ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 เดือน เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดจะทำให้คุณได้พบกับความมหัศจรรย์อย่างยิ่งยวดในเรื่องการเรียนรู้ และสื่อสารชนิดที่คุณคาดไม่ถึงเชียวล่ะ
ทารก
นักสื่อสาร
เสียงร้องของทารกที่บอกถึงความต้องการ เมื่อเขาหิว หงุดหงิด ไม่สบายตัวหรืออยากให้มีคนเข้าไปหา ขณะที่คุณแม่กำลังเรียนรู้ว่าที่ลูกน้อยส่งเสียงร้องนั้น เขาต้องการสื่อสารอะไร ถือเป็นการเรียนรู้ระหว่างกันค่ะ โดยจะค่อยๆ พัฒนาไปถึงขั้นรู้ใจในที่สุด สามารถตอบสนองลูกได้ตรงความต้องการมากที่สุด
แน่นอนว่า ตัวคุณแม่เองก็ต้องรู้จักสอนให้ลูกบอกถึงความต้องการได้ด้วย เช่น เวลาที่ลูกน้อยหิว เมื่อคุณแม่ใช้นิ้วเขี่ยที่แก้มเบาๆ เขาจะทำท่าดูดปากจ๊วบๆ นั่นเพราะเขาเรียนรู้แล้วว่าการดูดปากจะทำให้แม่รู้ว่าเขากำลังหิวและเมื่อเขาได้รับการตอบสนองด้วยการอุ้มให้นม พร้อมกับการโอบกอดเขาจะได้เรียนรู้ถึงความอบอุ่นนี้ไปพร้อมกัน
แต่เสียงร้องของลูก ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหิวอย่างเดียวนาคะ เขาอาจจะรู้สึกเปล่าเปลี่ยว ต้องการให้คนมาอยู่ข้างๆ คอยปลอบโยน หรือร้องเพราะต้องการให้เปลี่ยนผ้าอ้อม ดังนั้น คุณแม่จึงต้องเรียนรู้ถึงความต้องการของลูก แล้วตอบสนองให้ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการค่ะ
ทารกเรียนรู้อะไร
- เขาจะได้เรียนรู้ถึงความพอใจหลังจากที่ร้องไห้แล้วได้รับการตอบสนอง เช่น ได้เรียนรู้ว่าเมื่อหิวแล้วร้อง สิ่งที่เขาพอใจก็คืออาหาร หรือเมื่อร้องแล้วได้รับการตอบสนองทันที เขาจะรู้ว่าเขาเป็นผู้สื่อสารที่ดี
- ขณะที่แม่ป้อนอาหาร เขาจะได้เรียนรู้ในการมองหน้าแม่ เรียนรู้เสียงขณะที่แม่พูดคุยด้วย
- ยามที่แม่ป้อนอาหาร พูดคุยกับเขาด้วยเสียงที่นุ่มนวล ใช้มือสัมผัสที่ผม ร่างกาย เขาจะรู้สึกถึงความรัก ความอบอุ่น และความปลอดภัยที่มีให้ค่ะ
การได้ยิน
มีการวิจัยว่าเด็กภายใน 1 เดือนแรกจะสามารถเรียนรู้เสียงที่เขาชอบและเสียงผู้คนได้ แต่เขายังไม่สามารถหันหาที่มาของเสียงจนกว่าจะอายุ 3 เดือน
เพราะการหันหาแหล่งที่มาของเสียงนั้นจะต้องมีการพัฒนาควบคู่ไปกับการทำงานของคอด้วย
ดังนั้นคุณจึงควรพูดคุยกับลูกทุกเรื่อง คุณแม่กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมอยู่นะ ลุกกำลังกินนมอยู่ อีกเดี๋ยวเดียวคุณพ่อก็มาแล้ว ฯลฯ และพยายามสังเกตุว่าลูกชอบเสียงอะไรมากที่สุดเด็กบางคนชอบฟังเสียงเพลงเบาๆ ขณะที่เด็กอีกคนอาจจะชอบฟังเสียงเพลงดังๆ สำหรับเสียงที่ลูกน้อยชอบมากที่สุด ไม่ใช่เสียงอื่นไกลค่ะ ก็คือเสียงของแม่นั่นเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเขินอายที่จะร้องเพลงให้ลูกๆ ของคุณฟัง การที่ลูกน้อยได้ยินเสียงของพ่อแม่ หรือสมาชิกในครอบครัวบ่อยๆ จนเขาคุ้นเคยและจดจำได้ จะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เขาจดจำสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบๆ ตัว และเมื่อเขาโตขึ้น อายุประมาณ 2-3 เดือน เขาก็จะเริ่มแยกแยะเสียงของพ่อแม่ได้ค่ะ
หยิบจับ ไขว่คว้าทุกสิ่ง
จะเห็นว่าทารกมักเอื้อมมือไขว่คว้าไปมาบนอากาศ จริงๆ แล้วเขาอยากจับค่ะแม้ว่าจะยังทำได้ไม่ดี คุณแม่ควรหาของเล่นเคลื่อนไหวได้เพื่อให้ลูกพยายามคว้าจับ
พอลูกอายุ 3 เดือน จะสามารถบังคับการใช้มือได้แล้ว จับ 2 มือได้ ช่วงนี้ถ้าหาของเล่นสีสันสดใสให้ลูกเห็น เขาจะคว้าจับด้วยมือทั้ง 2 แล้วเอามาดูใกล้ๆ อย่าลืมพูดคุยกับลูกขณะเล่นพร้อมส่งเสียงเชียร์ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นอีกที ที่สำคัญต้องมั่นใจว่าของเล่นนั้นๆ ปลอดภัย สะอาด ไม่เล็กเกินไป เพราะลูกมักชอบหยิบเข้าปาก อาจไปติดหลอดลมได้ค่ะ
รอยยิ้มของลูก
รอยยิ้มของลูกที่คุณแม่หยิบครั้งแรกเป็นยิ้มที่เกิดจากการตอบสนองต่อระบบประสาท เมื่อลูกอายุ 2 เดือน จึงจะยิ้มพิเศษให้กับคุณแม่ค่ะ เป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการตอบสนองต่อการกระตุ้น และเกิดจากความรู้สึกรักในตัวคุณแม่นั่นเอง
เมื่อลูกยิ้ม คุณแม่ก็ต้องยิ้มตอบลูกเป็นการแลกรอยยิ้มต่อกันค่ะ ลองสังเกตดูนะคะว่าเวลาที่ลูกยิ้มจะมาพร้อมกับอาการอยากเล่น ต้องเตรียมสถานที่สำหรับช่วงเวลาของสายสัมพันธ์นี้ด้วยค่ะ
การมอง
ในช่วงแรกเกิด ทารกจะมองเห็นภาพลักษณะเบลอๆ และเห็นได้ในระยะ 8-12 นิ้ว ขณะที่คุณแม่ป้อนนม ลูกจะมองหน้าแม่ ซึ่งเป็นใบหน้าที่เขาชอบ
มีงานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนว่าทารกชอบมองดูใบหน้าคนมากที่สุด
ดังนั้น วัยแรกเกิดก็ควรให้ลูกได้มองเห็นหน้าพ่อแม่บ่อยๆ พูดคุยขณะอุ้มปากที่เคลื่อนไหว ดวงตาที่กลิ้งไปมาอวัยวะบนใบหน้าที่มีการเคลื่อนไหวจะดึงดูดความสนใจลูกได้อย่างดีค่ะ
ทารกสามารถมองเห็นสีได้ตั้งแต่แรกเกิด เพียงแต่ยังแยกแยะสีที่ใกล้เคียงกันไม่ออก เช่น สีแดงกับสีส้ม จนเมื่อลูกอายุ 2-4 เดือนจึงจะสามารถแยกสีสันได้ดียิ่งขึ้น ควรกระตุ้นด้วยการแขวนของเล่นสีสันสดใสให้ลูกมอง เช่น โปสเตอร์ที่มีสีสดใส ของเล่นที่แกว่งไกวช้าๆ โมบายล์ เพื่อกระตุ้นให้สายตาลูกได้พัฒนา
เป่าปาก เล่นน้ำลาย
ประมาณ 3-4 เดือน ลูกจะชอบเล่นน้ำลาย ทำเสียงเป่าปาก อย่าทำแบบเดียวกันนะคะ เดี๋ยวลูกนึกว่าการทำแบบนี้เป็นการสื่อสารค่ะ เลยทำให้ลูกยิ่งเล่นน้ำลาย
ต้องบอกลูกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ใช้คำพูดบอกนะคะ เพราะตำพูดเป็นการสื่อสารที่ดี ควรสนใจในเสียงที่ลูกทำตั้งใจฟังว่าลูกกำลังอะไรกับเรารอให้เขาหยุดแล้วจึงพูดกับเขา เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ว่าการพูดคือการสื่อสารการรบอกและคอยตอบสนองค่ะ
ทารกมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาค่ะยิ่งถ้าได้รับการตอบสนองจากคุณพ่อ คุณแม่ และคนในครอบครัว ก็ช่วยให้เขาเกิดทักษะในการเรียนรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นรวมทั้งเรื่องของการสื่อสารด้วยค่ะ.
(update 21 กรกฎาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 278 มีนาคม 2549 ]
|