จนทุกวันนี้ พ่อแม่บางคนยังไม่ทราบเหตุผลเลยว่าการที่หมอสั่งยาว่าให้กินก่อนอาหาร หรือหลังอาหารมีเหตุผลกลใด ด้วยความที่มีลูก เริ่มกังวลเสียแล้ว ที่ผ่านมาไม่ได้นึกว่าจะมีผลอย่างไรกับร่างกาย หมอสั่งให้กินก่อนเราก็กินหลัง เพราะว่าลืมกินเป็นส่วนใหญ่ พอนึกได้ก็กินทันที แต่วันนี้คุณทำแบบนั้นไม่ได้ และคุณก็ไม่กล้าทำเช่นเดิมแน่นอน เพราะความรักลูก คุณจะทำผิดที่หมอสั่งมาไม่ได้ มาดูกันว่า การกินยาก่อนอาหาร-หลังอาหาร มันสำคัญต่างกันอย่างไร
การที่จะทราบว่าการกินยาก่อนอาหาร หรือหลังอาหารสำคัญอย่างไรนั้นเราต้องทราบก่อนว่าขั้นตอนที่ยาไปออกฤทธิ์นั้นเป็นอย่างไร เวลาเรากินยาเข้าไป ถ้าเป็นยาเม็ดหรือแคปซูล ยานั้นจะแตกออกเป็นส่วนเล็กๆ ก่อน แล้วละลายในน้ำ ซึ่งอยู่ในกระเพาะและทางเดินอาหาร หลังจากนั้นก็จะถูกดูดซึมเข้าผนังทางเดินอาหาร เข้าสู่ประแสเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายต่อไป แต่ถ้าเป็นยาน้ำ ขบวนการนี้ ก็จะเร็วขึ้น
ยาจะออกฤทธิ์เมื่อได้เข้าไปอยู่ในกระแสเลือดแล้ว และต้องมีปริมาณสูงพอด้วยอาหารบางอย่างมีผลต่อการดูดซึมของยา ยาบางตัวก็มีผลกับกระเพาะอาหาร เช่น ทำให้เกิดการระคายเคือง ดังนั้น การกินยาก่อนหรือหลังอาหาร จึงมีความสำคัญขึ้นกับว่าต้องการผลของยาในแง่ใด ปกติเมื่อกระเพาะอาหารมีอาหารอยู่เต็ม ยาจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้น้อยกว่า และใช้เวลามากกว่าเมื่อกระเพาะว่าง ดังนั้นเราจะกำหนดเวลาไปด้วยว่ากินก่อนอาหารหรือหลังอาหารนานเท่าใด จึงจะได้ผลตามที่ต้องการ
ทำไม ? ต้องกินยาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง
เพราะเราต้องการให้ได้รับยาขณะที่ท้องว่าง เพื่อให้ยาดูดซึมให้ดีที่สุด ยาพวกที่ต้องกินแบบนี้ได้แก่ เพนนิซิลิน แอมพิซิลิน ไรแฟมพิซิล เป็นต้น บางทีเราก็ต้องการให้ยาออกฤทธิ์ก่อนอาหารตกถึงกระเพาะ (จะกินก่อนอาหารนานเท่าใดขึ้นอยู่กับเวลาตั้งแต่เริ่มกินจนถึงเวลาที่ยาออกฤทธิ์ ซึ่งยาแต่ละตัวจะแตกต่างกัน) เช่น ยาที่ลดการเกร็ง หรือบีบตัวของกระเพาะและทางเดินอาหาร คนที่เป็นโรคกระเพาะนั้นมักจะปวดท้อง เมื่ออาหารตกไปถึงกระเพาะ เพราะอาหารเป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะลำไส้บีบตัวมากขึ้น จึงต้องให้ยาออกฤทธิ์ ลดการบีบตัวของกระเพาะลำไส้ โดยกินยาก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์พอดีเวลาอาหาร ซึ่งจะบรรเทาอาการปวดท้องได้ ยังมียาที่กระตุ้นให้เกิดการอยากอาหาร ก็ต้องกินก่อนอาหารประมาณ 1/2 ชั่วโมง พอยาออกฤทธิ์ จะกินอาหารได้มากขึ้น
ทำไม ? ต้องกินยาหลังอาหาร 1 ชั่วโมง
ยาบางชนิดจะออกฤทธิ์นาน เมื่อกินหลังอาหาร เช่น ยาลดกรดซึ่งมีผู้ทดลองได้ผลว่า ถ้าให้ยาในขณะที่ท้องว่าง ยาจะออกฤทธิ์นานประมาณ 30 นาที แต่ถ้าให้ยาหลังอาหาร 1 ชั่วโมง ยาจะออกฤทธิ์นาน 4 ชั่วโมง ดังนั้นจึงกำหนดให้กินหลังอาหาร 1 ชั่งโมง
ไหนๆ ก็พูดถึงยาก่อนอาหาร หลังอาหาร พร้อมอาหารมาแล้ว ขอพูดถึงยากินก่อนนอนสักเล็กน้อยยาบางชนิดกินแล้วทำให้ง่วงมึนงง เช่น ยาคลายกังวล ยาแก้แพ้ ซึ่งเป็นส่วนผสมของยาแก้หวัด ลดน้ำมูก จึงควรกินก่อนนอน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ปลอดภัยในขณะทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือขับรถในเวลากลางวันแล้ว ยังทำให้หลับได้อย่างสบายในเวลากลางคืนอีกด้วย
ทำไม ? ต้องกินหลังอาหารทันที = กินก่อนอาหารทันที = กินพร้อมอาหาร ต่างกันอย่างไร ?
ยาบางตัวหากกินตอนท้องว่างจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารมาก ทำให้คลื่นไส้อาเจียน แต่ถ้ากินพร้อมอาหารจะช่วยลดการระคายเคืองได้ ยาพวกนี้ได้แก่ ยาแก้ปวดชนิดต่างๆ เช่น แอสไพริน ยาแก้ปวดข้อ เช่น เพนนิลบิวทาโซน ไอบูโปรเฟน อินโดเมดทาซิน เป็นต้น นอกจากกินพร้อมอาหารแล้วยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น แอสไพริน การกินน้ำตามมากๆ เพื่อไปเจือจาง หรือลดความเป็นกรดให้น้อยลงก็ช่วยลดการระคายเคืองได้
สรุปว่า จะกินยาก่อนอาหาร หรือหลังอาหารขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการให้ยานั้นๆ ออกฤทธิ์ให้ได้ผลมากที่สุด มีผลข้างเคียงน้อยที่สุดส่วนจะก่อน-หลังนานเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับเวลาตั้งแต่เริ่มกินยาจนถึงเวลาที่ยาถูกดูดซึมเข้าผนังทางเดินอาหารหมด หรืออาจเลยไปถึงเวลาที่ยาออกฤทธิ์แล้วแต่ว่าเราต้องการผลอันไหน เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด ผู้ป่วยควรกินยาตามเวลาที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ผลดีก็ตกอยู่กับตัวของผู้ป่วยเอง เมื่อรู้แบบนี้ พ่อแม่ต้องปฏิบัติตามด่วน
(update 28 ตุลาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.158 September 2006]
|