รอยช้ำธรรมดาแน่หรือ

มรกต เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ ผศ.ดร.นพ.วิปร วิประษิต ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์


ถ้าจู่ๆ เจ้าตัวเล็กเกิดเป็นจ้ำขึ้นมา สิ่งแรกที่คนเป็นพ่อแม่มักคิดคือ... “ลูกไปกระแทกอะไรมา ?” ใช่ไหมคะ แต่ระวังค่ะ เพราะรอยจ้ำนั้นอาจไม่ใช่รอยช้ำธรรมดาก็ได้

  • สาเหตุของจ้ำ

รอยจ้ำที่เกิดเพราะแรงกระแทกมีสาเหตุมาจากเส้นเลือดฝอยบริเวณใต้ผิวหนังแตก ทำให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณใต้ผิวหนัง จ้ำชนิดนี้ประมาณ 5-7 วันก็จะหายเป็นปกติค่ะ

แต่หากพบว่ารอยจ้ำบนตัวลูกอยู่ในตำแหน่งที่ไม่น่าโดนอะไรกระแทกเลย อยู่ๆ ก็เป็นจ้ำขึ้นมาเอง หรือเป็นๆ หายๆ นานเกิน 2 สัปดาห์ก็มีโอกาสที่จะเกิดจากความผิดปกติของเลือด ทั้งโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดและหลอดเลือดเปราะ กับโรคที่เป็นความผิดปกติของเกล็ดเลือด ซึ่งควรรีบพาไปพบแพทย์ค่ะ

โรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือดและหลอดเลือดเปราะ เกิดจากการขาดวิตามินซี อาจเป็นสาเหตุของอาการจ้ำได้ แต่ปัจจุบันพบน้อยมาก เพราะเด็กได้รับโภชนาการที่ดีขึ้น

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเกล็ดเลือด โรคของเกล็ดเลือด สามารถแยกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ
1. เกล็ดเลือดมีปริมาณลดลง ได้แก่
โรค Automimune Disease เป็นภาวะของเกล็ดเลือดต่ำ อาจเกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเกล็ดเลือด ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการใช้ยากดภูมิต้านทาน

หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เป็นหวัดมาก่อนประมาณหนึ่งสัปดาห์ แล้วมีจ้ำขึ้นตามตัวเนื่องจากร่างกายสร้างภูมิต่อต้านเชื้อไวรัส ขณะเดียวกันก็ทำลายเกล็ดเลือดตัวเองด้วย ทำให้เกล็ดเลือดต่ำลง โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องรักษาค่ะ เพราะสามารถหายได้เอง ภายในเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ เกล็ดเลือดก็จะเพิ่มขึ้นได้เองและกลับมาเป็นปกติได้ดังเดิม

2. เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ
ตัวอย่างสำคัญคือ โรค APDE (Acquired Platelet Dysfunction with Eosinophilia) เป็นโรคที่หายได้เองภายใน 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องรักษาอะไรเป็นพิเศษ โรคนี้ในเด็กไทยก็พบได้บ่อย แต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเลือดถึงจะวินิจฉัยได้

อีกโรคหนึ่งที่อาจเป็นได้ก็คือโรค Von Willebrand Disease จากการที่เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ อาจทำให้มีจ้ำตามตัวได้ หรือบางครั้งก็มีเลือดกำเดาออกและเป็นๆ หายๆ พบไม่บ่อยและพบน้อยมากในประเทศไทยค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้ว เด็กที่มีอาการเป็นจ้ำตามตัว มักจะเกิดจากโรคที่สัมพันธ์กับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ มากกว่าเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติค่ะ

  • เกล็ดเลือด คืออะไร?

เกล็ดเลือดเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ในเลือด โดยปกติเลือด 1 ซี.ซี. จะมีเกล็ดเลือดประมาณ 300 ล้านชิ้น เมื่อเรามีบาดแผลเลือดออก เลือดกำเดาออก เกล็ดเลือดจะเป็นสิ่งที่ทำให้เลือดแข็งตัว ไหลช้าลงและหยุได้ในที่สุด มีอายุการทำงานประมาณ 7 วัน ในร่างกายจึงมีการสร้างทดแทนอยู่ตลอดเวลา

  • จ้ำเป็นได้ตั้งแต่เมื่อไร

จ้ำที่มาจากโรคเลือดเป็นได้ตั้งแต่แรกเกิดค่ะ แต่เด็กเล็กอาการจะไม่ค่อยชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต เด็กยังนอนอยู่ ไม่ค่อยได้ขยับไปไหน เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะขึ้นมาเองน้อยมาก จึงสังเกตและสันนิษฐานได้ง่ายหากเป็นจ้ำ แต่พอเด็กเริ่มคลาน เริ่มมีโอกาสไปชนโน่นชนนี่ก็จะเริ่มมีจ้ำเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจทำให้สับสนได้ค่ะถ้าไม่สังเกตให้ดี

  • สังเกต “จ้ำ” อันตราย!

หากลูกเป็นจ้ำซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่และโตขึ้นเร็ว เช่น ตอนแรกเป็นแค่จ้ำเล็กๆ แต่ขยายวงใหญ่มากขึ้น สีเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ตอนแรกจะออกเขียวอ่อนๆ แล้วก็จะเขียวมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสีม่วงต้องรีบพาไปหาคุณหมอค่ะ

  • เมื่อลูกเป็นจ้ำ ทำอย่างไรดี

หากเห็นว่าลูกมีรอยช้ำ มีจ้ำเขียวขึ้นบ่อย เป็นๆ หายๆ หรือไม่เคยหาย แล้วก็เป็นที่แขนขาทั้งสองข้าง ถ้าช้ำจากการกระแทกจะเป็นวงเขียวนิดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามีขนาดใหญ่หรือค่อนข้างใหญ่ และขยายกว้างขึ้น ก็อาจเป็นไปได้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการทำงาน หรือการแข็งตัวของเลือด หรือเกล็ดเลือดผิดปกติค่ะ และต้องสังเกตอาการอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น ไม่ได้เป็นหวัด ไม่ได้ตากแดด แต่กลับมีเลือดกำเดาไหลออกมา หรือแปรงฟันแล้วมีเลือดออกติดแปรงสีฟันออกมาด้วย เป็นต้น คือถ้ามีลักษณะของความผิดปกติหลายๆ อย่างต้องไปพบแพทย์ค่ะ


(update 6 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600