เรื่องจู๋เรื่องจิ๋มของเด็กๆ นี่สำคัญมากนะคะ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องกล่องดวงใจของเจ้าลูกชายตัวน้อยประเด็นที่เราจะว่ากันครั้งนี้
มีคุณพ่อคุณแม่สงสัยกันมามากกว่า ควนจะทำการขลิบให้กับลูกชายหรือไม่
การขลิบแต่เดิมเป็นสิ่งที่ทำกันในมุสลิม ตามหลักการของศาสนาอิสลาม แต่เมื่อไม่นานมานี้
ได้เกิดกระแสที่มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนหนึ่งแม้ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็นิยมขลิบให้กับลูกน้อยวัยแรกเกิด
เพราะเชื่อว่า การขลิบจะช่วยให้ลูกมีสุขอนามัยของเจ้าจำปีที่ดี ช่วยให้ทำความสะอาดอวัยวะเพศได้ง่ายขึ้น
ไม่เป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อโรค และลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งได้
ว่ากันด้วยความเชื่อด้วยเรื่องสรรพคุณกันไปแล้ว แต่บางท่านยังอาจแอบคิดในใจ ไม่กล้าเอ่ยออกมาดังๆ ว่า
แล้วการขลิบคืออะไร ได้ยินมานานแล้วล่ะ แต่ไม่เคยรู้ความหมายจริงๆ เสียที
การขลิบ หมายถึงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศของผู้ชายเพื่อให้สามารถรูดหนังหุ้มอวัยวะเพศให้เปิดออกทำความสะอาดส่วนปลายนั้นได้ง่าย
เพราะจากสถิติพบว่าคนที่ไม่สามารถรูดหนังเปิดได้มีอุบัติการณ์เป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศหรือเป็นโรคผิวหนังชนิดต่างๆ สูงกว่าคนทั่วไป
และนี่จึงส่งผลให้ในอเมริกา พ่อแม่ได้ตัดสินใจขลิบให้เด็กแรกเกิดกว่าครึ่ง แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว
เด็กแรกเกิดเกือบ 100% ถูกขลิบ
ฟังดูแล้วการขลิบมีประโยชน์มากมาย แต่จำเป็นต้องขลิบให้กับเด็กผู้ชายทุกคนหรือไม่ เรื่องนี้ พ.ญ.สุดา เย็นบำรุง กุมารแพทย์
กล่าวว่า ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่า ผู้ชายทุกคนต้องขลิบ ดังนั้นไม่จำเป็นที่เด็กทุกคนต้องทำการขลิบ
แต่จะขลิบในกรณีที่เด็กมีปัญหาหนังหุ้มอวัยวะเพศไม่เปิด ไม่สามารถรูดเปิดออกได้จนทำให้ปัสสาวะลำบาก
เพราะหนังไปปิดรูปัสสาวะ หรือทำให้เวลาปัสสาวะแล้วมีคั่งค้าง หมักหมมจนอักเสบติดเชื้อได้ง่าย
เมื่อ 20 ปีที่แล้วนิยมขลิบกันมากในอเมริกา ผู้ชายเกือบทุกคนต้องขลิบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป
ทางการแพทย์เกิดการทบทวนแล้วพบว่าไม่จำเป็น เพราะขลิบถือเป็นการผ่าตัดเล็ก การผ่าตัดทุกชนิดเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
หรือหากขลิบไม่สวยเกิดผลข้างเคียงตามไปอีกตลอดชีวิต เมื่อโตขึ้นถ้าเกิดลูกไม่ชอบอาจเกิดการทวงถามว่า
ทำไมต้องมาทำให้กับเขา เป็นต้น"
คุณหมอสุดาแนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตจู๋ของลูก หากมีปัญหา เช่น ปัสสาวะไม่ออก หูรูดไม่เปิด ควรปรึกษาแพทย์ว่าในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องขลิบหรือไม่ เพราะบางครั้งอาจไม่จำเป็น เมื่อเด็กอายุประมาณ 3 ขวบ หนังหุ้มปลายจะสามารถรูดขึ้นไปได้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้าทีปัญหามากๆ เช่น ปัสสาวะอักเสบบ่อยหรือปัสาสวะไม่ออก คุณหมอก็อาจพิจารณาให้ขลิบ
ถ้าจำเป็นขั้นต่อไปเรามาทำความเข้าใจการขลิบในทารกกันก่อนดีกว่า การขลิบหนังหุ้มปลายองคชาติ หรือ Circumcision คือ
การตัดหนังบริเวณด้านหน้าขององคชาติออก เพื่อให้สามารถรูดออกทำความสะอาดบริเวณด้านในขององคชาติได้
ซึ่งผิวหนังบริเวณนี้จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่าขี้เปียก หรือ Smegma มีลักษณะเป็นขุยขาวๆ คล้ายขี้ไคลขึ้นมา
การที่ไม่สามารถเปิดออกล้างได้จะทำให้สารดังกล่าวคั่งค้าง ก่อให้เกิดกลิ่น เกิดการติดเชื้อเรื้อรัง
รวมทั้งอาจก่อให้เกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งที่องคชาติได้
จากการเก็บข้อมูลพบว่าผู้ป่วยมะเร็งองคชาติเกือบทั้งหมด ไม่สามารถรูดหนังออกเพื่อทำความสะอาดได้ อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวลมาก เพราะผู้ชายที่เป็นมะเร็งที่องคชาติปัจจุบันพบได้ไม่มากนัก ส่วนใหญอายุมากกว่า 60 ปี ดูแลสุขอนามัยตัวเองไม่ค่อยดี และที่สำคัญหนังหุ้มปลายมักจะไม่เปิดด้วยล่ะค่ะ
หลังจากขลิบแล้ว ลูกสามารถกลับมาพักที่บ้านได้เลย ทำความสะอาดแผลอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของคุณหมอ
ประมาณ 7-10 วัน แผลก็จะหายดีและใช้งานได้ตามปกติ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องทำใจนะคะว่าในช่วงที่แผลยังไม่หาย
แน่นอนลูกน้อยย่อมเจ็บแผลร้องไห้งอแง โดยเฉพาะเวลาฉี่หรือเวลาขยับตัวไปโดน
เพื่อประกอบการตัดสินใจ เรามาวิเคราะห์ถึงข้อดี ข้อเสียของการขลิบกันชัดๆ สักหน่อยดีกว่าค่ะ
ข้อดีของการขลิบก็คือ เรื่องสุขอนามัยที่ดีของเจ้าหนูหลังการขลิบอย่างที่กล่าวกันไปแล้ว ทั้งการทำความสะอาดง่าย ไม่มีสิ่งสกปรกหมักหมมจนเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ
ข้อเสียก็คือ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระหว่างผ่าตัดและรักษาแผล เสี่ยงต่อการเกิดการผิดพลาดในการผ่าตัด
แผลไม่สวยงามจนต้องติดตัวไปจนโต
เมื่อทบทวนข้อดี ข้อเสียแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจว่าจะขลิบให้กับลูก คุณหมอแนะนำว่าควรขลิบให้กับลูกตั้งแต่เกิด เพราะลูกยังไม่รู้เรื่องมาก ยังไม่ดิ้นมาก การทำความสะอาดแผลก็จะง่ายกว่าแต่ถ้าผ่านช่วงวัยดังกล่าวมาแล้ว อายุเกินกว่า 5 เดือนแล้วลูกจะไม่อยู่นิ่ง
ถ้าจะทำจริงๆ จึงควรรอให้ลูกอายุเกิน 6-7 ปีขึ้นไปจึงค่อยทำการขลิบ เพราะพอจะพูดกันรู้เรื่องบ้างแล้ว การดูแลแผลก็จะทำได้ดีกว่าช่วงวัยเล็กๆ แต่ในเด็กเล็กโดยเฉพาะช่วง 2-5 ขวบ หนูน้อยรู้เรื่องทุกอย่าง จิตใจอ่อนไหว และกำลังอยู่ในวัยซุกซน ดื้อ รวมถึงเป็นวัยปฏิเสธ ดังนั้นการตัดปลายอวัยวะเพศของเขาแม้เพียงเล็กน้อยแถมยังมีแผลเป็นให้เจ็บกว่าจะหาย มีผลกระทบต่อจิตใจเด็กได้บางคนอาจรู้สึกเหมือนถูกทำร้าย ถูกตัดจำปีออกไปทั้งพวงเลยก็มีการรู้สึกแบบนี้อาจส่งผลทำให้สุขภาพจิตไม่ดีไปถึงตอนโตเป็นผู้ใหญ่ได้
รับทราบข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจไปแล้ว คราวนี้จะขลิบหรือไม่ขลิบ การตัดสินใจก็อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะค่ะ
เมื่อไม่นานมานี้ แพทย์ชาวสเปนได้วิจัยพบว่าผู้ชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ นอกจากจะมีผลดีเรื่องการรักษาความสะอาดแล้ว ยังช่วยการลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกให้กับคู่นอนได้ โดยผลการวิจัยนี้มีการนำไปตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์
คณะแพทย์สเปนกลุ่มนี้บอกว่าสามีจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายดังกล่าวให้กับภรรยาได้ด้วยการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เพราะการขลิบปลายอวัยวะเพศนั้น ทำให้ผู้มีโอกาสติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) น้อยลง ซึ่งเชื้อไวรัสดังกล่าวคือเชื้อไวรัสโรคหงอนไก่ ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูกอย่างชัดเจน โดยเชื่อว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 99% จึงมีการคำนวณกันว่าถ้าหากมีผู้ชายขลิบอวัยวะเพศในโลกประมาณ 25% ก็จะช่วยลดการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ 23-40% ขณะเดียวกันก็จะลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่อวัยวะเพศชายได้ ลดการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี และเชื้อโรคอื่นๆ ลงได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเรื่องความสัมพันธ์กันระหว่างการขลิบและการเกิดโรคผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
ผู้ทำวิจัยศึกษาผู้ป่วยจำนวน 364 รายที่มาด้วยโรคผิวหนังบริเวณอวัยวะสืบพันธ์ชาย
และหาความสัมพันธ์ระหว่างโรคผิวหนังกับการมีหรือการไม่มีหนังหุ้มปลาย
สรุปว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการอักเสบที่บริเวณจำปี จะพบในผู้ที่ไม่รับการขลิบ
ซึ่งอาจเกิดจากการสัมผัสเสียดสีระหว่างหนังหุ้มปลายกับปลายอวัยวะเพศ
หรือเป็นผลสืบเนื่องมาจากการติดเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งยังระบุไม่ได้ชัดเจน
แม้ไม่ได้ขลิบแต่ก็สามารถทำความสะอาดอวัยวะเพศของหนูน้อยอย่างถูกต้องได้ตามปกติแล้ว
หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศสามารถเปิดเองได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่อาจต้องมีการรูดหน่อย
คุณพ่อคุณแม่ควรรูดเปิดและทำความสะอาดให้ลูกทุกครั้งตอนอาบน้ำ
- คุณพ่อคุณแม่ช่วยขยับส่วนของผิวหนังที่คลุมปลายจำปี ลองจับดูเบาๆ คุณจะเห็นว่าเคลื่อนขึ้นลงได้ค่อยๆ ขยับขึ้นลง ให้หนังส่วนนี้หลวมตัว
- ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด ไม้ต้องใช้สบู่ แต่การรูดอย่าลืมว่าต้องทำอย่างเบามือที่สุดนะคะเพราะถ้ารุนแรงอาจทำให้จำปีลูกอักเสบได้
- ซับให้แห้ง แต่ไม่ต้องโรยแป้งบริเวณนี้
การรูดบ่อยๆ จะช่วยให้หนังหุ้มปลายส่วนนี้ไม่ยืดตึงและรูดง่ายในตอนโต แต่ถ้าใครไม่เคยรูดเลย
หนังส่วนปลายจะไม่เคยขยาย บางครั้งส่วนนี้อาจตีบไปเลยจนรูดไม่ได้
หรือบางรายรูดได้แต่รูดเข้ามาแล้วมารัดส่วนหัวจำปี ก็อาจจำเป็นต้องขลิบในตอนโตเหมือนกัน
พอโตขึ้นคุณพ่อคุณแม่ก็ควรสอนให้ลูกรูดเองตอนอาบน้ำเพื่อล้างทำความสะอาด ดังนั้นผู้ชายทุกคนสามารถดูแลสุขอนามัยตัวเองอย่างถูกต้องได้ง่ายๆ แค่ตอนอาบน้ำรูดหนังออก ล้างสารที่สะสมออก ซับให้แห้งก่อนรูดหนังกลับไปตามเดิมและไม่ควรใช้แป้งหรือสารใดๆ ทาอวัยวะเพศส่วนปลายที่อยู่ข้างในหนังหุ้มนะคะ เพราะอาจเกิดการหมักหมมจนติดเชื้อได้
(update 6 เมษายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ vol.11 No.125 March 2006]
|