ปัญหาเรื่องลูกๆ นี้ เป็นปัญหาหนักอกของพ่อแม่ ที่นำมาปรึกษาผมที่คลินิกนั้นนับว่า
เป็นพ่อแม่ที่ยังคงมีความรักต่อลูกได้ยาวนานจนถึงวัยรุ่น มีพ่อแม่อีกเป็นจำนวนมากที่เลิกรักลูกไปเลย
หลังจากลูกเลิกพ้นวัยเด็กและวัยน่ารักแล้ว แถมตั้งตนเป็นศัตรูกับลูกก็มีอีกมาก
ความไม่เข้าใจระหว่างพ่อแม่ลูกนั้นมีได้มากและบ่อย พ่อแม่มักคิดว่าลูกน่าจะคิดอย่างพ่อแม่
ลูกก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมพ่อแม่ไม่รู้ใจและไม่เข้าใจเขาบ้าง
ปัญหาส่วนใหญ่ของลูกที่พ่อแม่กลุ้มใจและนำมาปรึกษานั้น ส่วนใหญ่เกิดจาก
- พ่อแม่ไม่รู้ว่าอะไรคือความ ปกติ ของลูกตามวัย
จึงไม่อนุญาตหรือไม่ส่งเสริมให้เด็กได้ทำสิ่งนั้น เช่น
วัยเด็ก ต้องการเล่น พ่อแม่ให้เด็กเล่น แทนที่จะจับเด็กเรียนมากๆ จนเครียด
วัยรุ่น เขาต้องการแสดงออก พอเขาแสดงออกพ่อแม่ก็หาว่าเขาเถียง หรืออยากซ่า
จึงมักจะตัดบทหรือข่มขู่ลูกไปเลย ลูกเลยต้อง กด และ เก็บ สิ่งที่เป็นความปกติของตนเองไว้
กลายเป็นแรงผลักดันให้ทำสิ่งต่างๆ ต่อต้านกติกา หรือต่อต้านพ่อแม่ได้ง่าย
ถ้าพ่อแม่รู้ว่าวัยเด็กเขาชอบเล่น ก็ให้เขาเล่นมากหน่อยพร้อมกับเรียนไปด้วย ปัญหาก็น้อยลง
หรือวัยรุ่นเขาอยากแสดงออก เขามีพลัง ก็รับฟังเขาพูด แล้วคอยหาวิธีชักนำให้เขาคล้อยตามในสิ่งเหมาะสมบางอย่าง
ด้วยการสร้างมิตรและให้ความรักอย่างเหมาะสมเสียก่อน แล้วจึงแนะนำ
ปัญหาก็น้อยลง แทนที่จะตวาดหรือจับผิดกล่าวโทษ
- พ่อแม่ขาดการ ปลูก ความรักในจิตใจของเด็ก
พ่อแม่ รู้สึก รักลูก แต่ การแสดงความรักอย่างเหมาะสมนั้นไม่ค่อยทำ หรือทำไม่เป็น
จึงแสดงออกชนิดที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป เช่น อาจตามใจมาก โอ๋มาก สนใจมาก เด็กก็อึดอัด
หรือพ่อแม่รักมากจึงจับผิดมาก สอนมากไป ตำหนิมากไป เด็กก็ไม่ชอบ
เด็กเองก็จะขาดความรักพื้นฐาน (Basic Love) และขาดความเชื่อพื้นฐาน (Basic Trust) ต่อไปก็รักใครๆ
ได้ยากและเชื่อใครๆ ได้ยาก กลายเป็นคนมีบุคลิก หิวความรัก และกลายเป็นคนมีบุคลิก ระแวง ได้ง่าย
- ขาดการสร้างวินัยในตนเอง (Self Discipline) ในเด็ก
เด็กจึงเอาแต่ได้ เอาแต่ใจตัว
- ขาดการปลูกฝังจิตใจที่ดีงามให้กับเด็ก ทำให้ขาดคุณธรรม
จิตใจที่ดีนั้นจะต้องมองไกลและใฝ่ดี ไม่ใช่มองใกล้และใฝ่ต่ำ พ่อแม่เป็นแบบอย่างได้
และมีการสร้างเสริมทัศนคติที่ดีเหล่านั้นบ่อยๆ เด็กจึงจะเกิดความเชื่อมั่นและคล้อยตาม
พร้อมจะปฏิบัติตามในสิ่งที่ดีๆ เหล่านั้น
- พ่อแม่มีความคาดหวังสูงในตัวลูก
ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด เป็นภาระ และทำไม่ได้
อาจมาจากปมด้อยของพ่อแม่เองหรือมาจากความขาดโอกาสในวัยเด็กของพ่อแม่
หรือมาจากความรู้สึกผิด (Guity) ของพ่อแม่เอง จึงอยากจะให้ลูกได้ดีชนิดมากเกินไป
การที่พ่อแม่มาหาจิตแพทย์นั้น ทำให้พ่อแม่ได้รับรู้ลักษณะของตนเอง ทั้งในแง่สร้างสรรค์และไม่สร้างสรรค์
โดยการวิเคราะห์จากจิตแพทย์
ได้รู้ถึงปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งในระดับจิตสำนึกของพ่อแม่และลูก
ได้รู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาหรือขัดแย้งเหล่านั้น และได้รู้วิธีการพัฒนาลูกและตัวของพ่อแม่เอง
ทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขมากขึ้น ทั้งพ่อแม่ลูกเสริมสร้างการพัฒนาซึ่งกันและกัน
มีแนวคิดที่สร้างสรรค์ของพ่อแม่ ลูกมากขึ้น ส่วนผลที่ได้นั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ที่ความร่วมมือ
ความเข้าใจ และความพร้อมของพ่อแม่ลูกในแต่ละครอบครัว บางรายก็ได้ผลดีและเร็วมาก บางรายก็ช้า
คงจะต้องขึ้นอยู่กับวิบากกรรมด้วยกระมัง
แต่ชีวิตทุกชีวิตและปัญหาทุกปัญหา ย่อมมีโอกาส มีความหวังและมีทางรอดที่ดีขึ้นทั้งนั้น
ขอให้มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ก่อนเถิด
(update 3 มีนาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ เมษายน 2548]
|