เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2549 ผมดูรายการ ชิงช้าสวรรค์ เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายการนี้ก็เลยต้องเขียนบทควงามชิ้นนี้โดยทันที จริงๆ ตั้งใจจะเขียนถึงรายการนี้มานานแล้ว แต่ก็มีประเด็นอื่นแทรก เลยเลื่อนมาเรื่อยๆ แต่คราวนี้ไม่เขียนไม่ได้แล้วครับ เพราะมีเหตุการณ์ที่ผมประทับใจและให้แง่คิดกับเราที่พ่อแม่เป็นครูหลายอย่างทีเดียว
จะว่าไปรายการนี้เป็นหนึ่งในรายการที่ผมดู นอกเหนือจากข่าวและสารคดี ผมชอบที่เขาส่งเสริมให้เด็กสัมผัสกับดนตรีแบบที่เป็นดนตรีจริงๆ ไม่ใช่แบบการค้า หรือการขายตัวตนของเด็กซึ่งไม่เกี่ยวกับดนตรีเลย และครูเพลงครูดนตรีที่เป็นกรรมการตัดสินก็มีวิธีการที่ทำให้เด็กเกิดกำลังใจที่จะพัฒนาตนเองต่อไป
จะเห็นว่าบางโรงเรียนแม้จะตกรอบหรือพูดง่ายๆ ว่าแพ้แต่ก็ไม่ละความพยายาม กลับมาสู้ใหม่ แม้โดยส่วนตัวของผมจะไม่ชอบวิธีการแข่งขัน แต่สำหรับรายการนี้บอกตรงๆ ว่ารับได้ แต่ที่เกิดความกังวลลึกๆ ขึ้นมาโดยตลอดจนกระทั่งเหตุการณ์วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2549 ก็คือแต่ละวง แต่ละโรงเรียนทุ่มเทงบประมาณมากเหลือเกินในการทำวง บางวงดูแล้วค่าใช้จ่ายไม่ใช่หลักล้าน แต่เป็นหลายๆ ล้านบาท ซึ่งก็ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วเด็กคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เด็กสร้างของครูจะได้มีโอกาสสัมผัสกับวิชาดนตรีบ้างหรือไม่
ถ้าเด็กทุกคนได้สัมผัสกับดนตรี และโรงเรียนก็ยังพอมีงบประมาณเหลือที่จะมาสร้างวงเหมือนกับที่มาโชว์แสดงให้เราดูกันอย่างไรในชิงช้าสวรรค์ ผมก็หมดห่วง แต่ถ้าโรงเรียนทุ่มงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดเฉพาะการสร้างวงที่จะมาประกวดประชันกัน ก็น่าเสียดายอย่างยิ่ง
ที่ต้องหยิบเรื่องนี้มาเขียนก็เพราะผมประทับใจในกลุ่มเด็กที่มาจาก โรงเรียนร่มเกล้า จังหวัดสระแก้ว เขาอยากเล่นดนตรีอยากทำวงดนตรีจึงรวมกลุ่มกันแล้วไปคุยกับครู ครูก็ใจดีพาไปค้นกรุสมบัติของโรงเรียน ได้เครื่องดนตรีมาบางส่วนก็เอามาฝึกฝนกันจนกลายเป็นวงดนตรี จากนั้นจงหาว่าผู้ใหญ่ใจดีมาช่วยบริจาคสนับสนุนเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ
แต่ที่ผมประทับใจสุดๆ ก็คือ ชุดของหางเครื่องหรือนักเต้นรีวิวประกอบ เขาใช้ผ้าที่ทอขึ้นในท้องถิ่นมาตัดเย็บ ซึ่งถ้าจะให้ชุดกระโปรงบานเป็นส่วยๆ ก็ต้องใช้ผ้าจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น เด็กๆ เขาก็เลยใช้ถุงพลาสติกมาเสริมข้างในเพื่อให้กระโปรงมันบานออก ซึ่งภาพที่ออกมาก็ดูสวยไม่ต่างจากชุดหางเครื่องของวงโรงเรียนอื่นๆ ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากๆ
ผมชื่นชมวิธีคิดของเด็กๆ และครูของโรงเรียนนี้ครับดนตรีก็คือดนตรี คุณค่ามันอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว ความเลิศหรูอลังการไม่ใช่สิ่งสำคัญ และยิ่งถ้ามีความเลิศหรูแต่คุณภาพของดนตรีที่เกิดขึ้นมันไม่มีเอาซะเลย ความเลิศหรูก็ไม่ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ ผมอยากให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับดนตรีที่เป็นดนตรีจริงๆ ครับ ไม่ใช่การแต้มแต่งด้วยการแต่งกายที่เกินความพอดี
ทุกวันนี้วงการดนตรีบ้านเราไม่ได้มองไปที่คุณภาพของดนตรีเลย แต่มองไปที่ความดัง ความอลังการที่เสริมแต่งกันขึ้นมา บางคนก็ร้องเพลงเสียงเพี้ยน คร่อมจังหวะ ออกอักขระไม่ชัดเจน หรือแม้แต่สร้างความผิดเพี้ยนให้ภาษาไทยของเราจนกลายเป็นเรื่องปกติไป พอโรงเรียนนี้มาแสดงให้ดู ผมรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่อยากเห็น เด็กอยากเล่นดนตรี ครูพร้อมจะให้โอกาส และผู้ใหญ่ก็พร้อมที่จะสนับสนุนตามกำลังเท่าที่มี โดยไม่ได้เน้นไปที่ความหรูหราฟุ่มเฟือย
ผมขอยกโรงเรียนแห่งนี้มาเป็นกรณีศึกษาครับ วงดนตรีนั้นให้อะไรกับเด็กได้บ้าง ซึ่งบางทีพ่อแม่ที่เป็นแฟนของ รักลูก อาจจะถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกตัวเล็กๆ ของเรา เพราะแฟนๆ ของ รักลูก จะเป็นกลุ่มที่มีลูกอายุไม่เกินอนุบาลเป็นส่วนใหญ่ แต่ใครจะไปรู้ครับว่าพ่อเจ้าตัวเล็กโตขึ้นเขาอาจจะอยากเป็นสมาชิกวงดนตรีของโรงเรียนก็ได้ ถึงเวลานั้นคุณพ่อคุณแม่จะได้รู้ว่าจริงๆ แล้ว การได้เป็นสมาชิกวงดนตรีสักวงมันช่วยอะไรลูกของเราได้บ้าง
วงดนตรีช่วยให้เด็กอยากเล่นดนตรี เกิดทักษะทางดนตรีและส่งผลต่อความฉลาดของเด็ก
พอเห็นเพื่อนเล่นเป็นกลุ่ม เด็กบางคนก็อยากจะเล่นบ้างแน่นอนว่าการจะเข้าวงได้จะต้องมีการฝึกฝนก่อน การเรียนการฝึกฝนดนตรีของเด็กเริ่มมีเป้าหมายขึ้นมา เด็กจะมีความมุ่งมั่นและหมั่นฝึกฝน ซึ่งผลของมันก็คือทักษะทางดนตรี ไม่ว่าทักษะในการเล่น การอ่านโน้ต การฝึกฝนด้านจังหวะ หรือในคนที่ต้องการเป็นนักร้องก็ต้องฝึกฝนด้านการออกเสียง ฝึกการฟังเสียงอ่านโน้ต จังหวะ รวมทั้งการฝึกลมหายใจ ฝึกที่จะตีความอารมณ์ของเพลงและถ่ายทอดออกมาตามอารมณ์ของเพลง
สำหรับคนที่คิดจะเป็นนักเต้นประกอบ หรือเราเรียกว่า หางเครื่อง ก็ต้องฝึกจังหวะ ฝึกการเต้นหรือการควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายให้สอดคล้องกับจังหวะ พร้อมทั้งการตีความหมายของเพลงออกมา เพื่อสามารถแสดงท่าทางและอารมณ์ให้สอดคล้องกับความหมายของเพลง
ดังนั้น การเล่นดนตรี การร้องเพลง การเต้นประกอบเพลงจึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้สมองของเด็กได้ฝึกฝนเกือบทุกๆ ด้านและหากเรานำความรู้ที่เกิดจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ เข้าไปอธิบาย เช่น งานวิจัยของ ดร. ฟรานซิส เราส์เซอร์ ผู้ที่ทำให้คำว่า Mozart Effect โด่งดังไปทั่วโลกมาอธิบาย ก็ยิ่งจะทำให้เห็นว่ากิจกรรมดนตรีส่งผลต่อพัฒนาการด้านความฉลาดของเด็กได้มากเพียงใด
เพราะเขาพบว่าการเล่นดนตรี การร้องเพลงและการฝึกกิจกรรมประกอบจังหวะช่วยทำให้ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์และความเข้าใจในมิติของเวลา เศษส่วนและสัดส่วนของคนดีขึ้นโดยเฉพาะในเด็กๆ ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ความเข้าใจในมิติเวลา เศษส่วนและสัดส่วนที่ว่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาอีกหลายวิชา ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ศิลปะ สถาปัตยกรรมและภูมิศาสตร์
วงดนตรีช่วยให้เด็กได้ฝึกความรับผิดชอบ
วงดนตรีจะมีผลงานดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของสมาชิกแต่ละคน ที่จะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีและสอดประสานกับคนอื่นอย่างกลมกลืน นักดนตรี นักร้อง นักเต้นหรือหางเครื่องต่างมีหน้าที่ของตนเอง ต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ภายใต้ข้อกำหนดของบทเพลง ไม่ใช่เก่งคนเดียว แต่ต้องเอาความเก่งของแต่ละคนมารวมกันภายใต้บทเพลงเดียวกัน นี่คือแบบฝึกหัดที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็ก (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) ถ้าต่างคนต่างเก่งไม่สอดประสานกันอย่างกลมกลืน ผลงานที่ออกมาก็ย่อมจะไม่ดี
กิจกรรมของวงดนตรี ทำให้สมาชิกของคนทุกคนต้องฝึกฝนตามหน้าที่ของตนเอง และฝึกฝนรวมกันทั้งวงเพื่อให้เกิดผลงานที่ดีทุกคนต้องรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและส่วนรวม วงดนตรีจึงเป็นเหมือนสังคมย่อยๆ ที่สมาชิกต่างก็มีความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวม
วงดนตรีคือแหล่งฝึกฝนทักษะและการทำงานเป็นทีม
ในการทำงานร่วมกันย่อมจะต้องมีปัญหาเกิดขึ้น การที่เด็กๆ รวมกลุ่มกัน ทำหน้าที่แตกต่างกัน ภายใต้เป้าหมายเดียวกันนั่นคือการให้วงประสบความสำเร็จ เป็นแบบฝึกหัดในชีวิตจริงที่เด็ก (รวมทั้งครูด้วย) จะได้ฝึกฝนในอนาคตเมื่อพวกเขาโตขึ้นพวกเขาก็จะไปเจอกับสภาพแบบนี้แหละครับ ทำหน้าที่แตกต่างจากคนอื่นภายในองค์กรแต่ก็ภายใต้จุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายอันเดียวกันครับ
ประสบการณ์การทำงานร่วมกัน วิธีแก้ปัญหา การเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้นกับวง ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่พวกเขาสามารถจะนำไปประยุกต์กับการทำงานในชีวิตเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นได้ทั้งสิ้น
วงดนตรีคือทางออกที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน
สิ่งแวดล้อมในสังคมปัจจุบันจำนวนไม่น้อยที่เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชนของเรา ทางออกคงไม่ใช่การต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายเหล่านี้ เพราะมันไม่มีวันที่จะจบสิ้น และไม่มีวันที่จะทำได้ทั้งหมด
แต่หากเราสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับเด็กและเยาวชนของเราให้เด็กทุกคนหันเข้าหาแต่สิ่งดีๆ นั่นก็แปลว่าเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสู้รบปรบมือกับสิ่งเลวร้ายเหล่านี้เลย
ดนตรี คือสิ่งแวดล้อมที่สร้างสรรค์ ที่เราสามารถสร้างขึ้นได้เพื่อปกป้องลูกหลานของเราจากความเลวร้ายทั้งหลาย
นี่เป็นเพียงบางส่วนของคุณูปการของวงดนตรีที่มีต่อเด็กๆ ของเรา ผมจึงอยากเห็นเด็กๆ ทุกคนได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ อาจจะไม่ถึงกับได้เล่นได้แสดงตามงานใหญ่ๆ แต่อย่างน้อยให้เขาได้สัมผัสกับบรรยากาศของการเล่นดนตรีเป็นวงบ้างก็ยังดี เพราะนั่นคือประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า ที่ให้บทเรียนหลายๆ อย่างกับเด็กได้ดีทีเดียว.
(update 15 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 284 กันยายน 2549 ]
|