รอบรู้
เรื่องหู
ความผิดปกติของหูส่วนต่างๆ สามารถสังเกตได้ตามอาการที่แสดง
ใบหู : ถ้าผิดปกติ เช่น ใบหูอักเสบ บวมแดงก็จะสังเกตได้ง่าย
ช่องหูด้านนอก : มักมีขี้หูอุดตัน เด็กอาจจะมีอาการปวดและการได้ยินแย่ลง สังเกตจากเวลาเรียกแล้วไม่ค่อยหันศรีษะตามเสียงเรียกหรือฟังทีวีเสียงดังขึ้น อาการหูชั้นนอกอักเสบก็มีโอกาสเกิดได้บ่อยๆ ครับหากน้ำเข้าหู ชอบว่ายน้ำหรือชอบปั่นหู เราอาจสังเกตได้ง่ายๆ ว่าจะมีน้ำไหลออกจากหู มีกลิ่นเหม็น และเด็กอาจจะมีอาการคัน บางครั้งเด็กจะแสดงอาการโดยพยายามใช้นิ้วแหย่รูหู
หูชั้นกลาง : โรคหูชั้นกลางอักเสบ เราสามารถพบได้บ่อยในเด็กเล็กๆ ครับ อาการอาจไม่ชัดเจนเท่าการอักเสบของหูชั้นนอก โดยเด็กมักจะร้องไห้
งอแงโดยไม่ทราบสาเหตุ มักจะเป็นร่วมกับอาการหวัดอาจจะมีไข้ ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว ถ้ารักษาช้าแก้วหูอาจจะโป่งและทะลุได้
ดังนั้นต้องรีบเช็กกับคุณหมอเฉพาะทางครับ
หูชั้นในและเส้นประสาทหู : โรคในตำแหน่งนี้จะพบน้อยในเด็กครับแต่ถ้าเป็นจะมีอาการค่อนข้างรุนแรง
ทำให้การได้ยินเสียงและการทรงตัวแย่ลงไปได้
อาการอันตรายระคายหู
อาการดังต่อไปนี้เป็นอาการหลักๆ ของโรคหูในเด็กเลยทีเดียวพบอาการอย่างว่านี้กับเจ้าหนูแล้ว อย่าลังเลที่จะพามาหาหมอนะครับ
1. มีน้ำซึ่งอาจมีกลิ่นเหม็นไหลออกจากหู
2. มีอาการปวดหู หลังหูบวมแดง สิ่งสำคัญคือเด็กเล็กๆ มักจะไม่สามารถบอกหรือแสดงอาการปวดได้ แต่จะมีอาการที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ อย่างเช่น ปิดหูข้างที่เป็นโรค ยามมีใครไปถูกหรือสัมผัสใบหูหรือหลังหูก้จะร้องไห้งอแง
3. การได้ยินแย่ลง เวลาดูโทรทัศน์หรือเรียกชื่อลูกจะมีท่าทีไม่ได้ยินเสียงจากโทรทัศน์
เปิดเสียงดังขึ้นหรือต้องเรียกดังระดับมากขึ้นจากที่เคยเรียกอยู่เป็นประจำกว่าจะได้ยิน
รักษาหู
ยามป่วย
เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปหาคุณหมอก็จะซักถามประวัติเพิ่มเติมนะครับ อย่างอาการไข้ เป็นหวัด น้ำไหลจากหู และปัจจัยเสริมอื่นๆ อีก เช่น เป็นหวัดบ่อยไหม ว่ายน้ำ น้ำเข้าหู ชอบปั่นหรือแคะหู หรือประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวบ้างหรือเปล่า เป็นต้น
สำหรับการตรวจร่างกายคุณหมอจะตรวจบริเวณหู เริ่มตั้งแต่ใบหู หลังหู หูชั้นนอก หูชั้นกลาง โดยใช้อุปกรณ์ส่องหูโดยเฉพาะ
บางครั้งจะมีการทดสอบโรคของแก้วหูและหูชั้นกลาง โดยตรวจพิเศษในแก้วหูและหูชั้นกลาง
วิธีการรักษา
หูชั้นนอกอักเสบ : เราจะรักษาโดยการทำความสะอาด ทายา อาจได้รับยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบและยาหยอดหูนำไปใช้ที่บ้าน โดยคุณหมออาจนัดมาดูอาการอีกครั้งในช่วงระยะ 2 - 3 วันต่อมา
หูชั้นกลางอักเสบ : รักษาโดยการกินยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด คุณหมออาจให้ยาลดบวมหรือยาขับเสมหะ เนื่องจากโรคหูชั้นกลางอักเสบมักพบร่วมกับโรคหวัดหรือโรคภูมิแพ้อากาศ การให้ยามักต้องรักษานาน 1 - 2 สัปดาห์ ซึ่งคุณหมอจะนัดมาดูอาการเป็นระยะ
ในกรณีที่ให้ยารักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีน้ำขังในหูชั้นกลางนานๆ จะทำให้การได้ยินของเด็กแย่ลงเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ก็อาจจำเป็นที่จะต้องใส่ท่อเล็กๆ ผ่านหูชั้นกลางเพื่อระบายน้ำในหูชั้นกลางทำให้แก้วหูไม่ตีบ สำหรับปัญหาอื่นๆ เช่น ต่อม adenoid (เป็นต่อมน้ำเหลืองหลังโพรงจมูก) อาจเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย จึงอาจพิจารราตัดออกในเด็กที่มีอาการอักเสบของหูเรื้อรังครับ
การรักษาหูชั้นใน : จะดูแลตามแต่กรณีไป แต่มักพบน้อยมาก
หูเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อน หากมีอาการผิดปกติแล้วไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรควรให้แพทย์ตรวจเช็กเพื่อความแน่นอน
และความสบายใจของคุรพ่อคุณแม่ด้วยจะดีกว่าครับ
โรคหู
ป้องกันได้
เนื่องจากหูเป็นอวัยวะที่เล็กและละเอียดอ่อนถ้าป้องกันไม่ให้เป็นโรคได้จะดีที่สุด มาดูกันดีกว่านะครับว่าเราจะป้องกันอย่างไรดี
- ระวังอย่าให้น้ำเข้าหูนานๆ บ่อยๆ จะทำให้ช่องหูแฉะและเมื่อปั่นหรือแคะจะทำให้เกิดการอักเสบตามมา
- ห้ามปั่นและแคะหู เพราะจะมีโอกาสทำให้เกิดแผลที่หูชั้นนอกและแก้วหูทะลุได้
- ควรฉีดวัคซีนตามนัดทุกครั้งเพราะโรคบางโรค เช่น หัด คางทูมสามารถทำให้เส้นประสาทหูเสื่อมได้
Concern
- หากลูกมีอาการปวดหัวหรือปวดหู คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ผ้าอุ่นๆ ประคบช่วงหลังหูหรือรอบใบหูเพื่อลดอาการปวดได้
- ยาใช้ยาหยอดหูลูกดดยยังไม่ทราบว่าลูกเป็นโรคอะไรโดยเด็ดขาดเพราะอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
น้ำเข้าหู
ทำไงดี
ไม่ต้องห่วงครับ เพราะว่าถ้ามีน้ำเข้าหูแล้ว ปกติน้ำจะไหลออกมาสำหรับเด็กๆ ที่รู้สึกว่าหูยังอื้ออยู่อาจเป็นเพราะว่ายังมีน้ำอยู่หรือมีขี้หูที่อยู่ในหู ซึ่งร่างกายก็จะจัดการกับน้ำและกำจัดขี้หนูนี้ออกมาเองโดยไม่ต้องทำอะไรครับ
แมลงเข้าหู
ปิดไฟในห้องให้มืดหมด ใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในรูหู แสงไฟจะล่อแมลงให้เดินออกมาได้.
(update 31 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปี่ที่ 10 ฉบับที่ 120 ตุลาคม 2548 ]
|