แบ่งและปัน


คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นโฆษณาชิ้นหนึ่ง ที่เด็กสองคนแย่งตุ๊กตาหมีไหมคะ “นี่ของหนูนะ นี่ของหนู” ที่แย่งกันเอาเป็นเอาตายก็เพราะเป็นธรรมชาติของวัยเขาล่ะค่ะ ก็ตอนนี้ยังแบ่งของให้ใครไม่เป็นทุกอย่างคือของหนูหมด

ธรรมชาติวัย 1-3 ปี เป็นวัยแห่งการยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทุกอย่างเป็นของเขาหมดและเขามีสิทธิ์ในของทุกชิ้น ครั้นจะหักดิบให้ลูกแบ่งของเล่นให้กับใครในช่วงนี้คงยากค่ะ แล้วจะบอกกันทื่อๆ ก็คงจะยากเช่นกัน เพราะถ้าบอกย้ำซ้ำบ่อยให้หนูแบ่งของเพื่อนอาจจะพานต่อต้านคิดว่าการแบ่งปันนี้ช่างแย่งของหนูเสียจริง ทำร้ายจิตใจหนูด้วย คุณแม่ควรค่อยๆ ฝึกและปลูกฝังให้ลูกรู้จักแบ่งปันเพื่อให้ลูกรับมือกับสถานการณ์จริงเมื่อเขาต้องเข้าโรงเรียนจะได้เข้ากับเพื่อนได้ไม่ยากยังไงล่ะคะ

งั้นไปดูสถานการณ์แต่ละบ้านกันค่ะว่าเทคนิคอะไรสอนให้หนูๆ เริ่มเรียนรู้เรื่องแบ่งปันกันบ้าง…


เสนอทางเลือก

“แม่รู้ว่าต้นน้ำอยากเล่นตุ๊กตา แต่แบ่งให้น้องต้นข้าวเล่นด้วยกันนะคะ ตุ๊กตาหมีกับตุ๊กตาปลานีโม ต้นน้ำจะให้น้องเล่นตัวไหนดีล่ะ”

“พี่ต้นน้ำใจดีจัง ต้นข้าวขอบคุณพี่ต้นน้ำด้วยครับ”

คำพูดที่มีการเสนอทางเลือกจะทำให้เขา ไม่รู้สึกว่าแย่งของไปเพียงแต่แบ่งของที่เหลือให้ แล้วยังเสนอให้ได้รู้กติกาการเล่นด้วยว่าต้องแบ่งกันเล่น เล่นด้วยกันและสลับกันเล่น ค่อยๆ ทำค่ะ น้ำเสียงขณะพูดก็ต้อง อ่อนโยนและเชื้อเชิญให้เด็กอยากแบ่งปันจริงๆ ที่สำคัญเมื่อเด็กๆ ทำดีแล้วต้องชมเชย ให้กำลังใจเขาด้วยค่ะ


ชวนกันให้

“น้องไทมาช่วยคุณแม่หยอดเงินทำบุญให้วัดกันดีกว่าค่ะ” หรือ “พ่อกับแม่จะเอาเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วไปบริจาค” อาจชวนกันช่วยคัดเลือกเสื้อผ้า หรือของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว และแม้อาจจะยังไม่ได้ให้ของที่เป็นของเขาเอง ถึงจะยังไม่เข้าใจเรื่องแบ่งปันเท่าไหร่นัก แต่วิธีนี้จะเป็นการสอนให้เห็นถึงการสละหรือให้ของที่มีอยู่ให้คนอื่นบ้าง จะได้ไม่ยึดติดกับตัวของตัวเองตั้งแต่เด็ก การมีส่วนร่วม บ้างก็ถือเป็นการปูพื้นฐานในการแบ่งปันได้ ทางหนึ่งค่ะ


แบบอย่างที่ดี

“วันนี้แม่ฝนทำขนมชั้นเยอะแยะเลยจะแบ่งให้คุณป้าจ๋า หนูเอาไปให้คุณป้ากับแม่ นะคะ” วัยนี้เป็นวัยแห่งการเลียนแบบเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำอะไรก็ดีงามและทำตามอย่างไปหมดแหละค่ะ ดังนั้นการเป็นตัวอย่าง ทำให้เห็นจากของจริงใกล้ตัว ก็จะช่วยให้เด็กๆ ซึมซับและคุ้นเคยกับเรื่องของการแบ่งปันได้ง่ายขึ้น


"ให้และรับ" เป็นเรื่องธรรมดา

ให้ลูกรู้สึกดีกับการให้ด้วยวิธีง่ายๆ และเป็นเรื่องปกติ เมื่อซื้อขนมควรแบ่งให้ลูกเพื่อน หรือแบ่งให้เพื่อนบ้าน แบ่งให้คุณป้าพาเข้าไปให้ด้วย จะทำให้เขาเห็นว่าแม้แต่ของเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถแบ่งปันได้ หรือเริ่มจากในบ้าน ถ้าลูกแบ่งขนมให้คุณแม่ควรขอบคุณและชมเชย “ขอบคุณนะคะที่แบ่งให้แม่กิน” คำพูดนี้ต้องมาพร้อมรอยยิ้มที่สดชื่นและจริงใจนะคะ จะทำให้เขารับรู้ถึงความสุขจากการได้รับของนั้นอย่างจริงใจว่ามันดีและมีประโยชน์กับผู้รับ

สอนเด็กวัยนี้ต้องใช้ความใจเย็นและความอดทนสูง เพราะการบอกปากเปล่ากับเด็กทุกวันไม่ได้ผลหรอกค่ะ อาจต้องใช้สถานการณ์จริงเข้าช่วยให้เข้าใจและซึมซับได้เร็วกว่าเยอะแยะเลยค่ะ


รับมือสถานการณ์แย่งของ
  • กรณีที่แย่งของเล่นควรเก็บของเล่นชิ้นนั้นไว้ก่อนจะเลิกทะเลาะกันค่ะ
  • ถ้าลูกโดนแย่งของเล่น ให้คุณพ่อคุณแม่ค่อยๆ เอาคืนกลับมาด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้มแล้วบอกเด็กคนนั้นว่า “ไม่แย่งของเล่นคนอื่นนะคะ” เมื่อลูกได้ยินก็จะรู้ด้วยว่าไม่ควรแย่งของเล่นคนอื่น และไม่ควรยอมให้ถูกแย่งของด้วยค่ะ
  • มีของเล่นหลายชิ้นให้ได้เลือกเล่น ถ้าอยากเล่นก็ชวนกันแลกของเล่น

ถ้าไม่สอนหนูแบ่งหนูจะ…
  • บ่มเพาะนิสัยความเห็นแก่ตัวให้ลูก แม้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
  • เป็นเด็กไม่มีน้ำใจ ทำให้เข้ากับเพื่อนที่โรงเรียนลำบาก
  • ไม่เคารพสิทธิ์ผู้อื่น คิดว่าของทุกอย่างเป็นของตัวเองทั้งหมด


(update 19 ธันวาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol. 11 No.132 October 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600