ชวนลูกอินเทรนด์กับ Playgroup


เดี๋ยวนี้เห็นพ่อแม่สนใจพาลูกไปศูนยืฝึกพัฒนาการหรือที่เรียกกันติดปากว่า playgroup กันแล้วตกลงว่า playgroup เป็นแค่เทรนด์ หรือจำเป็นกับเด็กเล็กจริงๆ กันแน่เนี่ย…

หากจะแปลคำว่า playgroup ง่ายๆ ก็คงจะแปลได้ว่าการเล่นกันเป็นกลุ่ม โดย playgroup มีต้นกำเนิดมาจาก Sunday School ที่พ่อแม่ (ฝรั่ง) จะมารวมตัวกันในวันอาทิตย์และให้ลูกทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ ปั้นแป้ง ตัดกระดาษเล่นกลางแจ้งหรือเล่านิทาน ฯลฯ โดยมีผู้ดูแลเด็กๆ ให้ส่วนพ่อแม่ก็ทำพิธีทางศาสนากันไป

แล้วในเมืองไทย…คุณคิดว่าเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าคะ ?

เท่าที่รวบรวมข้อมูลได้เหตุผลที่พ่อแม่ในเมืองไทยสนใจเรื่อง Playgroup นี้มี 3 สาเหตุด้วยกันค่ะ
1. เชื่อว่า Playgroup สามารถพัฒนาศักยภาพของลูกได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้ามเนื้อมัดใหญ่-มัดเล็ก สายตา การทรงตัว รวมไปถึงสมองด้วย

2. การที่ลูกได้ร้องเพลงภาษาอังกฤษ หรือเรียกชื่อสิ่งของต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษได้ ฟังแล้วดูน่ารักดี และคิดว่าเป็นพื้นฐานช่วยเรื่องภาษาในอนาคตได้

3. ต้องการให้ลูกมีสังคมตั้งแต่วัยเริ่มต้น กลัวลูก (ที่มักจะเป็นลูกคนเดียว) เข้าสังคมไม่เป็น หรือกลัวเป็นปัญหาในตอนเข้าชั้นอนุบาล

Truth about Playgroup

ทีนี้ลองมาดูกันดีกว่าว่า playgroup ช่วยเสริมพัฒนาการทั้ง 3 ด้านแบบไหน อย่างไร?

Deverlopment
กิจกรรม Playgroup มักจะเน้นการเล่นและการใช้สื่อเสียงเพลงเป็นสำคัญค่ะ บางทีก็ใช้คำว่า Play & Music เพราะเด็กๆ ในวัยนี้ชอบเล่นของเล่นที่เป็นปลายเปิด เล่นได้อิสระหรือทำกิจกรรมที่ดูเป็นรูปธรรมไม่ซับซ้อนสักครู่หนึ่ง เช่น เป่าฟองสบู่ ปีนภูเขา ฯลฯ เสร็จแล้วปล่อยให้เด็กๆ เล่นกันตามสบาย เขาก็จะไม้เบื่อ ดูสนุกสนาน ทำให้พัฒนาการของเขาดีตามไปด้วย

แฟรนไชส์ของฝรั่งจะคิดรูปแบบออกมาว่าทำอย่างไรให้เด็กเล่นแล้วสนุก และเข้ากับพัฒนาการได้ด้วยจึงเป็นที่นิยมมากค่ะ

Language
ภาษาอังกฤษที่ลูกได้เรียนรู้จากบทเพลงที่ Playgroup แล้วนำมาร้องเล่นที่บ้าน ดูแล้วก็น่ารักน่าเอ็นดูดี แต่นั่นไม่ใช่พื้นฐานของภาษาอังกฤษที่แท้จริงนะคะ ถ้าคุณหวังว่ามา Playgroup แล้วลูกจะได้เรื่องภาษาล่ะก็ คุณคงจะผิดหวังแน่นอนค่ะ

การที่ลูกร้องเพลงภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ได้หมายความว่าลูกจะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ลูกท่องจำท่วงทำนองที่สนุกสนานได้ (เหมือนนกแก้วนกขุนทองน่ะสิ) ซึ่งถ้าลูกไม่ได้เรียนเพิ่มเติมหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่พูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา การเรียนภาษาก็จะไม่ต่อเนื่องดังนั้นเด็กๆ ที่มา playgroup ก็จะได้ความสนุกสนานมากกว่าจะเน้นภาษาค่ะ

Social
พัฒนาการของเด็กอายุ 1-3 ปี จะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางค่ะดังนั้นการเข้า Playgroup จะยังไม่สามารถแบ่งปันหรือเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งนี้จุดมุ่งหมายของ Playgroup ในมุมมองของพ่อแม่ฝรั่งจะเห็นว่า เป็นการเตรียมตัวลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลมากกว่ามักจะใช้เวลาแค่อาทิตย์ละหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ลูกปรับตัวได้ค่ะ

พูดง่ายๆ ก็คือ Playgroup จะเน้นให้เด็กมีโอกาสเผชิญกับสิ่งแวดล้อมนอกบ้าน แม้การแบ่งปันในวัยนี้จะเป็นไปได้ยาก แต่ต้องมีกติกา เช่น เพื่อนมีของเล่นอยู่ และฉันก็มีของเล่นอยู่ตรงหน้าจะต้องไม่แย่งกันนะ ให้ต่างคนต่างเล่นแบบคู่ขนาน แต่อาจจะเล่นของเล่นที่เหมือนกันก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ของเล่นชิ้นเดียวกัน เรียกว่าให้ลูกซึมซับสังคมของเด็กคนอื่นๆ รู้ว่าคนอื่นเขาทำอะไรบ้างเท่านั้นเองค่ะ

ไม่ว่าจะเป็น Playgroup แบบจัดเองหรือไปตามสถาบันที่จัดบริการไว้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจเลือกและจัดสรรค์ให้ลูกอย่างถูกต้องแล้ว การได้ไปรวมกลุ่มทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ วัยใกล้กันแบบนี้ก็ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีให้ลูกค่ะ


Parents Concern

playgroup@home
บทบาทของพ่อแม่ในเมืองไทยกับพ่อแม่เมืองนอกต่างกันค่ะ อย่างเช่น Playgroup ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ระบุไว้ว่าคนที่นั่งข้างหลังลูกจะต้องเป็นพ่อหรือแม่เท่านั้น แต่สำหรับในเมืองไทย พ่อแม่มักจะอยู่ด้านนอกและให้พี่เลี้ยงเป็นคนนั่งข้างหลังลูกแทน หรือไม่ก็ปล่อยให้ลูกอยู่ Playgroup กับพี่เลี้ยงเพียงลำพัง

ความจริงก็คือ Playgroup ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการพัฒนาลูก อยากให้พ่อแม่คนไทยเข้าใจว่าตนเองก็มีศักยภาพและพัมนาลูกได้เช่นเดียวกัน ถ้าสะดวกและเข้าใจหลักการที่ถูกต้องก็สามารถทำเองได้ไม่แพ้ Playgroup แฟรนไชส์จากเมืองนอกเลย เพียงแต่ปฏิบัติดังนี้ค่ะ…!!
1. หาข้อมูลเรื่องเล่นสนุกๆ นำกิจกรรมตามพัฒนาการของลูก โดยในวัย 1-3 ปีนี้จะชอบปั้นแป้ง ละเลงสี เต้นตามเสียงเพลง เล่นของจริง (เลียนแบบ) ฯลฯ และโดยเฉพาะการได้เล่นกับพ่อและแม่เป็นเรื่องที่สนุกที่สุดของเด็กวัยนี้เลย

2. นัดเพื่อนๆ ที่มีลูกๆ วัยเดียวกันหรือคละวัยก็ได้ มารรวมตัวไปเที่ยวทะเลกัน หรือไปเยี่ยมบ้านคนใดคนหนึ่ง ถือเป็นการฝึกเข้าสงคมได้อย่างดีทีเดียว

3. ตอนเย็นเดินเล่นที่สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น หรือซอยในบ้านก็ได้นะคะ ให้ลูกรู้และเข้าใจว่าสังคมนอกบ้านนั้นเป็นอย่างไร

4. คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีวิธีควบคุมสถานะการณ์ได้ อย่างเช่น เด็กในวัย 1-3 ปี จะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง จึงมักเกิดเหตุพิพาทแย่งของเล่นกันอยู่เสมอ ถ้าจะทำบ้านให้เป็น Playgroup ควรมีของเล่นหลายๆ ชิ้นต่างคนต่างเล่นกันได้ และถ้าเด็กๆ เริ่มมีทีท่าว่าแย่งของกัน ให้จับแยกทันที คนนู้นไปทางคนนี้ไปทางจะลดการทะเลาะกันได้ค่ะ แล้วก็บอกเขาว่ามีของเล่นคนละชิ้นแล้ว ให้เล่นของตัวเอง อย่าไปดึงของเพื่อนมานะเด็กๆ ก็จะเข้าใจกติกาค่ะ

ถ้าปฏิบัติได้ดังนี้แล้ว ลูกจะมีพัฒนาการดี เข้าสังคมเป็น แถมพูดเก่งขึ้นอีกเยอะเลย

เมื่อจะพาลูกไป…Playgroup

  • สังเกต Playgroup ที่พาลูกไปใช้บริการว่ามีวิธีเล่นกับเด็ก การร้องเพลง รวมถึงจำนวนของเล่นว่าต้องมีมากพอสมควร เพื่อไม่ให้เด็กแย่งกัน

  • ดูเรื่องความสะอาด ความปลอดภัยอย่างเช่นคนนำกิจกรรมมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเด็กหรือไม่ ลองถามดูก็ได้ว่าถ้าเด็กสำลักจะทำอย่างไร

  • สถานที่ต้องมีทางเข้าออกสะดวก ไม่ว่าจะเป็นทางหนีไฟหรือประตูระหว่างห้อง เพราะเด็กช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

  • ต้องมีการให้ความรู้พ่อแม่ในเรื่องการทำกิจกรรมกับเด็กหรือเรื่องพัฒนาการเด็กด้วย

  • ราคาต้องเหมาะสม ดูจากจำนวนครั้ง วิธีที่คนนำกิจกรรมเล่นกับลูกว่ามีความสนุกแค่ไหน อุปกรณ์มีพอประมาณ ให้สมน้ำสมเนื้อกันนะคะ

(update 5 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ vol.11 No.124 February 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600