูก

จำนวนของเด็กใส่แว่นตานับวันก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต ส่วนใหญ่เด็กมักจะสายตาสั้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากสองปัจจัยคือ กรรมพันธุ์และสายตาสั้นที่เกิดจากการใช้สายตาในระยะสั้น ในเรื่องนี้คุณหมอปกป้องให้ความเห็นว่า “สายตาสั้นที่ไม่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์นั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนว่าเกิดจากอะไร แต่จากหลักฐานที่พบเกิดจากการที่เด็กใช้สายตาในระยะใกล้ๆ เพราะทุกวันนี้กิจกรรมที่เด็กทำ เช่น เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นเกม เล่นตัวต่อ หรือต่อจิ๊กซอ กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใช้สายตาในระยะใกล้ๆ ทั้งนั้น ซึ่งในอดีตกิจกรรมของเด็กๆ ที่เล่นจะมีไม่มากขนาดนี้ อาจจะแค่ปั้นดินน้ำมันเท่านั้นเอง” สำหรับวิธีที่จะรักษาถนอมดวงตาให้เด็กๆ นั้นมีดีงนี้ค่ะ
  • อย่าปล่อยให้ลูกใช้สายตานานเกินไป ให้ลูกได้พักสายตาบ่อยๆ อาจจะด้วยการหากิจกรรมให้เขาทำกิจกรรมนอกบ้านด้วย
  • การอ่านหนังสือ ดูทีวี ควรจัดให้แสงสว่างที่เพียงพอสำหรับลูก
  • เมื่อมีฝุ่นละอองหรือเศษผงเข้าตาลูก พยายามอย่าให้เขาขยี้ตาควรใช้น้ำสะอาดล้างออก
  • เตือนให้ลูกหลีกเลี่ยงการมองแสงจ้า เช่น มองดวงอาทิตย์โดยตรง
  • อย่าให้ลูกใช้แว่นตาร่วมกับผู้อื่นเพราะ อาจติดโรคทางตาได้
  • ให้ลูกกินอาหารที่มีวิตามินเอมากๆ เช่น ไข่ นม น้ำมันตับปลา ผัก และผลไม้สีเหลือง

เมื่อหมอต้องเผชิญหน้ากับเด็กๆ

จากการพูดคุยกับคุณหมอปกป้องถึงการตรวจรักษาตาในเด็กบวกกับการสังเกตการณ์ในห้องตรวจ ทำให้ได้ทราบว่าการตรวจตาในเด็กนั้นเป็นเรื่องยากกว่าในผู้ใหญ่และใช้เวลานานกว่าด้วย เครื่องไม้เครื่องมือก็แตกต่างออกไป โดยจะมีอุปกรณ์ช่วยตรวจมากมายไว้ดึงความสนใจเพื่อเด็กๆ จะได้ให้ความร่วมมือในการตรวจแต่ละครั้ง คุณหมอปกป้องอธิบายพร้อมกับสาธิตการใช้เครื่องมือให้เราฟังว่า “การตรวจตาเด็กนั้นไม่ใช่แค่ว่าเรามีความรู้แล้วจะตรวจได้เลย ห้องที่ตรวจนั้นมันจะต้องมีการจัดการตบแต่งให้น่ารัก มีสิ่งกระตุ้นสิ่งเร้าเพื่อดึงดูดความสนใจ จัดทุกอย่างให้เด็กดูแล้วมีความสุข” เมื่อเราถามถึงผู้ช่วยในการตรวจคุณหมอบอกว่า “การตรวจจะต้องมีผู้ช่วยและแน่นอนผู้ช่วยที่ดีที่สุดของหมอก็คือคุณแม่หรือผู้ปกครองของเด็กที่มาด้วย การตรวจในแต่ละครั้งหมอไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องตรวจให้ได้ครบทุกอย่าง เพราะบางทีเด็กอาจจะงอแง ตรวจได้แค่ไหนก็แค่นั้น ค่อยว่ากันในคราวต่อไป”

การดูแลเอาใจใส่สุขภาพตาของลูกคุณพ่อคุณแม่ควรทำควบคู่กันไปพร้อมๆ กับการดูแลสุขภาพร่างกาย การเฝ้าระวังสังเกตลูกอย่างใกล้ชิดจะช่วยแก้ปัญหาและจัดการกับเรื่องสายตาของลูกได้ทันท่วงที การมีดวงตาที่สดใสทำให้เด็กๆ เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้เร็วขึ้น และดวงตาก็ถือว่าเป็นอวัยวะที่จะเสริมสร้างพัฒนาการด้านอื่นๆ


คุณรู้ไหมว่า…
  • เด็กแรกเกิดจะมีสายตายาว
  • เด็กๆ จะเริ่มมองเห็นได้เท่าผู้ใหญ่เมื่อมีอายุได้ 4-5 ขวบ
  • เมื่อพ่อแม่สายตาสั้น โอกาสที่ลูกจะสายตาสั้นมีมากกว่าคนปกติ 5-6 เท่า
  • การไส่แว่นตาช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่มีผลทำให้สายตาสั้นหรือยาวเพิ่มขึ้นเลย
  • โรคทางสายตาที่ร้ายแรงที่สุดคือ มะเร็งในลูกตา
  • คนเอเชียสายตาสั้นมากกว่าคนในทวีปอื่นๆ

อย่าลืมนะคะว่า ตาดีได้ (ได้เห็นอะไรมากเกินกว่าคำบรรยาย) ตาร้ายเสีย (เสียโอกาสมากมายในการมองเห็น)


(update 25 ธันวาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.159 October 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600