เมื่อเราพูดถึงความทุกข์ใจในเด็กโต วัยรุ่น หรือในผู้ใหญ่ ทุกคนย่อมเข้าใจและรับรู้ได้ว่าเป็นอย่างไร ทุกข์อย่างไร เจ็บปวดและกระวนกระวายใจแค่ไหน แต่ในเด็กเล็กๆ ที่ยังไม่มีกิจกรรมอะไรมากมาย ในชีวิตประจำวันก็มีแต่เรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องการขับถ่าย และเรื่องการเล่นเด็กเล็กๆ จะไปมีทุกข์อะไร ชีวิตของเขาน่าจะสบายๆ น่าจะไร้ทุกข์ และมีแต่ความร่าเริงแจ่มใส ยังไม่ต้องคิดอะไร จึงควรมีแต่ความสุขเท่านั้น
จริงๆ ก็ไม่ผิดนะครับที่ว่าเด็กเล็กๆ เป็นวัยที่มีความสุข สุขในอ้อมกอดและการเอาใจใส่ดูแลจากพ่อแม่ ตรงนี้น่าจะเป็นความจริง จริงอย่างมากๆ ในสังคมชนบทสังคมในอดีต และในครอบครัวที่เข้าใจจิตวิทยาของความรักและการเลี้ยงดูลูกที่ถูกต้องและเหมาะสม
แต่ความจริงนี้ดูจะไม่สมจริงนัก สำหรับสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะสังคมในเมืองหลวงหรทอเมืองใหญ่ๆ
ที่พ่อแม่ต้องทำงานตั้งแต่เช้ากว่าจะกลับก็ค่ำมืดแล้ว เวลาและอารมณ์ที่จะให้กับเด็กมีน้อย ความรักและความเอาใจใส่ก็มีน้อยเช่นกัน
เมื่อพ่อแม่เหนื่อยเมื่อยล้าและเครียดกับชีวิตประจำวันมาเต็มที่แล้ว จึงอยากจะพัก อยากจะทอดกายเอนลง
แม้จะรู้ว่าลูกต้องการความเอาใจใส่ดูแล ต้องการเล่น ต้องการความรักและความอบอุ่น แต่ก็ไม่สมารุอดทนให้ได้อย่างคงเส้นคงว่า มิหนำซ้ำยังเกิดความหงุดหงิดกับความเป็นเด็กและความงอแงของลูกได้ง่าย
ผลก็คือทำให้มีการทอดธุระ ปล่อยละเลยให้เด็กต้องหงอยเหงา หรือไม่ก็ดูแลเลี้ยงดูเด็กๆ ด้วยความหงุดหงิด โกรธง่าย
จนเด็กต้องอยู่ในบรรยากาศที่หวาดหวั่น หวาดกลัว
ความทุกข์ใจจึงเกิดขึ้นได้ง่ายกับเด็กเล็กๆ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กเล็กๆ มีความทุกข์ใจเกิดขึ้นแล้ว
ในเด็กโตหรือวัยรุ่นถ้ามีความทุกข์ใจมักจะแสดงพฤติกรรมที่หงุดหงิด กระสับกระส่ายทำอะไรไม่ค่อยได้ ระเบิดอารมณ์ได้ง่าย สมาธิและความตั้งใจสั้น ไม่ตั้งใจเรียน วิตกกังวล และถ้าทุกข์ใจจนกระทั่งมีอารมณ์เศร้าใจ หรือซึมเศร้า เด็กและวัยรุ่นจะแสดงให้เราเห็นได้ว่าเขามีความเศร้าหมอง ร้องไห้ง่าย บ่นว่าตนเองไม่ดี บางรายก็บ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่
สำหรับในเด็กเล็กๆ เมื่อมีความทุกข์ทางใจเกิดขึ้นจะแสดงพฤติกรรมและอารมณ์แตกต่างไปจากเด็กโตและวัยรุ่น
คือเด็กเล็กจะแสดงอาการงอแง หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่าย โกรธง่าย เกาะติดพ่อแม่ ไม่ค่อยยอมให้แยกจาก ไม่ค่อยเล่น
และที่สำคัญคือมักแสดงออกมาในปัญหาของการกิน การนอน และการขับถ่ายได้ เช่น ไม่ค่อยยอมกิน จู้จี้ เลือกอาหาร กินได้น้อยลง
โยเยไม่ค่อยยอมนอน หลับไม่สนิท อาจจะตื่นขึ้นมาร้องกลางดึก ในเรื่องของการขับถ่ายเด็กบางรายเคยควบคุมปัสสาวะ อุจจาระได้แล้วก็อาจจะควบคุมไม่ได้อีก
ในรายที่ไม่ค่อยมีคนดูแลปล่อยให้อยู่ตามลำพังไม่ค่อยมีคนเล่นด้วยเป็นเวลานานเด็กจะมีลักษณะหงอยเหงา ไม่ค่อยเล่น กินอาหารน้อย เป็นหวัดติดเชื้อโรคได้ง่ายลักษณะอย่างนี้เป็นลักษณะของเด็กขาดรัก
ความสำคัญของปัญหาทุกข์ใจในเด็กนี้ก็คือ นอกจากจะทำให้ไม่มีความสุข ณ เวลานั้นแล้ว ยังจะเป็นปัจจัยที่ทำให้มีผลกระทบต่อพัฒนาการโดยรวมของเด็ก และเป็นต้นเหตุของปัญหาบุคลิกภาพและโรคทางจิตเวชได้อีกหลายประการ
ผลกระทบในด้านพัฒนาการ เด็กที่มีความทุกข์ใจจะไม่อยากเล่น กินยาก นอนยาก เพียงแค่ 3 ประเด็นนี้ก็มีผลต่อพัฒนาการด้านความเจริญเติบโตการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะระบบกล้ามเนื้อและความแข็งแรงทางร่างกาย เมื่อเด็กไม่เล่นพัฒนาการด้านสังคมสัมพันธ์ย่อมมีปัญหา เด็กที่มีความทุกข์ใจจะไม่อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบกาย นั่นหมายความว่าพัฒนาการด้านสติปัญญาและพัฒนาการด้านภาษาจะมีปัญหาตามมาด้วย
มีรายงาน และวิจัยสรุปว่าเด็กที่มีความทุกข์ใจอย่างยาวนานในเด็ก เมื่อโตขึ้นจะมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย
และเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจ
เด็กที่ถูกทอดทิ้งและทุกข์ใจเป็นเวลานานจะทำให้มีแนวโน้มพัฒนาไปเป็นบุคคลที่มีบุคลิกภาพต่อต้านสังคมและเป็นปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ รวมทั้งยังเป็นคนที่รักคนอื่นได้ยาก
จะเห็นว่าความทุกข์ใจในเด็กถ้าเป็นมากและเป็นระยะเวลายาวนาน ย่อมมีผลกระทบทางด้านจิตวิทยามากมายและยังมีผลกระทบต่อเนื่องอยู่ในเนื้อของบุคลิกภาพไปตลอดชีวิตของเด็กที่มีความทุกข์ทางใจเหล่านั้น
ดังนั้นผู้ปกครองและพ่อแม่ควรตระหนักและระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหานี้
แต่อย่างไรก็ตามบทความนี้ไม่มีจุดมุ่งหมายให้วิตกกังวลจนกระทั่งพ่อแม่เปลี่ยนการเลี้ยงดูลูกไปเป็นแบบตามใจลูกจนเกินไป เพราะการตามใจลูกมากจนเกินไปก็มีผลกระทบต่อปัญหาด้านบุคลิกภาพเช่นกัน
ผมจึงอยากให้เลี้ยงดู อบรม ให้ความเอาใจใส่ด้วยความรักและความอบอุ่นแบบเดินสายกลาง คือดูแลเขาอย่างดี ใกล้ชิด แต่ต้องแฝงไปด้วยการมีระเบียบวินัย ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเด็กให้มีสุขภาพจิตดีมีความน่ารักและมีวุฒิภาวะ
ตอนท้ายของบทความนี้ ผมอยากจะเน้นว่าพ่อแม่และผู้ใหญ่อย่ามองแต่เรื่องงานและเงินเป็นประเด็นสำคัญของชีวิตแต่ต้องมองแบบองค์รวม
คือให้ทำไปด้วยกับทั้งงาน และมุ่งเสริมจิตใจ อารมณ์ พัฒนาสติปัญญาและสังคมให้กับลูกอย่างต่อเนื่องแล้วคุณจะได้ไม่ต้องพบกับคำว่าเสียใจ.
(update 8 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.152 March 2006 ]
|