แม้จะไม่มีมรดกเป็นสมบัติหลายสิบหลายล้านแต่คุณๆ ก็สอนให้ลูกรวยเพราะปลูกฝังให้ลูกรู้จักเก็บรู้จักใช้เงินอย่างฉลาดตั้งแต่เล็กนี่แหละค่ะ
การรู้จักใช้รู้จักออมเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องค่อยๆ บ่มเพาะให้เกิดขึ้นในตัวลูกน้อยค่ะ ประเภทที่ไม่เคยปูพื้นให้เห็นคุณค่าของเงินมาก่อน แล้วค่อยมาสอนกันตอนโตเห็นทีจะเหนื่อยเอาการเชียวค่ะ
เรื่องสำคัญๆ ที่คุณพ่อคุณแม่น่าจะปลูกฝังสอนลูกเพื่อให้อนาคตร่ำรวยได้แก่
เป็นตัวอย่างที่ดี
อย่าลืมนะคะว่าลูกจะเฝ้ามองและสังเกตสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำอยู่ตลอด เรื่อง เงิน ก็ไม่มียกเว้น หากคุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูกรักเห็นแต่มุมของการจับจ่ายที่แสนสนุกเพลิดเพลิน ชินกับภาพที่คุณแม่ยื่นบัตรเครดิตซื้อของ แต่ไม่เคยมีบรรยากาศชวนกันเก็บออมเงินให้เจ้าตัวเล็กเห็น อย่างนี้ความคิดเกี่ยวกับเงินในใจหนูๆ คงไม่พ้น มีไว้จ่ายมากกว่าเก็บออมแน่นอน เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างให้ลูกได้เห็นภาพการวางแผนการใช้เงินที่ดี เช่น การทำบัญชีรายรับรายจ่ายในบ้าน การวางแผนซื้อของตาม List ที่จำเป็นเท่านั้น การซื้อของเท่าที่จำเป็นไม่ให้มาเหลือทิ้ง หรือแม้แต่การซ่อมแซมแทนที่จะทิ้งแล้วซื้อใหม่ทุกครั้ง ฯลฯ ล้วนเป็นการสอนลูกเรื่องเงินที่ง่ายๆ แต่ชัดเจนและได้ผลดีค่ะ
สอนลูกรู้จัก "เงิน"
1-3 ปี อย่างนี้เป็นวัยที่เริ่มทำความรู้จักกับเงินแล้วค่ะ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้เด็กได้สัมผัสจับต้องและลองใช้จ่ายเงินด้วยตัวเองเพื่อให้ลูกเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดเจนมากขึ้น
3-4 ปี เหมาะที่จะสอนให้ลูกทำความรู้จักกับเหรียญและธนบัตรในมูลค่าต่างๆ โดยที่คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมย้ำความหมายของเงินกับลูกให้ชัดเจนว่า เมื่อเราทำงานแล้วก็จะได้เงินมาจากนั้นจึงนำเงินไปแลกเปลี่ยนสิ่งของตามที่ต้องการได้
5-6 ปี เป็นช่วงที่เริมไปโรงเรียนและเริ่มนับเลขเป็นบ้างแล้วจึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะฝึกให้ลูกดูแลและหัดวางแผนจัดการกับเงินด้วยตนเอง เป็นต้นว่า มอบหมายให้ลูกไปซื้อของ จ่ายเงินและรับเงินทอนเอง หรือเมื่อลูกได้รับค่าขนมได้รับเงินจากผู้ใหญ่มาก็ให้ลูกลองคิดว่าจะจัดการกับเงินที่ได้มานี้อย่างไร จะเก็บใส่กระปุกเท่าไร ไปซื้ออะไรบ้าง โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะช่วยชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียและข้อแนะนำกับลูกในการตัดสินใจ
ใช้เมื่อจำเป็น รู้จักปฏิเสธ
เป็นธรรมดาที่ลูกวัยนี้จะรบเร้าให้ซื้อของตามที่ต้องการให้ เรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่คงเตรียมรับมือให้ดีด้วย ทำความตกลงกันตั้งแต่ก่อนไปให้ดีก่อน เช่น ไปห้างวันนี้ลูกจะซื้อของได้ 1 ชิ้นเท่านั้น หรือใช้วิธีบอกงบประมาณว่าพ่อกับแม่มีงบให้หนูซื้อของเล่นหรือขนม 20 บาทเท่านั้นค่ะ เพราะต้องเอาเงินไปใช้ซื้ออาหารและของใช้อื่นๆ ด้วยถ้ามากกว่านั้นหนูต้องเก็บเงินเพื่อซื้อเองทีหลัง ฯลฯ ซึ่งเมื่อตกลงกันแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใจแข็ง ยืนยันและปฏิเสธเมื่อลูกร้องอยากได้ของนอกเหนือจากที่คุยกันไว้
การตั้งคำถามถึงความจำเป็น ไม่ตามใจไปทุกอย่าง ทำให้ลูกเรียนรู้ว่าควรจะซื้อเมื่อจำเป็นหรือเหมาะสมที่จะซื้อเท่านั้น ไม่ใช่ว่าซื้อทุกครั้งที่อยากได้ ถือเป็นการเรียนรู้ที่จะมีสติในการใช้จ่ายและเห็นคุณค่าของสิ่งของที่ได้มาให้กับเด็กๆ เขาค่ะ
ส่งเสริมการออม
เชื่อกันว่าเด็กรู้จักการออมเร็วเท่าไร โตขึ้นเขาก็จะบริหารเงินในกระเป๋าตัวเองได้ดีในอนาคต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรส่งเสริมให้ลูกมีทัศนคติที่ดีกับการออม โดยอาจจะสอนให้ลูกแบ่งเงินส่วนหนึ่งที่ได้รับไว้สำหรับหยอดกระปุกหรือเอาไปฝากธนาคารอย่างสม่ำเสมอและชมเชยเป็นกำลังใจเมื่อลูกออมเงินได้ตามความตั้งใจ
นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกเห็นข้อดีของการลงมือทำแทนการใช้เงินซื้อ เพราะวิธีนี้นอกจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าซึ่งถือเป็นการออมทางหนึ่งได้แล้ว ของที่ทำเองยังมีคุณค่าในความรู้สึกมากกว่าอีกด้วย
ทำงานพิเศษเพิ่มรายได้
คุณพ่อคุณแม่อาจจะมอบหมายให้ลูกทำงานพิเศษเพิ่มขึ้น จากหน้าที่ได้รับมอบหมายเป็นประจำ (ย้ำว่าต้องไม่ใช่งานในบ้านที่ควรจะช่วยกันทำนะคะ) เช่น มอบหมายให้เก็บของไม่ใช้ใส่ถุง เก็บขวดพลาสติก จัดกองกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อเตรียมมาชั่งขาย ฯลฯ เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยจึงให้เงินเป็นค่าแรง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่าต้องทำงานถึงจะได้เงินมาและเห็นค่าของเงินที่ได้รับมามากขึ้นค่ะ
ถ้าได้ปูพื้นฐานใส่ความคิดเรื่องการใช้เงินอย่างถูกต้องเหมาะสวมให้ตั้งแต่ต้นแล้ว เมื่อโตขึ้นลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่จะไม่มีวัน จน เพราะขาดเงินแน่นอนค่ะ
ทริกเก็บเงินสนุก
กระปุกใสแจ๋ว : แทนที่จะหาซื้อกระปุกทึบๆ มองไม่เห็นเงินข้างในว่ามีมากน้อยแค่ไหน ลองหากระปุกใสที่เห็นชัดว่าเงินข้างในมีสูงเพิ่มขึ้นเพียงใดแล้ว ลูกของคุณพ่อคุณแม่จะได้มีกำลังใจที่จะเก็บเงินให้เต็มเร็วๆ นั่นเอง
ชวนกันหยอด : นอกกระปุกออมสินของลูกแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรจะมีกระปุกของพ่อแม่อีก 1 กระปุก ตั้งไว้ใกล้ๆ กันเพื่อจะได้มาชวนกันหยอดเติมพลังให้เจ้าหมูอ้วนตัวกลมพร้อมกันหลังกลับบ้านทุกเย็น ถือเป็นการสร้างบรรยากาศการออมให้เกิดขึ้นในบ้านค่ะ
พาไปเปิดบัญชีธนาคารค่ะ : หลังจากลูกเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งแล้วให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร วิธีนี้นอกจากจะทำให้เด็กๆ ตื่นเต้นกับการมีบัญชีของตัวเอง ได้ไปเห็นการเก็บเงินที่ธนาคารแล้ว ยังทำให้เด็กๆ มีเป้าหมายในการเก็บเงินชัดเจนขึ้นอีกด้วย
เพิ่มแรงเสริม : อีกวิธีหนึ่งที่น่าจะได้ผลดีก็คือการที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยสมทบเพิ่มเงินออมให้กับลูก เพื่อเป็นกำลังใจให้ในการเก็บเงิน เช่น บอกกับลูกว่าเมื่อลูกเก็บเงินได้ครบ 500 บาท พ่อกับแม่จะเพิ่มให้อีก 500 บาท เวลาไปฝากธนาคาร หรือถ้าลูกเก็บเงินได้ 300 กว่าบาทก็เพิ่มให้เป็น 500 บาท เพื่อให้ไปฝากเงินในบัญชี เป็นต้น
Website เรื่องธนาคารสำหรับเด็ก
www.bankokbang.com มี section ที่ Bualuang Kids เด็กยุคใหม่วัยอยากรู้ ซึ่งจะให้ความรู้เกี่ยวกับการเงินต่างๆ สำหรับเด็กที่อ่านเข้าใจง่ายคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจอาจเข้าไปศึกษาข้อมูลเพื่ออธิบายเรื่องการเงินให้ลูกฟัง หรือจะให้ลูกที่อ่านหนังสือคล่องแล้วเข้าไปศึกษาเรื่องการเงินด้วยตัวเองดูก็ได้.
(update 19 กรกฎาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No.126 April 2006]
|