พ่อแม่ทุกคนล้วนรอคอยก้าวแรกของชีวิตลูก และสำหรับเจ้าตัวเล็กก้าวแรกของเขา เป็นเสมือนการเปิดโลกอิสระให้กับตัวเองมากขึ้นด้วย
ขาที่แข็งแรงมีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ของลูกไม้น้อยเลยค่ะ เพราะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอก โดยปราศจากการคอยช่วยเหลือ (อุ้ม) ของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งสังคมภายนอกที่ลูกได้พบเจอจะช่วยสอนทักษะสังคม ทักษะการใช้ชีวิตและยังเป็นจุดแรกที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่าลูกจะยืนด้วยบำแข้งของตัวเองได้
3 ประสาน กล้ามเนื้อ การทรงตัว และการเคลื่อนไหว
กว่าลูกจะยืนได้ด้วยตัวเองต้องอาศัยพัฒนาการกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในการทรงตัวและเคลื่อนไหวให้ทำงานประสานกันดีเสียก่อน ซึ่งหากสังเกตจะพบว่าการพัฒนาการทั้ง 3 อย่างนี้จะพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่แรกเกิดจนเดินได้ ไล่ไปตั้งแต่ ศรีษะ คอ ไหล่ ลำตัว ก้น สะโพก จนกระทั่งเท้า เมื่อพัฒนาการการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อช่วงสะโพกและเท้าแข็งแรงขึ้น จากเบบี๋ที่คลานไปทั่วบ้านก็จะเริ่มทรงตัวในท่ายืนและเกาะเดินค่ะ
แรกฝึกเดินลูกอาจจะเดินขากางๆ ทิ้งน้ำหนังตัวจากด้านหนึ่งไปด้านหนึ่งไม่คล่องแคล่ว หรือบางทีก็สะดุดล้มได้ง่ายๆ คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจนะคะ นั่นเป็นเพราะการทรงตัวในท่ายืนของลูกยังเป็นเรื่องใหม่และไม่สมดุลนัก แต่เชื่อเถอะว่าไม่นานนักเจ้าตัวเล็กจะเริ่มก้าวเดินเองได้ในที่สุด
1
2
3 Ready Go!
เมื่อคุณแม่รู้แล้วว่ากว่าลูกจะเริ่มเดินนั้นต้องอาศัยพัฒนาการส่วนใดบ้าง หลังจากที่เจ้าตัวเล็กเริ่มส่งสัญญาณยงโย่ยงหยกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมตัวพร้อมส่งเสริมให้ลูกสลัดวัยคลานทิ้งไปด้วยเทคนิคต่อไปนี้ค่ะ
1) จัดสถานที่ให้เหมาะสม กว้างขวางและปลอดภัย เพื่อให้ลูกมีที่พอตั้งไข่เกาะเดิน และหัดก้าวเดิน
2) สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมด้วยการวางเส้นทางหัดเดิน เช่น ใช่เฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคงไม่เคลื่อนที่ง่ายๆ ให้ลูกใช้เป็นอุปกรณ์เกาะเดิน
3) ปกปิดเหลี่ยมมุมตามขอบโต๊ะที่แหลมคมด้วยฟองน้ำหรือผ้านุ่มๆ เพื่อป้องกันอันตรายหากลูกหกล้มไปโดน
4) พ่อแม่ควรอยู่ใกล้ๆ คอยดูแล หรือ ช่วยเหลือยามที่ลูกต้องการ อีกทั้งยังเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูก ด้วยรอยยิ้มหวานๆ ของคุณแม่ด้วย
5) แรกเริ่มหัดยืนคุณแม่อาจช่วยจับที่ข้อศอก ข้อมือของลูก เพื่อเป็นหลักให้ลูกยืนอย่างอุ่นใจ แล้วอย่าลืมเพิ่มความมั่นใจให้ลูก ด้วยรอยยิ้มหวานๆ ของคุณแม่ด้วย
6) วางของเล่นที่ลูกชอบ หรือคุณแม่ควรยืนอยู่ใกล้ แล้วเรียกชื่อเพื่อล่อให้ลูกเดินเข้าไปหา แต่ห้ามขยับหนีเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ลูกเบื่อหน่ายและหงุดหงิดได้
7) ถ้าลูกตั้งไข่ค่อนข้างคล่องแคล่ว คุณแม่อาจจูงลูกเดินทั้งสองมือ ต่อมาลดลงเหลือจูงมือเดียว แล้วค่อยเหลือแค่เกาะชายเสื้อเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกนิดหน่อย
8) เปิดโอกาสชักชวน ชักจูง หรือลงมือทำไปด้วยกันกับลูก
เรียนรู้
พร้อมก้าวเดิน
เดือนที่ 8 ลูกวัยคลานเริ่มเข้าสู่การขั้นตอนการตั้งไข่
เดือนที่ 9 ลูกจะต้องอาศัยความมั่นใจและการฝึกการทรงตัวอีกสักระยะ
เดือนที่ 10 ลูกคุณแม่จะยืนทรงตัวได้อย่างสมดุล
เดือนที่ 11ลูกจะเกาะโต๊ะหรือเก้าอี้ ประคองตัวเองยืนได้เพียงระยะสั้นๆ ก็จะปล่อยตัวลงนั่ง
เดือนที่ 12 ลูกจะค่อยๆ ยืดตัวยืนได้ตามลำพัง และ รู้จักก้าวขาออกไป
เป็นพัฒนาการของเด็กโดยทั่วไป ซึ่งบางคนอาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้เดือนหรือสองเดือนก็ได้ค่ะ
First Shoes Checklist
ในระยะแรกเริ่มหัดเดินลูกน้อยจะใช้ปลายเท้ารองรับน้ำหนัก ดังนั้นช่วงนี้จึงไม่จำเป็นต้องสวมรองเท้าให้ลูก แต่หลังจากที่เจ้าตัวเล็กฝึกเดินจนคล่อง คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกรองเท้าคู่แรกให้เจ้าตัวเล็กสวมแล้วล่ะ ลองมาพิจารณาดูคุณสมบัติรองเท้าคู่แรก ตามเช็กลิสต์ต่อไปนี้กันค่ะ
- พื้นเรียบ ทำด้วยวัสดุนุ่ม เบา
- ยืดหยุ่นได้ดี มีรูระบายอากาศ
- ไม่คับหรือหลวมจนเกินไปควรยาวกว่าเท้าลูกประมาณครึ่งนิ้ว
- เลือกรองเท้าที่มีขอบหุ้มถึงข้อเท้าเพื่อช่วยรองรับให้เท้าคงรูป
- ไม่ควรเลือกรองเท้าที่มีเชือกผูกเพราะอาจจะทำให้สะดุดล้มได้
การช่วยให้เจ้าตัวเล็กหัดเดินควรปล่อยไปตามธรรมชาติ ไม่รีบร้อนหรือเร่งรัดจนเกินไป และอย่าลืมว่าเด็กแต่ละคนเดินไม่พร้อมกัน ถึงลูกจะเดินช้าแต่ถ้าพัฒนาการด้านอื่นๆ ยังปกติดีอยู่ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรเป็นกังวลใจค่ะ.
(update 19 ธันวาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol. 11 No.132 October 2006]
|