แม่มืออาชีพ VS มิจฉาชีพ


แม้ว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญจากพายุสึนามิที่ทำเอาคนไทยรวมถึงคนเอเชีย ต้องพบกับความสูญเสียอย่างมากมายจะผ่านมากว่า 3 เดือนแล้ว แต่หลายคนคงไม่ลืมเหตุการณ์เหล่านั้น เด็กหลายคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ความกลัวและความเจ็บปวดยังไม่หายดี เด็กบางคนกลับถูกกลุ่มมิจฉาชีพในคราบนักบุญอ้างตัวเป็นพ่อแม่หรือญาติ จะนำไปเลี้ยงดู แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อองค์กรยูนิเซฟ ออกมเปิดเผยข้อมูลว่าเด็กกำพร้าจำนวนหนึ่ง ในประเทศอินโดนีเซียและเพื่อนบ้านของไทยถูกนำไปขาย เชื่อว่าหลายท่านคงสลดใจกับข่าวนี้ และคงไม่อยากให้ลูกหลานเราตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหมือนเด็กกำพร้าเหล่านั้น

กลุ่มมิจฉาชีพที่จ้องจะหากินกับเด็กมีมากขึ้นทุกวันและมีหลายรูปแบบ บ้างต้องการตัวเด็ก บ้างต้องการทรัพย์สินหรือของมีค่าที่พ่อแม่บรรจงประดับประดาให้ลูกด้วยความรัก เช่น สร้อยข้อมือทองคำ สร้อยคอทองคำ ซึ่งล้วนแต่ล่อตาล่อใจกลุ่มมิจฉาชีพทั้งนั้น ประกอบกับสังคมในปัจจุบันมีครอบครัวขนาดเล็กมากขึ้น เวลาคุณพ่อคุณแม่ออกไปนอกบ้านจึงมักต้องพาลูกไปด้วย เช่น ไปซื้อของ ไปงานเลี้ยง เพราะไม่มีใครอยู่ดูแลลูกที่บ้าน เด็กเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพได้ง่าย เพราะรู้ไม่เท่าทันผู้ใหญ่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจของลูก คุณพ่อคุณแม่ควรหาวิธีป้องกันลูกน้อยจากมิจฉาชีพกลุ่มนี้กันนะคะ


อย่าให้ลูกเป็นตู้ทองเคลื่อนที่
พ่อแม่ที่รักลูก อยากให้ลูกดูดี หรือดูภูมิฐาน ควรเปลี่ยนความคิดใหม่เลิกใส่เครื่องประดับราคาแพงให้ลูก เพราะของเหล่านั้นเป็นจุดดึงดูดใจมิจฉาชีพอย่างมาก หากคุณต้องการใส่เครื่องประดับให้ลูกควรเลือกเป็นของน่ารักๆ ที่ดูเหมาะสมกับวัยของลูกมากกว่านะคะ


เลือกผู้ช่วยดูแลลูก
ลูกน้อยวัยเตาะแตะมีความเสี่ยงต่อการสูญหาย หลงทางหรือพลัดหลงจากพ่อแม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่เริ่มเดินได้คล่องหรือวิ่งได้ ซึ่งจะไม่ยอมอยู่นิ่ง ไม่ยอมให้อุ้มหรือจูงมือ พ่อแม่ควรหาอุปกรณ์ช่วย เช่น รถเข็น หรือเชือกเข็มขัดยาวๆ ผูกเอวลูกไว้ไม่ให้ลูกออกนอกสายตา หากมีความจำเป็นต้องเลือกของหรือติดต่อธุระเป็นเวลานานในสถานที่บางแห่งเช่น ธนาคาร โรงพยาบาล ควรหาผู้ช่วยคอยดูลูกไว้ อาจเป็นพ่อแม่สลับกันหรือนำญาติไปด้วยก็ดีค่ะ


สร้างผู้พิทักษ์ใช่ยักษ์ในใจลูก
หากลูกสามารถพูดคุยได้บ้างแล้ว พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองเมื่อเกิดพลัดหลงโดยบอกลูกว่า ใครบ้างที่ลูกสามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือ เช่น ตำรวจ หมอ พยาบาล ร.ป.ภ. ไม่ควรสร้างภาพที่เลวร้ายในความทรงจำลูก เช่น บอกลูกว่าตำรวจจะจับ หมอจะฉีดยา พยาบาลใจดี หากลูกทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะลูกจะไม่กล้าเข้าไปขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดพลัดหลง และที่สำคัญควรจดชื่อลูก ชื่อพ่อแม่ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้จะดีกว่าให้เบอร์บ้านไว้นะคะ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมา ทุกคนอยู่นอกบ้านกันหมดจะทำให้การติดต่อลำบากและล่าช้ามากขึ้น

เด็กสมัยนี้เรียนรู้เร็วกว่าที่เราคิด พ่อแม่มืออาชีพยุคใหม่อย่างเราๆ ควรวางแผนการเลี้ยงดูให้เหมาะสมกับสภาพสังคม ให้ลูกเรียนรู้การอยู่รอดในสังคม พร้อมปกป้องลูกจากภัยสังคมในลักษณะต่างๆ ด้วยการแนะนำลูกในเรื่องที่ถูกต้อง ให้ลูกมีโอกาสสัมผัสสภาพแวดล้อมที่แตกต่างนอกบ้าน เพราะการที่ลูกได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากประสบการณ์จริงจะเป็นภูมิคุ้มกันภัยที่ดีค่ะ


(update 10 มีนาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ มีนาคม 2005 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600