ในยุคแห่งความรีบเร่งอย่างปัจจุบัน ผู้คนต่างดำเนินชีวิตแข่งขันกับเวลา
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงอยากสอนให้ลูกวัยซนเรียนรู้เรื่องเวลาอันแสนมีค่าไปด้วย
พอดีเลยค่ะที่ อ.วันทนีย์ รัตนบุรี (ครูจิน) อาจารย์ใหญ่โรงเรียนอนุบาลบ้านวังทอง
ก็มีคำแนะนำเรื่องนี้
เรียนรู้เวลา ผ่านกิจวัตร
เราสามารถสอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องเวลาได้โดยเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตประจำวัน ทั้งเช้า สาย
บ่าย เย็น ซึ่งถ้าทำทุกวันลูกก็จะค่อยๆ เข้าใจค่ะ และการสอนลูกวัย 2-3 ขวบ ให้เรียนรู้เรื่องต่างๆ นั้น
ควรทำให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านสัมผัสทั้งห้าคือ ตาดู หูฟัง จมูกได้กลิ่น ชิมรส ได้จับได้สัมผัส ให้มากที่สุด
เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีขึ้น เช่น
- เข้านอน - ตื่นนอน
สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้ลูกเห็นความแตกต่างก็คือกลางวันกับกลางคืน โดยอาจยกตัวอย่างง่ายๆ
จากการสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น ตอนกลางวันสว่างเพราะมีพระอาทิตย์ พอพระอาทิตย์ตกก็มืดไปหมด
เรียกว่ากลางคืนพระจันทร์ก็จะขึ้นมาแทนพระอาทิตย์ หรือ
- เมื่อถึงตอนกลางคืนลูกก็จะเข้านอน คนอื่นๆ ก็นอนเหมือนกัน พอเข็มสั้นชี้เลข 8 ตรงนี้แม่จะเล่านิทานให้หนูฟัง
พอชี้เลข 9 แม่เล่านิทานจบหนูต้องเข้านอนนะคะ เป็นต้น
- ส่วนนิทานที่คุณแม่เล่าก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเวลาในการทำกิจวัตรประจำวัน กลางวัน กลางคืน
จะเป็นเรื่องที่แต่งเองก็ได้ค่ะ เพื่อให้ลูกได้ทบทวนและเปรียบเทียบกับตัวเองไปด้วยว่า
ในหนึ่งวันที่ผ่านมาเขาทำอะไรไปบ้าง เหมือนหรือต่างจากตัวละครในนิทานอย่างไรบ้าง
- ตอนเช้าพอลูกตื่นก็อาจจะบอกลูกว่า พอหนูได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกแบบนี้คือ 7 โมงเช้า เข็มสั้นจะชี้เลข 7
ตรงนี้นะหนูตื่นนอน ทุกคนในบ้านก็จะตื่นนอนเหมือนกัน พร้อมกับบอกิจวัตรที่คนอื่นๆ ต้องทำ
เช่น พี่ของหนูไปโรงเรียน คุณพ่อไปทำงาน พี่เลี้ยงกวาดถูบ้าน เป็นต้น
- รับประทานอาหาร
พอถึงเวลาอาหารเช้า
อาจจะให้ลูกดูนาฬิกาพร้อมกับบอกเขาว่า ตอนนี้ 8 โมงดูนาฬิกาสิคะ เข็มสั้นจะชี้ที่เลข 8 เป็นเวลาอาหารเช้านะคะ
หรือ ตอนนี้เที่ยงแล้วทั้งเข็มสั้นเข็มยาวอยู่ที่เลข 12 เราไปกินข้าวกลางวันกันนะคะ
หรือ ตอน 6 โมงเย็นหลังจากคุณพ่อกลับจากทำงานแล้วเราจะกินข้าวเย็นกัน เป็นต้น
- และเราควรกำหนดเวลากินอาหารให้แน่นอนค่ะ เช่น บอกลูกว่า แม่ให้เวลาหนูกินจนเข็มยาวชี้เลขนี้นะคะ
และถ้าลูกไม่ยอมกินพอถึงเวลาให้เก็บจริงๆ ค่ะ ฝึกแบบนี้ในที่สุดเขาก็จะได้เรียนรู้เรื่องเวลาไปพร้อมๆ
กับรู้ว่าถ้าไม่กิน คุณแม่จะเก็บและเขาจะค่อยๆ ปรับตัวเองได้ในที่สุดค่ะ
- การเล่น
การเล่นเป็นสิ่งที่ลูกสนใจอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นคุณแม่น่าจะสอดแทรกการเรียนรู้เรื่องเวลาไปด้วยในขณะที่เล่นกันค่ะ
เช่น แข่งกันเรียงของเล่นหรือเก็บของเล่นให้เสร็จในเวลาที่กำหนด โดยอาจใช้นาฬิกาปลุกมาใช้ในการจับเวลา
เพื่อให้ลูกได้เห็นเข็มนาฬิกาที่เปลี่ยนไป และได้ยินเสียงเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เป็นต้น
- ในการเล่นเราก็ควรกำหนดเวลาให้แน่นอนเช่นกันค่ะ โดยอาจจะบอกลูกให้ดูนาฬิกาตอนเริ่มเล่น เช่น ตอนนี้ 9 โมงนะคะ
เข็มสั้นชี้ตรงนี้ แต่พอเข็มสั้นเลื่อนมาชี้เลข 10 ตรงนี้ หนูต้องเก็บของเล่นแล้วไปกินนมนะคะ เป็นต้น
และเมื่อถึงเวลาเราก็ต้องให้ลูกเก็บค่ะอย่างที่ตกลงกันไว้ วิธีนี้แม้กระทั่งเด็กเล็กๆ ก็ทำได้แต่ต้องฝึกทุกวัน
นอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องเวลาแล้ว ยังเป็นการฝึกเรื่องวินัยให้กับลูกด้วยค่ะ
เพลงและนิทาน ช่วยหนูรู้ได้
นิทานกับเพลงจะช่วยให้ลูกเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นค่ะ ยิ่งเดี๋ยวนี้นิทานมีหลากหลายรูปแบบ
ลองเลือกนิทานที่ใช้สอนเรื่องของเวลามาเล่าให้ลูกฟังบ้างสิคะ ระหว่างเล่าคุณแม่ก็หมุนเข็มนาฬิกาตามไปด้วย
และถามกลับให้ลูกตอบ หรือคุณพ่อคุณแม่จะแต่งนิทานขึ้นมาเองก็ได้ค่ะ ช่วยกันแต่งเรื่องแล้วเล่นเป็นตัวละครในนิทาน
ว่าใครตื่นขึ้นมาแล้วทำอะไรเวลาไหนบ้าง เป็นต้น นอกจากลูกจะได้เรียนรู้เรื่องเวลาแล้ว
ระหว่างพ่อแม่ลูกยังได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย
หรือหาเพลงสำหรับเด็ก ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันมาเปิดให้ลูกฟังก็ได้ค่ะ
เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้ไปด้วยจากการฟัง หรือจะช่วยกันแต่งเพลงร้องกันเองภายในครอบครัวก็ได้ค่ะ
หนูได้รู้มากกว่าเรื่องเวลา
การสอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องเวลา ยังสามารถปลูกฝังเรื่องอื่นๆ ควบคู่กันไปได้อีกด้วยค่ะ เช่น
- เรื่องวินัย
การสอนเรื่องวินัยไม่ต้องรอให้ลูกโตก่อนหรอกค่ะ เพราะการสอนเรื่องเวลาด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้น
ก็สามารถทำให้ลูกได้ซึมซับเรื่องวินัยในตนเองไปโดยปริยายจากชีวิตประจำวันของเขา
แต่ต้องทำเป็นประจำและสม่ำเสมอนะคะ
- การเคารพเวลา
การให้ลูกทำอะไรตรงเวลา
หรืออยู่ในเวลาที่เรากำหนด เป็นการสอนให้ลูกเคารพเวลาและกติกาไปในตัว
เรื่องของการเคารพเวลาไม่ได้เกิดจากการสอนให้จำ แต่เกิดจากการที่ได้ปฏิบัติจริงอย่างสม่ำเสมอค่ะ
- การรอคอย
เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ลูกจะได้เรียนรู้จากการสอนเรื่องเวลาค่ะ
เช่น ถ้าจะบอกลูกว่าเวลาเราไปซื้อของเราต้องเข้าแถวนะลูก เขาจะไม่ไม่เข้าใจ ให้พาเขาไปซื้อจริงๆ เลย
ลูกจะเห็นและได้รู้จริงๆ ว่าทำไมต้องรอ
- หรืออาจจะทำสมุดเพื่อติดสติ๊กเกอร์ หรือให้ดาวเมื่อเขาทำตามที่ตกลงไว้ เช่น ถ้าลูกเก็บของเล่นเองทุกวันหลังจากเล่นเสร็จ
จะได้ดาว 1 ดวง ถ้าลูกทำครบหนึ่งสัปดาห์จะได้ดาวดวงใหญ่ แต่ถ้าทำไม่ครบก็ไม่ได้ต้องรอให้ครบก่อน
โดยเราอาจจะใช้คำว่า บ้านนี้มีเด็กน่ารัก บ้านนี้มีเด็กกินผัก เป็นต้น เพื่อเป็นการปลูกฝังและแก้ปัญหาโดยไม่ซ้ำกันค่ะ
ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จะมีเวลาน้อย เพราะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน
แต่เชื่อค่ะว่าหากเราสามารถจัดสรรเวลาที่เหลือให้มีคุณค่า โดยสอนลูกให้เรียนรู้เรื่องเวลาด้วยวิธีง่ายๆ
แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กของคุณเข้าใจเรื่องเวลาได้ไม่ยากค่ะ
สนุกเรียนรู้เวลา
คุณฯ ทราบมั้ยค่ะว่า จริงๆ แล้วเราสามารถส่งเสริมทักษะเรื่องการเข้าใจเวลาให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด
ด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ เหล่านี้พร้อมคำชี้ชวนให้ลูกสังเกตจากคุณพ่อคุณแม่คะ
- ทารกแรกเกิด
ลูกแรกเกิดจะชอบสีที่สว่างๆ
และสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของสี การเคลื่อนไหว นาฬิกาที่นำมาติดไว้ในห้องนอนของลูก
จึงควรมีหน้าปัดสีสดใสสะดุดตา มีเสียงติ๊กต่อกที่ไม่หนวกหูจนเกินไป
- อายุ 1 ขวบขึ้นไป
ลูกจะเริ่มชอบสำรวจและอยากรู้ว่าสิ่งต่างๆ
ทำงานอย่างไร เพราะฉะนั้นควรหานาฬิกาเด็กเล่นที่มีเข็มปรับได้และมีเสียงมาให้ลูกเล่นค่ะ
- อายุ 2 ขวบขึ้นไป
ควรหาหนังสือที่เกี่ยวกับนาฬิกา
หรือต่อจิกซอว์ที่เป็นรูปหน้าปัดนาฬิกามาเล่นกับลูก
- อายุ 4 ขวบขึ้นไป
ถ้าในห้องนอนของลูกยังไม่มีนาฬิกา
ควรหาไปติดไว้สักเรือนหนึ่ง ควรสอนและหัดให้ลูกใช้มันด้วยนะคะ
- อายุ 5 ขวบขึ้นไป
ลูกจะรู้สึกสนุกสนานกับการใส่นาฬิกาข้อมือที่สามารถมองเห็นตัวเลขชัดเจนบนหน้าปัดโล่งๆ ค่ะ
(update 19 มกราคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 272 กันยายน 2548 ]
|