3 ส. น้องหนูโยคะปลอดภัย
แม้ว่าโอกาสที่เกิดอุบัติเหตุมีน้อยมากแต่ 3 ข้อต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตระหนักทุกครั้งที่ทำโยคะให้เจ้าตัวเล็กค่ะ
1. สถานที่เหมาะสม หากยังเป็นน้องหนูวัยเบบี๋คุณแม่ต้องเลือกสถานที่ทำโยคะที่ปลอดภัย สะอาด และมีอากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนโยคะที่เด็กทำเองจะเป็นวัยที่ยืนเคลื่อนไหว ควบคุมระบบกล้ามเนื้อระบบประสาทได้ในระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่อันตรายมาจากสิ่งแวดล้อม เช่น มุมโต๊ะและพื้นแข็งเป็นต้น ดังนั้นต้องมีเบาะรองทุกครั้งค่ะ
2. ใส่ใจท่าฝึก คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกท่าที่เหมาะสมกับพัฒนาการทางกล้ามเนื้อและกระดูกของลูก เช่น ถ้าลูกยังนั่งไม่ได้ไม่ควรให้ฝึกท่าก้มหลัง เพราะท่านี้เชื่อมโยงกับพัฒนาการกล้ามเนื้อสันหลังและกระดูกสันหลังของเด็ก ท่าบางท่าที่ใช้หัวตั้งกับพื้นอาจดูตื่นเต้นน่าสนใจแต่ก็อันตราย ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ หรือเด็กที่ยังยกคอไม่ได้ไม่ควรที่จะฝึกท่าแอ่นหลังตั้งคอขึ้นมา บางท่าต้องระบุเลยว่าสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป เป็นต้น
3. สัมผัสอ่อนโยน เวลาฝึกพ่อแม่ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติไม่ควรเคร่งเครียดเกินไป และสังเกตอารมณ์ของลูกถ้าลูกเริ่มร้องโยเย ควรหยุดฝึกอย่าไปฝืนและกลับมาฝึกใหม่เมื่อลูกอารมณ์ดี ที่สำคัญคุณแม่ควรระวังน้ำหนักมือ ใช้น้ำหนักมือเพียงเบาๆ ลูกจะได้ไม่ตกใจและจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายค่ะ
เรื่องต้องรู้ก่อนทำโยคะเด็ก
1. สำหรับที่เริ่มฝึกใหม่ๆ คุณแม่ต้องแน่ใจว่าลูกได้เริ่มจากท่าง่ายๆ ก่อนและต้องรู้ว่าควรฝึกมานานแค่ไหน
2. คุณแม่ต้องถามตัวเองให้รู้แน่ว่าอยากให้ลูกไปเรียนโยคะเพื่ออะไร อย่าให้ลูกเรียนเพราะกำลังเป็นที่นิยม เด็กบางคนอาจจะชอบและอยากฝึกโยคะ แต่บางคนอาจจะชอบกำลังกายอย่างอื่นมากกว่า
3. หากลูกเลือกที่จะเรียนแล้ว คุณแม่ควรกระตุ้นและแนะนำให้ลูกเห็นประโยชน์ของโยคะก่อนที่จะเริ่มฝึกอย่างจริงจัง
4. โยคะเด็กหรือโยคะเบบี๋ควรเลือกครูฝึกโยคะที่มีประสบการณ์สอนโยคะเด็กหรือโยคะเบบี๋โดยตรง
5. เมื่อลูกไปเรียนโยคะแล้ว คุณแม่ควรอยู่สังเกตบรรยากาศระหว่างลูกกับครูขณะที่ฝึกโยคะ รวมถึงดูเรื่องความปลอดภัยด้วยว่าครูผู้สอนและลูกของคุณปฏิบัติตามกฎการฝึกอย่างเคร่งครัดหรือไม่
6. หากคุณแม่จะทำโยคะให้เบบี๋หรือสอนโยคะลูกที่บ้านเอง ควรจะมีความรู้เกี่ยวกับการฝึกโยคะเด็กเบื้องต้นและอย่าลืมเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษค่ะ
7. สำหรับโยคะเบบี๋ คุณแม่ต้องใส่ใจระมัดระวังลูกมากๆ เพราะกล้ามเนื้อและกระดูกยังไม่แข็งแรงอาจจะบาดเจ็บได้
8. ต้องมั่นใจว่าคุณและลูกอยู่ในสถานที่ที่มีคนให้ความช่วยเหลือได้ทัน หากเกิดอันตรายระหว่างการฝึก ถ้ารู้สึกเหนื่อยให้หยุดพักก่อน และหยุดเล่นทันทีที่มีอาการบาดเจ็บ
9. สิ่งที่คุณแม่คาดหวังจะได้จากการฝึกโยคะให้ลูก คือจะเห็นลูกอารมณ์ดีมีระเบียบวินัย และมีร่างกายที่แข็งแรงค่ะ
การทำโยคะเด็กโดยเฉพาะเบบี๋ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโยคะเพื่อการปฏิบัติที่ถูกวิธี เพราะร่างกายของเขายังบอบบางและยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ค่ะ
Yoga Tips
- คุณแม่ควรทำโยคะให้ลูกเป็นเวลาค่ะซึ่งอาจจะเลือกเวลาช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ถือว่าเป็นช่วงที่ลูกจะได้ผ่อนคลาย
- จัดบรรยากาศห้องที่ใช้ทำโยคะให้ดึงดูดความสนใจลูก อาจใช้รูปหรือสิ่งของที่มีความหมายกับเขามาเป็นจุดดึงดูดให้เบบี๋มองระหว่างฝึกโยคะ
- ก่อนเริ่มทำโยคะ คุณแม่นั่งบนพื้นทางด้านขาของลูกและมองตาเขา จับที่ตัวของลูกเพื่อถ่ายถอดสัมผัสและปรับลมหายใจไปพร้อมๆ กับลูกด้วยการหายใจลึกๆ เงียบๆ สักครู่
- สำหรับเบบี๋ที่เริ่มทำโยคะ ควรใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีกำลังดีค่ะ ซึ่งโยคะแต่ละท่าควรเพิ่มเวลาขึ้นตามความสามารถของลูกน้อยค่ะ
- ส-นุ-ก ตัวอักษร 3 ตัวนี้สำคัญนะคะเพราะคุณแม่ควรมีอารมณ์ขัน หรือหาวิธีกระตุ้นให้ลูกรู้สึกสนุกสนานและอยากฝึกโยคะค่ะ
(update 7 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol. 11 No. 127 May 2006]
|