ภาพแม่อุ้มลูกน้อยวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อให้พ้นจากเงื้อมมือของสองชายฉกรรจ์ที่กำลังวิ่งไล่ล่า แต่ในที่สุด เธอและลูกก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของเจ้า 2 โจรใจเหี้ยม
คุณคิดว่าชะตาชีวิตของสองแม่ลูกจะเป็นเช่นไร ถูกทำร้ายร่างกาย ฆาตรกรรม หรือ ข่มขืนแล้วฆ่า หรือ
?
เรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ถูกเปิดท้องไว้ เพื่อใช้ในการโชว์ภาพและเสียงในร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่ง (และอีกหลายๆ แห่ง) เสียงที่ดังกระหึ่มพร้อมภาพชวนติดตาม ทำให้ดิฉันต้องหยุดดูด้วยอาการลุ้นระทึก ระคนหวาดเสียวไปด้วยแต่ก็สนุกดีนะ เสียดายต้องรีบไปทำธุระต่อ
นี่คือความคิดที่แว๊บขึ้นมาในตอนนั้น
หันไปดูข้างๆ ชายหญิงอีกเกือบสิบคนก็ยืนอยู่ด้วย มีคู่หนึ่งมาพร้อมเด็กชายตัวเล็กๆ สูงไม่ถึงเอว ซึ่งกำลังจ้องเขม็งไปที่ภาพดังกล่าว
ตอนนี้ดิฉันอยู่ที่บ้าน ความสนุกลุ้นระทึกหายไปแล้ว แต่ภาพเหล่านั้นยังคงติดตาตามหลอกหลอน นี่ถ้าเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับตัวเรากับครอบครัวเรา จะทำอย่างไร อึ๋ย
ยยย ไม่อยากจะคิดเลยค่ะคุ้ณ..ณณ
ขณะเดียวกัน ภาพของเด็กชายตัวน้อยๆ ที่กำลังจ้องมองด้วยสีหน้าและแววตาที่มีทั้งความหวาดกลัว และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ทำให้ดิฉันอดคิดถึงเด็กอีกหลายๆ คนที่อาจตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกัน
เมื่ออยู่หน้าจอทีวีที่บ้านก็เห็นภาพโฆษณาแบบโชว์สยิวกิ้ว ภาพเหตุการณ์หวาดเสียว รุนแรง หรือภาพยนตร์สงครามที่พ่อแม่เองนั่นแหละชวนกันดู ฯลฯ
ภาพของหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งที่เดี๋ยวนี้กระตุ้นยอดขายด้วยภาพข่าวสุดโหด ภาพผู้หญิงโป๊ ฯลฯ
เกมคอมพิวเตอร์ที่ออกเกมใหม่ แต่รุนแรงยิ่งขึ้น ไม่เว้นแต่ละวัน
สิ่งเร้าต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของความรุนแรงที่ส่งผลต่อเด็ก ซึ่งก็มาจากผู้ใหญ่ที่เอาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งนั่นแหละค่ะ
เฮ้อ
ดิฉันไม่ได้จะทำให้คุณตกอกตกใจนะคะ แค่จะพูดความจริง เพราะหากเราไม่รีบป้องกัน อะไรจะเกิดขึ้น? โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ที่อยู่ในวัยอยากรู้ อยากลอง เพราะสมองกำลังเปิดรับข้อมูลเต็มที่ คุณอยากให้สมองของลูกบันทึกแต่ความรุนแรงหรือคะ
ไม่มีบ้านไหนไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีบ้านไหนไม่ฟังวิทยุ หรือไม่มีบ้านไหนที่ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ภาพและเสียงที่ลูกได้รับมันจะค่อยๆ ซึมเข้าไปในสมองและความรู้สึก ทำให้เด็กกลายเป็นคนที่หวาดระแวง ขี้กลัว หรืออาจจะเกิดเป็นความเคยชินและรู้สึกว่าความรุนแรงเป็นเรื่องธรรมดา จนถึงเป็นต้นเหตุของความรุนแรงซะเอง
ความรุนแรง หมายถึง การที่บุคคลใช้กำลังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ การทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น หรือการข่มขู่ว่าจะทำร้ายให้ผู้อื่นบาดเจ็บ หรือข่มขู่ว่าจะทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น รวมถึงการใช้กำลังบังคับ กักขังหน่วงเหนี่ยวและรุกรานสิทธิหรือเสรีภาพส่วนบุคคล
เวลาที่เด็กนักเรียนยกพวกตีกัน หรือถ้าพบเห็นการตีรันฟันแทงกังจนเลือดสาด ดิฉันเชื่อนะคะว่าถ้าเราและลูกๆ อยู่ในเหตุการณ์ เราจะต้องรีบพาลูกออกจากสถานที่ตรงนั้น เพราะไม่อยากให้ลูกเห็นภาพเหล่านั้น แต่คุณขาคุณทราบไหมคะว่า มีหลายครั้งที่เราเองนั่นแหละ ที่เป็นคนจูงมือลูกน้อยเข้าหาความรุนแรง ก็จากการไม่ระวังสื่ออันตรายซึ่งอยู่รายล้อมรอบตัว
มีคุณพี่สุดสวย ใจดี รักเด็กท่านหนึ่ง เธอมีความรู้สึงเป็นห่วงเป็นใยเด็กๆ เธอได้นำบทความที่พูดถึงความรุนแรงที่ส่งผลกับเด็กมาให้ดิฉันเป็นบทความจาก CSB NEWS ค่ะ ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจเชียวล่ะ
เขาบอกว่า ไม่ว่าจะเปิดวิทยุหรือโทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งมองไปที่หนังสือพิมพ์หน้าแรก เราก็จะได้พบข่าวที่มีความรุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรได้รับรู้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างมีความเห็นดังนี้
- ดร. Lynn. Hagan
ผู้เชี่ยวชาญด้านความรุนแรงกับเด็กบอกเอาไว้ว่า เด็ก 3 ขวบแรกนั้นยังเล็กมากสำหรับการรับรู้เรื่องราวและความหมายของความรุนแรง
- ดร. Nadine Kaslow
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัย Emory ให้ความเห็นว่า เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบไม่ควรจะได้รับรู้เรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะจากที่ไหน หรือแม้กระทั่งบทสนทนาของผู้ใหญ่
- ดร. Michacl Salaman
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาบอกไว้ว่า เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้ปกครอง ที่จะต้องคอยบอกให้เด็กได้รับรู้และคอยอธิบายเหตุผล เพราะเด็กจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้เห็นและอาจจะคิดไปเอง ดังนั้นผู้ปกครองต้องคอยอธิบายให้ฟัง และต้องสอนวิธีการป้องกันตนเองให้แก่เด็ก แต่ก็ไม่ควรให้เด็กเล็กๆ ต้องรับรู้ถึงเรื่องของความรุนแรง
สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายเห็นพ้องต้องกันก็คือ เด็กเป็นวัยที่ยังไม่สมควรรับรู้เรื่องของความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นจากสื่อใดๆ ก็ตาม
ถึงตรงนี้คุณๆ คงนั่งทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ (เป็นลมหายใจแห่งความห่วงใย) เหมือนกับดิฉันใช่ไหมคะ เพราะในความเป็นจริงดูเหมือนเรายากจะหนีมันพ้น
แต่ดิฉันเชื่อค่ะว่า ลูกที่พ่อแม่คอยดูแลให้ห่างไกลจากความรุนแรง และเมื่อลูกต้องพบเจอกับความรุนแรง ก็ยังมีพ่อแม่คอยอยู่ใกล้ๆ ให้ความสนใจ และพร้อมอธิบายสิ่งที่ถูกต้อง บรรยากาศและสภาพแวดล้อมในบ้านที่อบอุ่น ปลอดภัย พึ่งพิงได้ เช่นนี้จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีของลูกๆ ค่ะ
(update 7 ธันวาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 285 ตุลาคม 2549 ]
|