เลี้ยงลูกโทน


ด้วยภาวะต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมทั่วโลกในขณะนี้ ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ "ลูกคนเดียวหรือลูกโทน" กระจายไปทั่ว

และแน่นอนพ่อแม่อย่างคุณเองก็อาจจะเป็นหนึ่งตอบรับกับกระแสนี้แต่หลายคนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า การเป็นลูกคนเดียวจะส่งผลกระทบกับลูกในมุมต่างๆ แล้วจะเลี้ยงลูกคนเดียวอย่างไรให้เขาเติบโตมาเป็นคนดีและมีความสุขมากที่สุดดวงใจพ่อแม่สเปเชี่ยลครั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูล และคำแนะนำในการเลี้ยงลูกคนเดียวมาฝากคุณๆ ค่ะ

LuckRisk
1. มีความเป็นผู้นำ
2. มีความเป็นผู้ใหญ่สูง
3. ฉลาด เก่ง ไหวพริบดี ช่างคิด
4. เป็นตัวของตัวเองสูง
5. ความอบอุ่นและความรักท่วมท้น
6. มีความรับผิดชอบสูง
7. อิสระ
1. ในวันข้างหน้าต้องดูแลคนแก่ในบ้านคนเดียว
2. แอบเหงา เข้ากับเพื่อนไม่ได้
3. อวดดี เอาแต่ใจตัวเอง
4. เห็นแก่ตัว ก้าวร้าว ถูกตามใจ
5. หากไม่มีพ่อแม่จะไม่มีที่พึ่ง
6. พ่อแม่คาดหวังสูง
7. ไม่มีที่ปรึกษา


เมื่อลูกคนเดียว...คือคำตอบสุดท้าย

ปรากฏการณ์การมีลูกคนเดียวเป็นความจริงของครอบครัวในยุคปัจจุบันที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าแม้แต่ในบ้านเราเองสถิติจำนวนของบุตรก็มีน้อยลง ซึ่งสาเหตุต่อไปนี้ ล้วนมีปัจจัยสำคัญส่งผลให้ครอบครัวชนชั้นกลางของคนไทย มีแนวโน้มที่จะมีลูกคนเดียวมากขึ้นค่ะ
  • คู่หนุ่มสาวแต่งงานกันช้าลง ส่งผลให้เลือกที่จะมีลูกเพียงคนเดียว เนื่องจากเรื่องของสุขภาพและอายุ
  • หน้าที่การงานที่ต้องทำทั้งพ่อและแม่ ทำให้มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง การมีลูกหลายคนทำให้ไม่สามารถจัดการเวลาให้เหมาะสมได้
  • จากคำพูดที่ว่ามีลูก 1 คน จนไป 7 ปี มาใช้ในยุคนี้ก็ยังไม่สาย เพราะว่าปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นตัวการสำคัญที่กำหนดจำนวนบุตรของแต่ละครอบครัวได้
  • คู่สามีภรรยายุคใหม่เน้นเรื่องเวลาส่วนตัว และเรื่องของชีวิตคู่มากกว่า การมีลูกคนเดียวจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมในทุกประการ
  • การแต่งงานมีการหย่าร้างเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเป็น Single parents จึงมักมีลูกแค่คนเดียว
Don' worry
1. เตรียมพร้อมให้ลูกไว้ด้วยการทำประกันชีวิตหรือมีเงินออมสำหรับไว้ใช้ยามเจ็บป่วยหรือแก่เฒ่า เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระให้ลูก

2. อย่าเลือกให้ลูกอยู่บ้านคนเดียว ของเล่นราคาแพงไม่ช่วยให้เด็กหายเหงาได้ควรเปิดโอกาสให้ลูกไปเล่นบ้านเพื่อนหรือชวนเพื่อนมาเล่นบ้างก็ได้

3. ลูกคนเดียวมักคิดว่าตนเองรู้เรื่องและเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเพื่อนวัยเดียวกันต้องสอนลูกในการวางตัว ไม่บงการหรือเอาแต่ใจกับเพื่อน โดยการพูดคุยและพาไปเล่นกับเพื่อนบ่อยๆ

4. ลูกคนเดียวคือหนึ่งเดียวในบ้านที่มักถูกตามใจที่สุด หากเพื่อนไม่ยอมอย่างที่ที่บ้านยอมก็จะก้าวร้าว รุนแรง และคิดว่าของทุกสิ่งเป็นของฉันคนเดียว เมื่อบ้านเป็นต้นเหตุก็ควรจะปรับสถานการณ์ในบ้านให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆ รู้จักผ่อนปรน และอย่าจามใจไปหมดทุกเรื่อง หากพิจารณาแล้วว่าสิ่งนั้นไม่สวมควร

5. ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยู่กับลูกได้ตคลอดเวลาต้องสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเอง และทำความรู้จักสนิทสนมไปมาหาสู่กับยาติๆ ไว้บ้าง จะได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวยามมีปัญหา

6. เมื่อเป็นหนึ่งเดียว ความคาดหวังก็พึ่งตรงลงมาที่ลูกคนเดียวเสมอ คาดหวังไม่ควรมาพร้อมกับการกดดัน เพราะเมื่อลูกเครียดก็พร้อมที่จะต่อต้าน ควรใช้ความเข้าใจสนับสนุนสิ่งที่ลูกชอบมากกว่า

7. ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ไม่ใช่เฉพาะกับพ่อแม่เท่านั้น เช่น ลูกพี่ ลูกน้อง ญาติๆ เพื่อนพ่อแม่ หรือเพื่อนๆ ของลูกเอง ดังนั้นควรให้ลูกเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับคนอื่น และไว้วางใจคนอื่นนอกเหนือจากพ่อแม่บ้าง

Myths about The only child

ลูกคนเดียว… เลี้ยงง่ายกว่า ?
ความจริง : การเลี้ยงลูกคนเดียวเหมือนกับการเลี้ยงลูกหลายๆ คน แต่ว่าการเลี้ยงลูกคนเดียวจะขาดข้อเปรียบเทียบระหว่างพี่น้อง ขาดการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ในการดำเนินชีวิต เช่น ไม่สามารถเปรียบเทียบว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่หากมีพี่ เวลาที่พี่ทำผิดน้องก็จำสังเกตได้ว่าพี่ทำผิดเพราะอะไร น้องก็จะไม่ทำตาม

จุดสำคัญของการเลี้ยงลูกคนเดียวคือพ่อแม่และสิ่งแวดล้อม ลูกคนเดียวมักเป็นที่รักที่อุ้มชูของผู้ใหญ่ในบ้านโอกาสตามใจให้ท้ายกันมีสูงมาก ดังนั้นเวลาลูกทำผิดพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านจะต้องเด็ดขาด สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง อย่ากลัวว่าลูกจะโกรธหรือลูกไม่รัก ฝึกนิสัยตั้งแต่ตอนเล็กๆ เพื่อไม่ให้เป็นกรณีอย่างพ่อแม่รังแกฉัน ซึ่งเด็กจะไม่รู้ตัวว่าลูกทำผิดและจะเอาแต่ใจตนเองไปจนโต


ลูกคนเดียว…ลำบาก ไม่มีพี่น้องพึ่งพา ?
ความจริง : เป็นความจริงที่ต้องยอมรับอีกเช่นกัน เป็นเรื่องของคนที่เป็นลูกคนเดียวเสียเปรียบ แต่ควรมองในทางบวกว่าการที่มีพี่น้องหลายๆ คนแล้วเข้ากันไม่ได้ก็มีเยอะ ดังนั้นเมื่อไม่มีพี่น้องควรให้ลูกสนิทกับญาติๆ คนอื่นแทน เช่น หากลูกพี่ลูกน้องเลี้ยงให้เด็กๆ ใกล้ชิดกัน ไปมาหาสู่ ไปเที่ยวด้วยกัน เล่นด้วยกัน สอนให้รักกันเหมือนพี่น้อง

แต่จุดสำคัญของการเลี้ยงให้เขาพึ่งพาตัวเองได้ สอนให้เข้มแข็ง อย่าเลี้ยงเป็นคุณหนูคุณชาย มองว่าวัยไหนทำอะไรได้หรือตัดสินใจเองได้ก็ควรให้เขาทำ


ลูกคนเดียว…ขี้เหงา
ความจริง : อาจเป็นได้ถ้าเป็นครอบครัวเดี่ยว ไม่มีญาติพี่น้องอยู่ใกล้หากเด็กเริ่มเหงาเราจะสังเกตได้ว่าลูกมักจะนั่งคนเดียว ซึม เหม่อ แม้จะมีของเล่นอยู่เต็มบ้าน เด็กต้องการเพื่อนการที่เด็กเหงาส่วนหนึ่งเชื่อว่ามาจากการดูแล เช่น ไม่ยอมให้เด็กออกไปเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน หรือผู้ใหญ่ในบ้านไม่ได้ใส่ใจจะเล่นด้วย ฯลฯ หากใช้วิธีแก้เหงาผิดวิธี อย่างให้เล่นเกมหรือมีทีวีเป็นเพื่อน ฯลฯ นอกจากจะทำให้ลูกติดเกมและเสียเวลาที่จะพัฒนาร่างกายและจิตใจด้านอื่นๆ แล้วปัญหาสำคัญอีกอย่าง คือไม่ได้ช่วยคลี่คลายปัญหาการรู้สึกเหงาหรือโดเดี่ยวของลูกได้จริง

ความจริงแล้วพ่อแม่เป็นเพื่อนเล่นกับลูกได้ ช่วงเย็นช่วงก่อนนอน หรือเวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ สละเวลาสักนิดเพื่อความสุขของลูก และเมื่อลูกโตขึ้นลูกก็ควรพูดคุยปรึกษาพ่อแม่ได้ทุกเรื่อง พ่อแม่ควรปรับตัวและลดช่องว่างของกันและกันให้ลูกรู้สึกใกล้ชิดและเป็นเพื่อนลูกได้ยามที่เขาต้องการคำปรึกษา เพราะโอกาสที่จะปรึกษาพี่น้องคงไม่มี ที่สำคัญควรให้คำปรึกษาอย่างเข้าใจและไม่นำทัศนคติหรือความเชื่อของเราไปครอบงำและตัดสินใจแทนลูก เพราะด้วยวัยที่แตกต่างอาจจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน และไม่เชื่อมั่นได้


ลูกคนเดียว…เอาแต่ใจ เหยาะแหยะ เพราะถูกตามใจจนเคยตัว
ความจริง : ต้องขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูด้วย เนื่องจากเด็กมีแนวโน้มจะถูก Over Protection ได้ง่าย เพราะลูกคนเดียวถือเป็นไข่แดงในบ้าน เอาอกเอาใจมากเกินไป คือทุกคนในบ้านตามใจและปกป้องเขามากเกินไป เมื่อเด็กสั่งทุกคนในบ้านต้องยอมราวกับเป็นจักรพรรดิองค์น้อย เด็กจะมีนิสัยเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง (Self Center) เอาแต่ใจตัวเอง หลงตัวเอง ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ไม่นึกถึงความรู้สึกของคนอื่นๆ มองเด็กที่อายุเท่ากับตัวเองว่าเล่นอะไรไร้สาระ แต่บางครั้งก็ Sensitive อารมณ์อ่อนไหว หากมีเรื่องเสียใจทุกๆ คนในบ้านต้องทำให้ฉันมีความสุข เด็กจะรู้สึกว่านี่คือสิทธิ์ที่ฉันควรจะได้ หรือเรียกอีกอย่างว่าสำคัญตัวผิดนั่นเอง

แต่ถ้าเลี้ยงดูลูกอย่างถูกวิธีก็จะไม่เกิดปัญหานี้ขึ้น ซึ่งการดูแลบางอย่างจะเป็นเรื่องของนามธรรม พ่อแม่ต้องใช้วิจารณญาณอย่างเหมาะสมว่าสิ่งที่เราให้เด็กจะเกินความจำเป็นหรือไม่ อย่างเรื่องของเล่น หากเราไปถามเด็กว่ามีพอหรือยัง เขาคงบอกว่ายังไม่พอ และถ้าเราซื้อของเล่นทุกชิ้นที่เขาร้องจะเอาคงไม่ดีแน่ๆ

เช่นเดียวกับเรื่องการที่พ่อแม่ปกป้องลูกอย่างเกินพอดีสังเกตจากลูกวัยขวบกว่าที่พยายามตั้งไข่ยืนเดินด้วยตัวเองแต่พ่อแม่จะชอบอุ้มเพราะกลัวล้ม ไม่ยอมให้เปื้อนดินโคลน กลัวลูกจะสกปรกเกินเหตุ เหล่านี้เป็นต้นเหตุให้เด็กขี้กลัวและสำอางเกินไป และขาดประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต

แต่การเป็นลูกคนเดียวก็จะมีข้อดีตรงกล้าแสดงออกมีความเป็นผู้นำ ฉลาด การพูดจาเหมือนผู้ใหญ่ เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน เรียนรู้เร็ว และมีความมั่นใจในตัวเอง เพราะได้รับความรักและการดูแลอย่างเต็มที่


ลูกคนเดียว…ต้องดีที่สุด
ความจริง : มีบางครอบครัวคาดหวังทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดกับลูกอยากให้ลูกดีที่สุด เมื่อทุ่มเทมากก็คาดหวังมาก ซึ่งปัญหาตรงนี้ขึ้นอยู่กับทัศนคติของพ่อแม่เอง เพราะเมื่อกดดันลูกมากลูกก็จะยิ่งต่อต้าน ยิ่งเด็กเป็นลูกคนเดียวยิ่งควบคุมยาก เพราะพ่อแม่ระมักระวังในการลงโทษและพยายามที่จะไม่ทำ เพราะกลัวลูกจะโกรธ พ่อแม่เครียด…ลูกก็เครียด


ลูกคนเดียว…ไม่ดี เดี๋ยวพ่อแม่จะไม่มีใครดูแล
ความจริง : คงต้องยอมรับความจริงว่าการมีลูกคนเดียวถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่เขาอาจจะเป็นอะไรไปก่อนพ่อแม่แต่ใช่ว่าลูกหลายๆ คนจะไม่มีความเสี่ยงเรื่องนี้เลย การมีลูกคนเดียวอาจเป็นการจำกัดโอกาสของพ่อแม่ หากลูกมีอันตรายที่ไม่คาดฝัน พิการ ป่วย หรือเสียชีวิตขึ้นมาจะทำให้พ่อแม่รู้สึกกระทบกระเทือนใจมาก ตรงนี้มีส่วนที่ทำให้แนวโน้มที่จะเลี้ยงลูกแบบไข่ในหินก็จะมากขึ้นทวีคูณ

ส่วนเรื่องการดูแลในยามแก่เฒ่าเป็นเรื่องในอนาคตที่ไม่มีใครรู้ เพราะลูกอาจจต้องไปอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศและไม่สามารถดูแลเราก็ได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่เองก็ควรเตรียมพร้อมวางแผนที่จะดูแลตนเองยามแก่เฒ่าไม่ทำตัวเป็นภาระให้กับลูก แบบนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีและสบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย


ตัวตนของลูก…ปัญหาที่ซุกซ้อน

ส่วนใหญ่แล้วเราจะได้รับฟังความคิดเห็นจากพ่อแม่ที่มีลูกคนเดียว ถึงความกังวลและปัญหาในอนาคตที่ลูกจะต้องเผชิญ คราวนี้ลองมาดูปัญหาของเด็กๆ ที่เป็นลูกคนเดียวดูบ้างว่ามีอะไรที่แอบซ้อนอยู่และพ่อแม่ของลูกคนเดียว ควรรู้…

  • จิตนาการไม่สมดุล
ลูกคนเดียวมักมีจินตนาการ 2 แบบด้วยกัน คือ ไม่มีจินตนาการ ชอบอยู่ในโลกความจริง อีกแบบคือจินตนาการเพ้อฝันมากเกินไป เพราะลูกคนเดียว มักเล่น คิด หรือเล่นสมมติอยู่คนเดียว ทำให้จินตนาการไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกลุ่มเพื่อนมายับยั้งจินตนาการบ้าง จึงอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับสมดุลของจินตนาการขึ้นได้ เช่น มีเด็กอายุ 13 ปี เขียนจดหมายโต้ตอบตัวเองอยู่นานจนพ่อแม่ต้องพาเข้าพบกับจิตแพทย์ เด็กที่มีจินตนาการมากไปจะมีผลเสียได้

helpful hint
  • หากลูกมีจินตนาการเป็นผู้ใหญ่ อยู่ในโลกแห่งความจริง ควรสนับสนุนให้ลูกเล่นกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันหรืออายุน้อยกว่า หรืออ่านนิทานหรือหนังสือที่มีเรื่องราวเกินจริง เพื่อเสริมจินตนาการของเขา

  • หากลูกอยู่กับตัวเองมากเกินไป ก็ควรให้อยู่กับเพื่อนวัยเดียวกันหรืออายุมากกว่า เพื่อให้ลูกเรียนรู้สังคม และออกจากโลกของตัวเอง

  • ที่สำคัญคือพ่อแม่จะต้องสังเกตลูกให้มาก และมีเวลาพูดคุยกับลูกเพื่อให้รู้ถึงความคิด เพื่อจะได้ปรับพฤติกรรมได้ทัน

  • มีช่องว่างกับคนวัยเดียวกัน
ลูกคนเดียวมักจะติดสอยห้อยตามพ่อแม่ไปตามที่ต่างๆ ที่ผู้ใหญ่มักนัดเจอกัน เช่น ร้านอาหาร ออฟฟิศ ฯลฯ ทำให้เขาได้เข้าวงสนทนาของผู้ใหญ่มากมายจึงซึมซับคำพูดและลักษณะท่าทาง ทำให้คิดและทำอย่างผู้ใหญ่ เชื่อในเรื่องเป็นเหตุเป็นผล ไม่ค่อยมีจินตนาการ

แต่เมื่อเด็กได้เข้าไปอยู่กับเพื่อนวัยใกล้เคียงกัน กลับพูดกันไม่รู้เรื่อง เหมือนคุยกันคนลพภาษา อย่างเช่น เด็กคนหนึ่งถามคำถามอะไรเอ่ยว่า นกอะไรบินไม่ได้ ลูกคนเดียวก็จะตอบว่า นกเพนกวิน นกกระจอกเทศ แต่เพื่อนกลับตอบว่านกปลอมไงล่ะ ฮ่า ฮ่า ลูกคนเดียวจะไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่ามันไม่เป็นเหตุเป็นผลกันสักนิด และจะไม่ยอมเล่นต่อด้วยแล้วเรื่องนี้ถือว่าลูกคนเดียวขาดโอกาสที่จะพัฒนาในแบบที่เด็กวัยเดียวกันทำได้ เช่น เรื่องกติการการเล่น การเข้ากลุ่ม การจินตนาการ ฯลฯ ทำให้บางครั้งชอบอยู่คนเดียวเพราะสบายใจกว่า

helpful hint
  • หากลูกคนเดียวที่แวดล้อมด้วยผู้ใหญ่เยอะๆ ควรชวนลูกออกไปเล่นกับเพื่อนๆ บ้างเพราะจะได้มีโอกาสสนุกกับจินตนาการที่แอบซ่อนอยู่ในตัวของเขาเอง

  • ลูกคนเดียวที่มักต้องติดสอยห้อยตามคุณพ่อคุณแม่ไปยังสถานที่ต่างๆ บ่อยๆ คุณควรเลือกให้สถานที่นั้นมีที่สำหรับเด็กบ้าง เพื่อให้ลูกได้ทำความรู้จักกับเด็กคนอื่นๆ โดยไม่ต้องรับฟังการสนทนาของผู้ใหญ่มากนัก และเปิดรับชีวิตวัยเด็กให้มากขึ้นด้วย

  • แม่คับ…ผมไม่มีเพื่อน
ขอบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะพัฒนาการของลูกจะดีเยี่ยมที่สุด เมื่อเขาได้มีเพื่อนหรือได้เข้าสังคมแล้วทำไมปัญหาของลูกคนเดียวจึงมักเป็นเรื่องของการเข้าสังคมล่ะ?

เนื่องจากไม่ค่อยได้เล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน บ้านมีแต่ผู้ใหญ่ที่ยอมเด็ก ไม่ต้องแบ่งของเล่นให้ใคร ของทุกๆ สิ่งเป็นของฉัน รวมทั้งเวลาเล่นกับผู้ใหญ่ก็ชนะตลอดเพราะผู้ใหญ่ชอบทำเป็นยอมแพ้ ทำให้เด็กรู้สึกว่าฉันจะต้องเหนือกว่าใคร

แต่เรื่องนอกบ้านคือสังคมที่แท้จริง เมื่อลูกเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาลเจอเพื่อนมากมาย ความดีใจที่ได้เจอเพื่อนก็มีมากอยู่ แต่ว่าลูกคนเดียวจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแบ่งกันเล่น ไม่รู้จักการแบ่งปัน อะลุ่มอล่วยต่อรอง ทำไมฉันถึงแพ้เธอ สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกคนเดียวอาละวาด ทะเลาะกับเพื่อน ทำให้เพื่อนไม่อยากเล่นด้วย และตนเองไม่รู้จักการง้อเพราะโดนง้อมาจนเคยตัว ลูกคนเดียวจึงต้องปรับตัวเยอะขึ้น แต่ว่าเมื่อถึงเวลาทำงานคนเดียว หรือเล่นคนเดียวโดยไม่มีผู้ช่วยเหลือ จะทำได้ดี

helpful hint
  • สอนลูกให้เข้าถึงคำว่าใจเขาใจเราให้ดี เพราะลูกมักจะไม่เข้าใจว่าคนอื่นต้องการอะไรเท่าไร มักคิดถึงตัวเองเท่านั้น

  • ระยะแรกที่ลูกเล่นกับเพื่อนอาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งไม่เข้าใจกันบ้าง เวลาอยู่กับลูกลำพังลองคุยว่าลูกคิดอย่างไร มีสิ่งใดบ้างที่ลูกควรปรับตัว

  • สอนให้ลูกเห็นข้อดีของการมีเพื่อน เช่น สนุกกว่าหรือมีของเล่นคนเดียว เพื่อให้ลูกคุ้นเคยและปรับตัวได้ง่ายเมื่อต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคม

  • ไม่ชอบเข้าสังคม
เด็กที่เป็นลูกคนเดียวอาจจะมีลักษณะอีกแบบหนึ่งคือชอบที่จะอยู่คนเดียว เคยชินและพอใจเมื่อได้อยู่คนเดียว ไม่รู้สึกว่าต้องการเพื่อนหรือขาดอะไรเป็นพิเศษเวลาไปโรงเรียนเด็กก็ไม่ได้สนใจว่าจะต้องเข้าไปหาเพื่อนหากมีเพื่อนๆ มายุ่งอาจจะติดรำคาญด้วยซ้ำ เรื่องนี้มักไม่ใช่ปัญหารุนแรง แต่พ่อแม่ก็ควรให้ลูกหัดเข้าสังคมไว้บ้างเท่านั้น

helpful hint
  • เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เพราะจะสังเกตได้ว่าบางคนก็ชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่าพบปะสังสรรค์กับคนอื่น แต่ว่าพ่อแม่ของลูกคนเดียวควรเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ลูกเข้าสังคมเป็นบ้าง เผื่อยามที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่แล้วลูกจะได้ขอความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษาจากคนอื่นได้

  • คุณหนู…เรื่องมาก
การที่เด็กจะได้อยู่กลุ่มเดียวกัน อย่างหนึ่งคงเป็นเรื่องของสไตน์ เช่น เด็กผู้ชายชอบเล่นต่อสู้ เด็กผู้หญิงชอบเล่นตุ๊กตา ส่วนลูกคนเดียวนั้นมักอ่อนแอ ขาดประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตหากกลุ่มเพื่อนวิ่งเล่นเท้าเปล่าลงไปในสนามหญ่าฝึกวิชากังฟูกัน ลูกคนเดียวจะไม่ยอมลงไปโดยไม่ใส่รองเท้าเด็ดขาด หรือจะให้เล่นดินเล่นทรายก็จะรู้สึกว่าแขยงมือ บางครั้งอาจจะทำให้เพื่อนๆ หมั่นไส้ได้

ยิ่งถ้าถูกประคบประหงมตลอดเวลา มักมีวุฒิภาวะไม่ยอมโต คอยเป็นลูกแหง่ติดแม่ มั่นใจเมื่อมีแม่ทำอะไรให้ ทำอะไรเองไม่เป็น ไม่อยากคบใครรวมทั้งไม่อยากทำอะไรด้วยตนเอง รู้สึกว่าตนเองมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น

helpful hint
  • เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่คงไม่สามารถประคบประหงมลูกได้ตลอดเวลา ดังนั้นควรหัดให้ลูกเผชิญชีวิตเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้เขามั่นใจในตัวเองและลดอาการเรียกร้องจากคนอื่นๆ ได้ด้วย

  • หากลูหคิดว่าตนเองมีสิทธิ์เหนือคนอื่นถือว่าเป็นความบกพร่องทางการเลี้ยงดูอย่างยิ่ง เพราะว่าลูกจะถูกกดดันจากสังคมโดยเขาจะไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดตรงไหนเลย ซึ่งเวลาลูกเล่นกับเพื่อนคุณควรปล่อยเขา อย่าเข้าไปจัดการชีวิตให้เขารู้สึกว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่นนักเลย

  • หากถึงวัยที่ลูกช่วยเหลือตัวเองได้ก็ปล่อยให้เขาทำไป พ่อแม่ไม่ควรอาสาทำให้ เพราะลูกจะต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ตามหน้าที่ที่เหมาะสม จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นคุณหนู

ไขก๊อก… ลูกคนเดียวไม่เดียวดาย

ปัญหาต่างๆ ของลูกคนเดียวนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือและแก้ไขได้ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุเพราะว่าเขาเป็นลูกคนเดียว แต่เกิดจากการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขาต่างหาก
  • ช่วง 1 - 2 ปีแรกยังไม่ค่อยมีปัญหา เพราะลูกยังอยู่ในวัยที่ชอบเล่นคนเดียวอยู่ ซึ่งเด็กจะเริ่มเข้าสังคมและพร้อมที่จะเล่นกับเพื่อนราวอายุ 3 - 5 ปี

  • ควรให้ลูกได้มีโอกาสพบปะ และร่วมกิจกรรมกับเด็กอื่นๆ บ้าง เช่น เล่นกับเด็กข้างบ้าน หรือชวนเพื่อนร่วมงานที่มีลูกวัยใกล้เคียงกันมาเล่นที่บ้าน หรือวันหยุดก็ไปบ้านเพื่อนเพื่อให้ลูกๆ ได้เล่นด้วยกัน

  • จัด Playgroup ในหมู่บ้านหรือในออฟฟิศ หากเป็นไปได้ให้นัดช่วงเวลาพ่อแม่ว่างมาเจอกัน แล้วเอาลูกมาปล่อยให้เล่นด้วยกัน ช่วยให้ได้เจอสังคมกลุ่มพ่อแม่ เด็กก็สนุกได้เพื่อนด้วย

  • สอนให้เด็กรู้จักแบ่งปันกับผู้อื่น คำว่าแบ่งปันไม่ใช่เสียสละ เพราะเด็กเล็กยังเสียสละไม่เป็น จะให้ในสิ่งที่ตนเองไม่ต้องการแล้วเท่านั้น ส่วนเรื่องการเสียสละจะเป็นเรื่องของเด็กวัย 7 - 8 ปี

  • หาของเล่นที่ลูกต้องเล่นด้วยกันกับเพื่อนได้ เช่น บล็อก ตัวต่อไม้ รถราง หรือพาไปสนามเด็กเล่นที่มีเด็กอื่นเข้ามาเล่นด้วย เพื่อเตรียมพร้อมให้เด็กเข้าสังคมเพื่อนจะได้ปรับตัวเร็วขึ้นเมื่อเข้าโรงเรียน

  • ผู้ใหญ่ที่บ้านต้องปฏิบัติกับเด็กอย่างเท่าเทียมกันไม่มีใครจะตามใจเด็กได้เป็นพิเศษ เพราะการตามใจมากไปจะทำให้เด็กเล็กนิสัยเสีย
ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะมีลูกคนเดียวหรือมีลูกหลายคนก็ล้วนแต่มีปัญหาให้ขบคิดแก้ไขทั้งนั้น อีกด้านหนึ่งลูกคือความท้าทายในชีวิตของคุณ เพียงเข้าใจ เลี้ยงเขาอย่างถูกทางและวางแผนทั้งชีวิตของเราเองและของลูกให้สอดคล้องกีนการเป็นลูกคนเดียวก็จะไม่ใช่ปัญหา เขาก็จะเติบโตและอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยที่เราเองก็ไม่ต้องห่วงหรือเป็นกังวลมากเกินไปด้วยค่ะ.


(update 7 มิถุนายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 117 กรกฎาคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600