ยารักษาผมร่วง


ผมร่วงมีหลายชนิด มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อรา และเกิดจากภูมิคุ้มกัน มียารักษาผมร่วงหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะหยุดผมร่วงได้


ยารักษาผมร่วง
ผมร่วงมีหลายชนิด มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง มีสาเหตุจากการติดเชื้อรา และเกิดจากภูมิคุ้มกันมียารักษาผมร่วงหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะหยุดผมร่วงได้


ผมร่วงเป็นเรื่องธรรมชาติ
ผมร่วงเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสวยความงามส่วนใหญ่มักถามถึงวิธีในการชะลอการหลุดร่วง และรักษาเส้นผม ให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้น และดกดำสวยเงางาม


ความยาวของเส้นผม
ปกติแล้วคนเราจะมีเส้นผมทั่วทั้งศรีษะประมาณ 1 แสนเส้น และในแต่ละวันผมของเราจะยาวขึ้นประมาณวันละ 0.35 มิลลิเมตร (มม.) ซึ่งถ้าคิดเป็นระยะเวลา 1 เดือน (30 วัน) ด้วยการนำตัวเลข 30 ไปคูณด้วย 0.35 มม. (0.35 x 30 = 10.5 มม. หรือ ประมาณ 1 เซนติเมตร) ซึ่งจะให้คำตอบว่า 10.5 มม. หรือ ประมาณ 1 เซนติเมตร (ซม.) หรือสรุปได้ว่าทุกเดือนผมเราจะยาวขึ้นประมาณ 1 ซม.


จำนวนของเส้นผม
จำนวนเส้นผมทั้งหมดบนหนังศรีษะมีประมาณ 1 แสนเส้น และมีขั้นตอนการเจริญเติบโตตามธรรมชาติซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้
1. ระยะเจริญเติบโต (Anagen stage หรือ growing phase) เส้นผมกำลังเจริญเติบโตและอยู่ลึกที่สุดในหนังศรีษะ มีจำนวนของเส้นผมประมาณร้อยละ 90 ของผมทั้งหมด หรือประมาณ 9 หมื่นเส้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตของระยะต้นนี้ไปอีกประมาณ 3 ปี จึงจะพัฒนาการไปสู่ผมในระยะที่ 2

2. ระยะกลาง (Catagen stage) ประมาณว่ามีเส้นผมอยู่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของผมทั้งหมด หรือประมาณน้อยกว่า 1 พันเส้น และจะมีอายุอยู่ค่อนข้างสั้นประมาณ 2 สัปดาห์ และจะเจริญต่อไปสู่ระยะที่ 3

3. ระยะเจริญเติบโตเต็มที่ (Telogen stage หรือ resting phase) ผมในระยะนี้จะค่อยๆ เลื่อนตื้นขึ้นๆ และร่วงหลุดไป (และการสร้าง anagen follicle ใหม่เพื่อเริ่มต้นการสร้างเส้นผมเพื่อทดแทนผมที่ร่วงหลุดไป)
ระยะที่ 3 นี้จะมีจำนวนผมทั้งสิ้นประมาณร้อยละ 10 ของเส้นผมทั้งหมด หรือประมาณ 1 หมื่นเส้น และจะมีอายุอยู่ประมาณ 3 เดือน แล้วก็จะร่วงหลุดไปเองตามธรรมชาติ


จำนวนเส้นผมที่เจริญเติบโตและร่วงตามธรรมชาติ
มนุษย์ทุกคนมีผมร่วงเองตามธรรมชาติ เป็นปกติประมาณ 1 หมื่นเส้น ภายในระยะเวลา 3 เดือน (3 x 30 = 90) ไปหารด้วย 1 หมื่น ก็จะได้ตัวเลขประมาณ 100 ซึ่งก็คือ จำนวนเส้นผมโดยประมาณที่ร่วงโดยธรรมชาติต่อวัน

ผู้ที่สงสัยว่า “ตนเองจะมีภาวะผมร่วงผิดปกติ” ก็ควรหมั่นสังเกตและลองนับจำนวนเส้นผมที่ร่วงในแต่ละวันดู ถ้ามีจำนวนเส้นผมน้อยกว่า 100 เส้นต่อวัน ก็ถือว่าเป็นภาวะของเส้นผม แต่ถ้ามีจำนวนเส้นผมที่หลุดร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน จึงจะถือว่ามีความผิดปกติของการหลุดร่วงของเส้นผม


บางสภาวะอาจทำให้ผมร่วงได้มากกว่าปกติ
อย่างไรก็ดี ในบางสภาวะอาจทำให้ผมร่วงได้มากกว่าปกติ เช่น ความเครียด หลังคลอดบุตร เสียเลือดอาจทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลงได้ และร่วงมากขึ้นได้แต่มักกลับมาเป็นปกติได้ หลังจากที่ได้ผ่านภาวะนั้นๆ เรียบร้อยแล้ว


ชนิดของผมร่วง
ผมร่วงมีหลายชนิด แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ดังนี้
1. ผมร่วง (หัวล้าน) แบบเพศชาย (androgenic alopecia) เป็นการหลุดร่วงของเส้นผมตามธรรมชาติพบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง มักพบในผู้ที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง มีหลายรูปแบบ แต่ที่พบบ่อยคือ หัวล้านบริเวณกลางศรีษะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์และฮอร์โมนเพศชาย เมื่ออายุมากขึ้นจะมีการหลุดร่วงมากขึ้น

2. ผมร่วงจากภาวะของโรค ที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุของผมร่วงคือ การติดเชื้อรา และเกิดจากภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีการหลุดร่วงของเส้นผมเป็นหย่อมๆ บางๆ

ถ้าเกิดจากเชื้อรา มักมีอาการอักเสบ การลอกของหนังศรีษะและเป็นสะเก็ดร่วมด้วย

ส่วนชนิดที่เกิดจากการภูมิคุ้มกันมีระดับความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน ในรายที่เป็นน้อยอาจมีอาการร่วงเป็นหย่อมๆ บางๆ แต่ในรายที่เป็นมากขึ้น อาจร่วงทั้งศรีษะได้ หรืออาจร่วงทั่วทั้งตัว คือมีการร่วงทั้งผมและขน ซึ่งควรไปปรึกษาแพทย์

3. ผมร่วงจากภาวะอื่นๆ เช่น จากการฉายรังสี จากการได้รับยาบางชนิด จากความเครียด การดึงรั้งผมแรงๆ และต่อเนื่องนานๆ เป็นต้น
ผมร่วงที่เกิดจากภาวะเครียด ตีวอย่างเช่น การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร การเจ็บป่วยเรื้อรังหรือรุนแรง การขาดสารอาหาร โรคไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น

ส่วนการดึงรั้งผมอย่างแรงๆ และต่อเนื่องนานๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการหลุดร่วงของเส้นผม ซึ่งมักเกิดจากการไปทำผมเป็นประจำ ตามร้านเสริมสวย เช่น การยืดผม ดัดผม ม้วนผม หรือย้อมเปลี่ยนสีของเส้นผม สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลทำลายความสมบูรณ์ของเส้นผม ทำให้เกิดการหลุดร่วงของเส้นผมได้

ถึงตรงนี้คงจะได้คำตอบแล้วว่า ทำไมผมถึงได้ร่วงและผมที่หลุดร่วงอยู่นั้นเป็นภาวะปกติหรือไม่

นอกจากนี้ยังพอสำรวจตัวเองได้ว่า ผมที่ร่วงนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร มีสาเหตุเกิดจากปัจจัยใด ซึ่งอาจเป็นเพียงปัจจัยเดียว หรือหลายๆ ปัจจัยหรือหลายสาเหตุทำให้เกิดการร่วงหลุดของเส้นผมได้


การดูแลสุขลักษณะที่ดีของเส้นผม
เส้นผมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ตามปกติ ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันบ้างตามลักษณะตามพันธุกรรมของแต่ละคน

การดูแลสุขภาพเส้นผมที่ดี
  • ควรสระผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ด้วยแชมพูทั่วไป ไม่ควรใช้แชมพูยาแรงๆ หรือผลิตภัณฑ์แต่งหรือกัดสีเส้นผม

  • ขณะที่กำลังสระผมด้วยแชมพู อาจนวดหนังศรีษะเบาๆ เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่หนังศรีษะ อย่าใช้เล็บเกา เพราะจะระคายเคืองหนังศีรษะ

  • หลังการสระผม ควรเช็ดผมให้แห้งเบาๆ ด้วยผ้าขนหนู หรือปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ ไม่ควรใช้เครื่องเป่าผม เพราะจะทำให้หนังศรีษะแห้ง เสียสมดุล

  • ควรหวีผมเบาๆ ด้วยหวีซี่ห่างๆ โดยเริ่มจากรากผมไปสู่ตลอดความยาวของเส้นผม และไม่ควรใช้หวีที่แข็งแรงมีซี่ของหวีที่ถี่เกินไป เพราะอาจจะดึงเส้นผมให้หลุดร่วงมากขึ้น

  • ควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งเส้นผมด้วยความร้อนหรือสารเคมีต่างๆ โดยไม่จำเป็น

ยารักษาผมร่วง (ยาปลูกผม)
ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์กระตุ้นการงอกของเส้นผม หรืออาจเรียกว่า ยาปลูกผม ซึ่งมีหลายชนิด และมีประสิทธิภาพ วิธีใช้ และผลข้างเคียงต่างๆ กัน ซึ่งจะต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันนานประมาณ 6-12 เดือน จึงจะเห็นผล และควรใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะถ้าหยุดยานี้ ผมจะกลับมาหลุดร่วงได้อีก
1. ไมน็อกซิดิล (minoxidil) เป็นยาลดความดันเลือดแต่เมื่อใช้กับผู้ป่วยพบว่ามีผมและขนขึ้นดกดำกว่าปกติมีทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำในรูปยาทาภายนอกเพื่อช่วยให้เส้นผมบริเวณที่ทางอกขึ้นมา ซึ่งควรเลือกใช้เฉพาะชนิดน้ำทาที่หนังศรีษะ เพราะปลอดภัย ไม่ควรใช้ชนิดเม็ด เพราะจะมีผลลดความดันเลือด ซึ่งอาจเกิดอันตรายกับผู้ที่ใช้ยาได้ และชนิดเม็ดยังมีผลทำให้ขนขึ้นดกดำทั่วทั้งตัวเหมือนลิง ดูไม่งดงามได้

ยาน้ำชนิดใช้ภายนอก ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ การระคายเคืองที่ผิวหนังและคันหนังศรีษะ

2. ไฟนาสเตอไรด์ (Finasteride) ยารักษาต่อมลูกหมากโตเป็นหลัก แต่ในขนาดต่ำๆ อาจช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมโดยการยับยั้งฮอร์โมนเพศชายในต่อมรากผมได้ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ พบได้ร้อยละ 1-3 ของผู้ใช้ยานอกจากนี้ถือเป็นข้อห้ามในหญิงตั้งครรภ์
ยาทั้ง 2 ชนิดนี้ ได้ผลดีใกล้เคียงกัน คือประมาณร้อยละ 30-40 ของผู้ใช้ยาทั้งหมด หรือถ้ามีผู้ใช้ยานี้ 100 คน จะเห็นผลประมาณ 30-40 คนเท่านั้น ไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือไม่ได้ผลทุกคน

ยาที่ควรเป็นตัวเลือกแรกคือ ยาไมน็อกซิดิลชนิดน้ำเพราะปลอดภัย และราคาย่อมเยาว์ จะใช้ยาไฟนาสเตอไรด์ก็ต่อเมื่อใช้ยาไมน็อกซิดิลแล้วไม่ได้ผล หรือใช้ร่วมกัน ถ้ายาชนิดแรกได้ผลเล็กน้อย ทั้งนี้เพราะไฟนาสเตอไรด์ราคาค่อนข้างสูงและมีผลข้างเคียง

สำหรับผู้ที่มีผมร่วงเป็นหย่อม (alopecia areata) อาจหายเองได้ภายใน 6-24 เดือน ถ้าผู้ป่วยไปพบแพทย์อาจได้รับการรักษาด้วยยาคอร์ติโคสตีรอยด์ชนิดทาภายนอกหรือฉีดที่หนังศรีษะ เพื่อเร่งให้หายเร็วขึ้น.


(update 6 กันยายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 27 ฉบับที่ 324 เมษายน 2549]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600