สอนหนูขับถ่าย แบบไม่เลอะเทอะ

เรียบเรียงจากบทความของ รศ.พญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์


"วันก่อนได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่มือใหม่ท่านหนึ่งค่ะ ว่ากำลังมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย เหตุที่ทำให้เธอร้อนอกร้อนใจก็เพราะเป็นปัญหาของลูกน้อยวัยขวบครึ่งของเธอน่ะสิคะ"

หากคุณแม่ท่านใดมีปัญหาเดียวกันนี้อยู่ละก็ ใจเย็นๆ นะคะ เพราะการฝึกให้เด็กวัยนี้รู้จักขับถ่ายอย่างเหมาะสม และไม่ทำเลอะเทอะนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ ยิ่งในยุคของความสะดวกแบบทุกวันนี้ คุณพ่อคุณแม่มักจะใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ซึ่งทำให้การฝึกขับถ่ายล่าช้าได้ เพราเด็กจะชินกับการปัสสาวะหรืออุจจาระใส่ผ้าอ้อม นอกจากนั้นยังทำให้เกิดปัญหาผิวหนังอับชื้นได้อีกด้วยค่ะ

การสอนให้เด็กรู้จักควบคุมการขับถ่าย และใช้กระโถนหรือห้องน้ำได้นั้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพร้อมทั้งของตัวลูก และพ่อแม่เองด้วย คือต้องมีเวลา อดทน เข้าใจเด็ก ไม่มีความเครียดเรื่องอื่นๆ


หนูพร้อมแล้วจ้า

ช่วงวัยประมาณ 1-2 ขวบ หรือบางคนอาจช้ากว่านี้ เป็นช่วงที่ลูกเริ่มพร้อมและยอมรับการฝึกแล้วค่ะ โดยอาจจะเริ่มต้นฝึกจากการให้ลูกนั่งกระโถนก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปจนถึงการนั่งขับถ่ายในห้องน้ำ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตก็คือ ความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจของลูกดังนี้ค่ะ
  • ลูกควรนั่งเองได้ดี เดินได้คล่องแคล่ว เพื่อสามารถเดินไปนั่งกระโถนหรือห้องน้ำได้
  • สามารถดึงกางเกงขึ้นลงเองได้
  • ขับถ่ายอุจจาระในช่วงเวลาใกล้เคียงกันในแต่ละวัน และสามารถคาดการณ์ได้
  • ลูกแสดงให้รู้ว่าไม่ชอบทำเลอะเทอะในกางเกงหรือผ้าอ้อมที่ใส่อยู่ โดยการพูดหรือทำสีหน้า ท่าทาง สื่อให้รู้ว่าต้องการขับถ่าย
  • เข้าใจความหมายของคำว่า “อึ” หรือ “ฉี่” ว่าหมายถึงอะไร
  • เข้าใจเลียนแบบและทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้
  • รู้ล่วงหน้าว่าต้องการเข้าห้องน้ำ และสามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าต้องการเข้าห้องน้ำ

ฝึกอย่างไรให้ได้ผล

การฝึกลูกเรื่องการขับถ่าย อาจเริ่มต้นจากฝึกให้คุ้นเคยกับการนั่งกระโถนก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเป็นการนั่งขับถ่ายในห้องน้ำ ช่วงแรกๆ ลูกอาจจะฉี่หรืออึเต็มกางเกงแล้วถึงได้บอก ก็ต้องใจเย็นๆ ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องอดทน ไม่บังคับ ไม่กดดันลูก และฝึกใหม่ในภายหลังเมื่อลูกพร้อม โดยมีเทคนิคในการฝึกดังนี้ค่ะ
  • ควรฝึกในเวลาที่ลูกถ่ายเป็นประจำ และเป็นเวลาที่ทุกคนไม่เร่งรีบ เช่น หลังอาหารหรือมื้อนม

  • ให้ลูกได้มีโอกาสดูตัวอย่างจากพี่หรือเด็กคนอื่นในการใช้ห้องน้ำหรือขับถ่าย จะช่วยให้ลูกเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ได้ง่ายขึ้นค่ะ

  • เมื่อลูกแสดงสีหน้า ท่าทาง หรือบอกว่าอยากจะถ่าย ให้ชวนเขาไปนั่งเล่นที่กระโถน ให้เวลาเขาได้นั่งอย่างสบายๆ ไม่เร่งหรือบังคับว่าต้องทำให้ได้อย่างที่พ่อแม่ต้องการ และให้คำชมเชยเมื่อลูกทำได้

  • ควรสอนเรื่องการทำความสะอาดตนเองหลังถ่ายเสร็จ โดยในลูกสาวให้ทำความสะอาดจากด้านหน้า (ที่ปัสสาวะ) ไปทางด้านหลัง (ทวารหนัก) และต้องล้างมือให้สะอาดก่อนออกจากห้องน้ำด้วย

เลือกกระโถนให้โดนใจ

การหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การฝึกได้ผลมากขึ้นค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกกระโถนที่ลูกสามารถนั่งได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องกลัวล้มหรือตก

เทคนิคการเลือกกระโถนให้เจ้าตัวเล็กก็ง่ายๆ ค่ะ คือต้องพิจารณาลักษณะของกระโถนให้มีลักษณะมน ไม่มีเหลี่ยม คม โดยเฉพาะส่วนที่ผิวของลูกจะต้องสัมผัส ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายแบบและหลายสี หรือจะให้ลูกเป็นคนเลือกเองก็จะยิ่งจูงใจในการฝึกได้มากขึ้นค่ะ

คุณพ่อคุณแม่อาจสร้างความคุ้นเคยโดยการนำกระโถนมาวางไว้ใกล้ๆ แล้วค่อยๆ สอนให้เด็กเข้าใจว่ากระโถนมีไว้ทำอะไร เช่น เอาผ้าอ้อมที่เลอะอึทิ้งลงไปในกระโถนให้เขาเห็น เป็นต้น

เมื่อลูกชินกับการนั่งกระโถนไปสักระยะหนึ่ง อาจฝึกให้เขาได้ไปนั่งชักโครกเลยก็ได้ค่ะ ให้ลูกนั่งโดยวางที่ครอบขนาดเล็กสำหรับเด็กทับบนชักโครก เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกตก อาจจะวางเก้าอี้ตัวเล็กๆ ไว้ให้ลูกขึ้นไปนั่งบนโถส้วมได้สะดวก แรกๆ คงจะต้องคอยช่วยลูกจนกว่า เขาจะชำนาญและขึ้นไปนั่งเองได้ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกเห็นว่า การไปขับถ่ายที่ห้องน้ำเป็นเรื่องปกติธรรมดา และเป็นธรรมชาติที่ใครๆ ก็ทำกัน เด็กบางคนอาจตื่นเต้นอยากเล่นปัสสาวะ และอุจจาระที่ตนเองเพิ่งขับถ่ายออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเราสามารถบอกเด็กโดยไม่ทำให้เด็กรู้สึกผิดค่ะ บอกเขาอย่างเรียบๆ ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ของเล่น

ลูกอาจเข้าใจว่าอุจจาระที่ออกมานั้นเป็นส่วนของร่างกายเขาเอง และจะเกิดความกลัวเมื่อเห็นว่า มีการกดชักโครกและก้อนอุจจาระนั้นหายลงท่อไป คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้ลองกดชักโครกดู โดยใช้กระดาษชำระเป็นตัวอย่างและอธิบายง่ายๆ ให้ลูกเข้าใจเพื่อให้เขาเลิกกลัวและสบายใจค่ะ

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ กับการสอนให้ลูกรู้จักการขับถ่ายอย่างเหมาะสม ที่สำคัญอย่าลืมนะคะว่าเราต้องเข้าใจและฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไปฝึกลูกให้เหมาะสมตามวัยและความพร้อม และเมื่อลูกทำได้อย่าลืมให้คำชมเชยด้วยนะคะ แค่นี้เรื่องขับถ่ายของลูกที่ว่ายาก ก็กลายเป็นเรื่องง่ายแล้วล่ะค่ะ


(update 6 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600