จริงๆ แล้วการเล่นเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างมาก ที่จะกระตุ้นพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ
และอารมณ์ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าของการเล่นของเด็กให้มากๆ ครับ
กระบวนการเล่นเป็นกระบวนการที่กระตุ้นระบบประสาทสัมผัสทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัส การมอง การได้ยิน
พัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเล็ก และการประสานงานของกล้ามเนื้อ
การเล่นที่มีวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสและกล้ามเนื้อทั้งหลายนี้เรียกว่า
การเล่นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย (physical play) นอกจากนั้นการกระตุ้นระบบการได้ยิน
และการตอบสนองจะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษา การสื่อสาร (communication play)
กระบวนการเล่นยังสร้างความคิดสร้างสรรค์แก่เด็ก (creative play) ฝึกการแก้ไขปัญหาการใช้เหตุผล (cognitive play)
ตอบสนองจินตนาการในวัยเด็ก (imaginative play) การเล่นที่กระตุ้นการเรียนรู้ ค้นคว้า ท้าทายนี้
จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเด็ก กระตุ้นให้เด็กมีพฤติกรรมรักการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ตลอดชีวิต (life long learning)
นอกจากนั้นการเล่นยังทำให้เด็กผ่อนคลาย ลดความเครียด เด็กสามารถระบายความเครียดที่อยู่ใต้จิตสำนึกที่ไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดได้
เป็นเครื่องมือที่ใช้ตอบสนองอารมณ์ได้ดีทีเดียว
อันตรายจากของเล่น
ของเล่นคือเครื่องมือที่จะนำเด็กไปสู่กระบวนการเล่น มีหลายชนิด สามารถแบ่งออกได้ตามวัตถุประสงค์ของการเล่น เช่น ของเล่นเพื่อการพัฒนาการทางกล้ามเนื้อ ของเล่นเพื่อสร้างความคิด เป็นต้น
ของเล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นของแพง แต่จะต้องเป็นของเล่นที่ปลอดภัย เหมาะสมกับอายุเด็กและมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการกระตุ้นพัฒนาการเด็กด้านใดด้านหนึ่ง ตัวอย่างของเล่น เช่น ตุ๊กตา รถจำลอง เครื่องดนตรีจำลอง เครื่องกีฬา เครื่องมือศิลปะ เกมต่างๆ หรือแม้แต่ทรายก็จัดเป็นของเล่นของเด็กๆ ได้
ของเล่นที่พบว่าเป็นเหตุให้เด็กต้องบาดเจ็บบ่อยๆ ได้แก่ เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ของเล่นที่ใช้ยิ่งเช่นปืนอัดลม
ปืนลูกดอก ประเภทของเล่นที่ทำให้เคลื่อนที่ได้เร็ว รถหัดเดิน จักรยาน ของเล่นทารก เช่น กุ๊งกิ๊ง
ของเล่นชิ้นเล็กที่อาจทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจเด็ก ของเล่นมีสายยาว ซึ่งอาจรัดพันคอเด็ก
และของเล่นมีคมทั้งหลาย เป็นต้น
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้สร้างผลงานที่สำคัญคือ การตรวจจับของเล่นแปลกประหลาด ผิดกฎหมายในตลาดจนเป็นข่าวฮือฮาในหนังสือพิมพ์ ของเล่นแปลกประหลาดชนิดมีวางขายหลายแห่งทั้งตลาดใหญ่ๆ เช่น สำเพ็ง หรือตลาดของเล่นย่อยๆ ตามหน้าโรงเรียน ยั่วยวนให้หนูๆ ขอเงินพ่อแม่มาซื้อหากันทุกวัน เป็นมิติใหม่ของการบาดเจ็บจากของเล่นที่เราต้องติดตามกันให้ใกล้ชิดต่อไป
จริงๆ แล้ว ของเล่นเหล่านี้ไม่ใช่ของใหม่ ! มีมานานแล้ว แต่ที่ใหม่คือเดี๋ยวนี้กระทรวงอุตสาหกรรมมีการควบคุม เอาจริงเอาจังกับมาตรฐานของเล่น คือว่าของเล่นทุกชนิดจัดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีมาตรฐานควบคุม
หมายถึงผลิตหรือนำเข้าแล้วต้องส่งมาตรวจสอบรับรองมาตรฐานก่อนจึงจะนำไปจำหน่ายได้
ถ้าไม่ผ่านการทดสอบขายไม่ได้ ผิดกฎหมาย (ผลิตภัณฑ์บางชนิดจัดอยู่ในมาตรฐานทั่วไป
คือผ่านการทดสอบก็ได้เครื่องหมายรับรอง แต่ไม่ผ่านก็วางขายได้เช่นกัน)
เจ้าของเล่นแปลกประหลาดเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกนำเข้าจากประเทศจีน โดยไม่ได้ผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐาน
จัดได้ว่าเป็นของเล่นผิดกฎหมายทั้งสิ้น
เจ้าตัวยืด
เป็นตุ๊กตายางเหนียว ยืดได้ มักทำให้มีลำตัวกลมแข็งเล็กน้อย มีความเหนียว เมื่อขว้างไปติดกำแพงก็ติดค้างอยู่ได้ มีส่วนที่ยืดอาจเป็นหางหรือหนวดซึ่งยืดยาวได้ ขณะเดียวกันก็เหนียวไม่ขาด ดึงส่วนหัว ส่วนตัวกลับมาได้
ที่อันตรายก็คือเด็กเล่นขว้างเหวี่ยงไปมา โดยไม่ดูให้ดีว่ามีเด็กอื่นอยู่ใกล้เคียงหรือไม่ หรือเล่นผิดวิธีนำมาใช้เหวี่ยงหมุนใส่กัน
ซึ่งส่วนหัวนี้จะมีความแรงและแข็งพอที่จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระแทกบริเวณลูกตา
อาจก่อให้เกิดเลือดออกในช่องลูกตาได้
ปืนอัดลม...
เป็นปืนพลาสติก มีกระสุนเป็นเม็ดพลาสติกกลมเล็กๆ ส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง สีอื่นก็มีแต่ไม่นิยม สนนราคาถ้าแบบธรรมดาตกกระบอกละ 60-200 บาท แต่ถ้าเป็นปืนที่มีความแรงเพิ่มขึ้น หรือสามารถยิงกระสุนติดต่อกันเป็นชุดได้ ราคาจะสูงเพิ่มขึ้น บางชนิดอาจมีราคาถึง สองสามพันบาทได้ ปืนที่ราคาแพงจะมีความแรงมากขึ้น อันตรายก็รุนแรงขึ้นมากเช่นเดียวกัน
การบาดเจ็บที่อันตรายคือการยิงถูกลูกตา แรงกระสุนกระแทกที่ลูกตาทำให้เกิดเลือดออกในช่องลูกตา ซึ่งต้องรับการรักษาและการหยุดการเคลื่อนไหวในระยะแรก เพื่อป้องกันการมีเลือดออกมากขึ้น ในบางรายอาจก่อให้เกิดต้อกระจกตามมาหลังการกระแทก บางรายกระสุนอาจทะลุเข้าฝังในลูกตาหรือกล้ามเนื้อตา บางรายเกิดการแตกของลูกตาและต้องผ่าตัดควักลูกตาทิ้งไป
ความจริงแล้วปืนอัดลมไม่ใช่ของเล่น แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรง เด็กๆ ยังคงหาซื้อได้ง่ายในตลาดใกล้บ้าน
พ่อแม่ช่วยกันสอดส่องดูแลด้วยครับ
เจ้าตัวดูดน้ำ
จัดเป็นตัวที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้ เจ้าตัวดูดน้ำเป็นของเล่นที่มาจากประเทศจีน มีมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว จะเข้าๆ ออกๆ ตลาดบ้านเรา ตามแต่สถานการณ์เอื้ออำนวย เป็นสารประเภทเจลาติน ยามปรกติยังไม่ได้แช่น้ำจะมีขนาดเล็กประมาณ 3-4 ซม. มักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เมื่อนำไปแช่น้ำแล้วจะพองโตได้กว่าสองร้อยเท่า
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เคยนำไปทดสอบมาเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อน พบว่ามีความคงทนต่อน้ำย่อย หมายความว่า หากเด็กกินเข้าไปน้ำย่อยจะไม่ย่อยและยังคงสามารถขยายตัวเมื่ออยู่ในน้ำย่อยได้อีกและสามารถขยายตัวในน้ำย่อยเทียมได้ถึงห้าเท่า การขยายตัวอย่างมากนี้อาจทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้ได้
ที่อันตรายกว่านั้นคือ การอมในปากแล้วสำลักเข้าหลอดลม การพองขยายในหลอดลมจะทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจ ยากต่อการเอาออก และเกิดการเสียชีวิตได้
การเล่นเจ้าตัวดูด เด็กๆ จะได้ความเพลิดเพลิน เห็นความแปลกประหลาดจากการขยายตัว
ได้จดบันทึกการเปลี่ยนแปลงในขวดโหลวันต่อวัน อย่างไรก็ตามในภาพรวมได้ไม่คุ้มเสียครับ
ปัจจุบันสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้มีประกาศให้เจ้าตัวดูดน้ำเป็นของเล่นผิดกฎหมายไปแล้ววางขายไม่ได้
ผู้ขายมีโทษจำคุกหกเดือน ผู้นำเข้ามีโทษถึงห้าปี คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันดูครับ
หากพบเห็นใครขายหรือลูกเราซื้อมาจากที่ใดช่วยกันแจ้ง 1666 สายด่วนคุ้มครองผู้บริโภค
ถุงร้อน
หรือที่ข้างถุงเขียนไว้ว่า hand warmer ข้างในบรรจุเม็ดกลมๆ สีขาวและถุงน้ำหนึ่งถุง การใช้ต้องทุบถุงน้ำให้แตกหลังจากนั้นเม็ดสีขาวนี้จะละลายและให้ความร้อนออกมา อาจร้อนถึง 50-60 องศาเซลเซียสทีเดียว เม็ดสีขาวดังกล่าวประกอบด้วยผงเหล็ก คาร์บอน ไม่มีพิษมากมายโดยตรง จริงๆ แล้วถุงร้อนนี้มีประโยชน์ใช้เมื่ออากาศหนาว ทำให้มือเท้าอบอุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาไปตั้งแคมป์กลางคืนในป่า หรือใช้ประคบกล้ามเนื้อ ข้อ ที่บวม หรือประคบหน้าท้องเมื่อมีอาการปวดท้อง ความร้อนจะช่วยทำให้เส้นเอ็นกล้ามเนื้อคลายตัว ขยายเส้นเลือดทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้น
ไม่ใช่ของเล่น แต่เผอิญตัวถุงมีขนาดกะทัดรัดเหมาะมือเด็กๆ ข้างหน้าถุงเป็นรูปตัวการ์ตูน เช่น รูปสไปเดอร์แมน มีคำอธิบายการใช้และคำเตือนห้ามนำไปกิน แต่เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ไม่มีภาษาไทย
ผู้นำเข้าบางคนนำมาโดยไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร ควรขายให้กับผู้ขายปลีกประเภทใด ผู้ขายของเล่นขายขนมเด็กเห็นหน้าถุงมีรูปการ์ตูน ก็นำมาขายปะปนกับของเล่นบ้างขนมบ้าง ผู้ชายบางคนคิดว่าเป็นขนมเสียอีก
เด็กๆ ที่ซื้อไปบางคนนำไปแกล้งเพื่อน โดยทุบถุงน้ำให้แตก (โดยไม่ต้องเปิดถุง) ทำให้ถุงร้อนขึ้นและนำไปสัมผัสเพื่อนบ้าง ใส่ไปในเสื้อเพื่อนบ้าง แต่เด็กเล็กบางคนแย่เลย ไม่รู้เรื่อง นำไปรับประทานก็มี
ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็ต้องมีฉลากที่มีภาษาไทยอยู่ ผู้ซื้ออ่านเข้าใจได้ และต้องวางจำหน่ายให้ถูกที่ถูกทาง
ไม่ใช่ขายในร้านขายของเล่นหรือขนมเด็กพ่อแม่ที่พบเห็นก็ช่วยกันแจ้งสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคด้วยครับ
ถุงกลิ่นเหม็น กลิ่นอับเท้า (stinking foot) กลิ่นตด (fart bomb)
ของเล่นนี้มีไว้แกล้งเพื่อน ถุงตด ถุงกลิ่นอับเท้า เป็นถุงบรรจุของเหลวประเภทกรดซัลเฟอร์ วิธีใช้ผู้เล่นจะเหยียบให้ถุงน้ำภายในแตก หลังจากนั้นจะมีกลิ่นซึมออกมาจากถุง ผู้เล่นอาจซ่อนไว้ใต้เก้าอี้ ในห้องของผู้อื่นจะส่งกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นตด กลิ่นอับเท้า เหม็นตลบอบอวลไปหมด
เด็กที่เล่นผิดวิธีคือ จะตบถุงอย่างแรง หรือฉีกซองออกและนำไปสะบัดใส่กัน วิธีนี้จะทำให้ของเหลวแตกกระจายเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า กระเด็นเข้าหูเข้าตากัน ซึ่งอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ กรดซัลเฟอร์จะมีผลก่อความระคายเคืองต่อผิวหนังและเยื่อบุตา หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคที่ฮ่องกงได้รายงานเด็กที่ได้รับผลของกรดซัลเฟอร์และประกาศห้ามขายแล้ว
คุณพ่อคุณแม่ อย่าให้เด็กเล่นเลยครับ นอกจากเหม็นและอาจก่อความระคายเคืองแล้ว ยังส่งเสริมนิสัยไม่ดี
ผลิตภัณฑ์ตดนี้ในเมืองนอกยังมีอักหลายประเภท เช่น ลูกอมที่ส่งกลิ่นตดได้! โอ ไม่ไหวละครับแบบนี้ อย่าส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาหลอกเด็กได้เลยครับ
(update 31 มีนาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 271 สิงหาคม 2548 ]
|