นม.. จำเป็นแค่ไหน สำหรับหนู (วัยอย่านม)


“นม” เป็นอาหารที่เด็กและผู้ใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีประโยชน์ สมัยหนึ่งคนไทยดื่มนม เพียงแค่ในวัยเด็กเท่านั้น เมื่อหย่านมแม่แล้วก็จะเลิกดื่มนมไปเลย แต่สมัยนี้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดื่มนมมากขึ้น เด็กยุคใหม่จึงได้รับนมเป็นอาหารเสริมหลังจากที่หย่านมแล้ว


นม…สำหรับหนู (วัยหย่านม)

กล่าวกันว่า คนเราทั้งเด็กและผู้ใหญ่ควรดื่มนมเป็นประจำโดยเฉพาะเด็กยุคใหม่ ควรดื่มนมติดต่อกันไปจนโต ในวัยเด็กควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว เพื่อช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ พยาบาลผดุงครรภ์ และนักโภชนาการบำบัด ก็ยังแนะนำว่าควรให้ดื่มอย่างน้อยวันละ 3 แก้ว สำหรับเด็กอ้วนก็ยังควรดื่มนมอยู่เพราะเด็กยังต้องเติบโตต่อไป แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเน้นการออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ควบคุมสัดส่วนอาหารอื่นๆ ให้สมดุล หลีกเลี่ยงอาหารที่หวานๆ มันๆ นมที่เลือกให้ลูกอาจเป็นนมถั่วเหลืองหรือนมวัวก็ได้ตามความเห็นชอบของคุณพ่อคุณแม่

พญ.นิพรรพร วรมงคล หัวหน้ากลุ่มอนามัยแม่และเด็กกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการให้เด็กว่า
“ในการให้อาหารเด็ก ถ้าเด็กไมมีเงื่อนไขทางการแพทย์แล้ว แนะนำให้กินนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนเป็นอย่างน้อย หลังจากนั้นให้กินนมแม่ร่วมกับอาหารเสริมต่อจนถึงอายุสองปีหรือมากกว่านั้นอย่างอื่น เช่น ข้าวบด ไข่แดง ตับบด เนื้อปลาบด กล้วยบด ผักและผลไม่บด เมื่ออายุ 2 ขวบหรือมากกว่านั้นที่มีพลังงานและแร่ธาตุจำนวนมาก เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเด็ก”


ดื่มนม…ดีอย่างไร

เราทราบกันดีว่า นมเป็นอาหารที่มีประโยชน์อุดมไปด้วยโภชนาการ เพราะนมมีสารอาหารต่างๆ เหล่านี้ค่ะ
  • โปรตีน ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

  • คาร์โบรไฮเดรต ที่อยู่ในรูปแลกโตส (น้ำตาลนม) ช่วยให้พลังงานและช่วยให้ดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น ซึ่งแร่ธาตุทั้งสองนี้ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง

  • ไขมัน ให้พลังงานในการขับเคลื่อน เป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันที่เป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาสมอง

  • วิตามินดี แมกนีเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยรักษาและส่งเสริมกระดูกและฟันให้แข็งแรง

  • สังกะสี ช่วยสร้างเสริมปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี เพิ่มระบบอนุมูลอิสระในร่างกาย

  • วิตามินเอ ช่วยให้ผิวหนังและตามีสุขภาพดี

  • ธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างเสริมเม็ดเลือดแดง ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา

เลือกนมให้ลูกน้อย วัยหย่านม

นมที่มีวางขายอยู่ตามท้องตลาดในขณะนี้มีให้เลือกมากมายจนแทบเลือกไม่ถูก บางยี่ห้อมีการเติมสารอาหารพิเศษที่พบในนมแม่ลงไปด้วยคุณพ่อคุณแม่คงสงสัยว่า เอ…จะเลือกอย่างไรดีนมที่มีวางขายอยู่มากมายนั้น อาจบอกได้ว่าแทบทุกยี่ห้อมีมาตราฐานดีมาก และทุกยี่ห้อที่วางขายได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย เช่น องค์การอาหารและยา (FDA) ของแต่ละประเทศ นอกจากนี้องค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้วางกฏเกณฑ์ไว้อย่างเข้มงวดและสอดคล้องกับข้อมูลทางโภชนาการของแต่ละวัย ในเบื้องต้นคุณพ่อคุณแม่จึงสบายใจได้ว่า นมทุกยี่ห้อที่วางขายนั้นมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน และนับว่าเป็นอาหารที่ปลอดภัย แต่ก็ควรอ่านฉลากด้านข้างบรรจุภัณฑ์เสียก่อนว่าแต่ละยี่ห้อนั้นมีสัดส่วนผสม นม น้ำตาล หรือผลไม้เป็นจำนวนเท่าไร ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ


นมที่มีสารอาหารพิเศษดีไหม

นมบางยี่ห้อมีการเพิ่มสารอาหารพิเศษลงในนมด้วย การเพิ่มสารอาหารพิเศษนี้เป็นความพยายามในการผลิตนมผสมใหมีคุณสมบัติใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด ซึ่งเป็นการศึกษาส่วนประกอบของสารอาหารที่มีอยู่ในนมแม่จากการวิจัยพบว่า ในนมแม่มีสารอาหารที่จำเป็นมากกว่า 200 ชนิด ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการวิจัยว่า สารอาหารแต่ละชนิดมีบทบาทอย่างไรต่อพัฒนาการแต่ละด้านของเด็ก หรือว่าเป็นเพียงแค่สารที่อยู่ในนมแม่

จากขั้นตอนการสังเคราะห์น้ำนมในเต้านม โดยไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรเลยทั้งนี้จากการศึกษาผลการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กพบว่าการทดลองเพิ่มสาร DHA (Docosahexaenoic Acid) และ ARA (Arachidonic Acid) ลงในนมเพื่อใช้เลี้ยงดูเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ปรากฏว่าเด็กสามารถใช้กำลังกล้ามเนื้อ ใช้สายตาแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้ดี และมีความสามารถในการใช้ความคิดดีกว่าเด็กคนอื่นๆ ที่ดื่มนมธรรมดาที่ไม่มีสารทั้ง 2 ชนิด ซึ่ง DHA และ ARA นี้เป็นสารที่เชื้อกันว่ามีส่วนเสริมในด้านสายตา การมองเห็น (Visual Acuity) และการเจริญเติบโตของสมอง (Brain Development) และสารทั้งสองชนิดนี้เป็นสิ่งที่เด็กไม่สามารถขึ้นได้เอง จำเป็นต้องอาศัยรกเป็นตัวนำมาให้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในทำนองเดียวกันนี้อีกหลายชิ้นกลับพบว่า การเติมสารอาหารพิเศษลงไปในนมนั้นไม่ได้มีผลแต่อย่างไร แต่นักวิชาการบางส่วนก็ยังเชื่อว่าการผลิตนมสูตรพิเศษโดยเติมสารอาหารพิเศษลงไปนั้น น่าจะให้ผลดีมากกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคุณพ่อคุณแม่แต่ละท่านค่ะ

นอกจากนี้ นมบางยี่ห้อยังระบุว่ามีแคลเซียมสูง ในความเป็นจริงแล้วถ้าเด็กรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และหลากหลายก็จะได้รับแคลเซียมเพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องดื่มนมแคลเซียมสูง นมสดธรรมดาก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอยู่แล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับนมชนิดอื่น

พญ.นิพรรณพร วรมงคล มีทัศนะว่า “เด็กที่มีอายุ 1 ปี ขึ้นไป ดื่มนมได้ทั้งนมกล่องและนมพาสเจอร์ไรด์ (pasteurized) ชนิดที่มีปริมาณโปรตีนครบถ้วน ในปัจจุบันนี้มีนมหลายยี่ห้อให้เลือก บางยี่ห้อก็มีการเพิ่มสารอาหารบางชนิดลงไปในนม ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นนักสำหรับเด็ก เพราะจริงๆ แล้ว ถ้าได้กินอาหารตามปกติ 3 มื้อ โดยผู้ปกครองจัดเมนูอาหารให้มีคุณค่าอาหารครบ 5 หมู่ เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ ไขมัน ผักและผลไม้ เด็กก็จะได้สารอาหารครบถ้วน นมที่เด็กดื่มจะช่วยเสริมในเรื่องพลังงานและธาตุเหล็กเพิ่มมากขึ้นดังนั้นสารอาหารที่เพิ่มเติมลงในนมจึงไม่ค่อยจำเป้นเท่าไรค่ะ


หนูดื่มนมเปรี้ยวได้ไหม

นมเปรี้ยว เป็นสิ่งที่เด็กๆ หลายคนโปรดปรานเหลือเกิน บางคนให้ดื่มได้ดื่มดีกว่านมปกติเสียอีก คุณแม่หลายคนคงนึกเป็นห่วง เพราะในนมเปรี้ยวนั้นมีเนื้อนมน้อยกว่าน้อยกว่านมสด ในนมสดจะมีนม100% ในขณะที่นมเปรี้ยวมีเนื้อนมเพียงร้อยละ 70-85 เท่านั้น ดังนั้นถ้าพูดถึงสารอาหารแล้ว โยเกิร์ตและนมเปรี้ยวจะมีสารอาหารน้อยกว่า แต่ก็มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่สามารถดื่มนมธรรมชาติได้เพราะโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวจะช่วยสลายน้ำตาลแลคโตสเป็นผลดีต่อการย่อยอาหาร

พญ.นิพรรณพร วรมงคล กล่าวว่า
“เด็กวัย 3 ขวบขึ้นไปหลายคนชอบนมเปรี้ยว ซึ่งนมเปรี้ยว (Fermentedmilk) คือผลิตภัณฑ์นมที่ได้จากน้ำนม จากสัตว์ที่นำมาบริโภคได้ หรือส่วนประกอบของน้ำนมที่ผ่านการทำลายจุลินทรีย์ที่ไม่ทำให้เกิดโรคหรืออันตราย ทำให้ค่าความเป็นกรดเพิ่มขึ้น จุลินทรีย์ที่ใช้หมักเหล่านี้มีประโยชน์ในการช่วยย่อยสารอาหาร นมเปรี้ยวอาจปรุงแต่ง กลิ่น รส สี หรือเติมวัตถุเจือปนอาหาร สารอาหาร หรือส่วนประกอบอื่นที่มิใช่นมด้วยก็ได้ ทำให้ราคาสูงกว่านมธรรมดา สำหรับเด็กสามขวบขึ้นไปกินนมเปรี้ยวได้ ถ้าเด็กชอบดื่มมากกว่าปกติ ก็สามารถให้ดื่มได้ค่ะ แต่ต้องระวังนมเปรี้ยวส่วนใหญ่ทำจากนมพร่องมันเนย เด็กมีโอกาสขาดพลังงานจากไขมัน และขาดวิตามินที่ละลายในไขมันเนื่องจากความเปรี้ยวของการหมัก ทำให้ผู้ผลิตต้องใส่น้ำตาลมากเพื่อให้เกิดรสหวาน เด็กจะชอบมากกว่าเพราะติดใจในรสหวาน จริงๆ แล้วไม่แนะนำให้เด็กดื่มมากนะคะ ควรแนะนำให้ดื่มนมสดจะดีกว่าค่ะสำหรับนมอีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมสำหรับเด็ก คือ นมถั่วเหลือง เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่มีคุณค่าอาหารสูง ราคาถูก จึงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป สามารถใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กที่มีปัญหาการขาดโปรตีนและพลังงานได้ หรือมีอาการแพ้โปรตีนในนมวัว เพียงแต่ว่านมถั่วเหลืองมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัวค่ะ”


ดื่มนมถั่วเหลือง…แทนนมวัวได้ไหม

ถ้าคุณพ่อคุณแม่จะให้ลูกดื่มนมถั่วเหลืองแทนนมวัวก็สามารถทำได้ ซึ่งนมถั่วเหลืองก็มีโปรตีนใกล้เคียงกับนมวัว ถ้าจะเปรียบเทียบแหล่งโปรตีนแล้ว เพราะนมวัว 1 แก้ว ให้โปรตีน 8.5 กรัม นมถั่วเหลือง 1 แก้ว ให้โปรตีน 7 กรัม น่องไก่ 1 ชิ้น ให้โปรตีน 18.8 กรัม ถ้าจะเพิ่มสารอาหารอย่างอื่นให้ลูก เช่น แคลเซียม ก็ให้รับประทานอาหารที่มีกุ้งแห้ง กุ้งฝอย ปลากรอบ ซึ่งมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่านมวัว 13-23 เท่า สำหรับธาตุเหล็ก ใช้สร้างเม็ดเลือดแดง ก็ให้ลูกรับประทานอาหารจากเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ถั่วงอก ผักบุ้ง ผักใบเขียว เพื่อเพิ่มกรดโฟลิกช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และพัฒนาระบบประสาท โดยให้รับประทานอาหารที่มีผักใบเขียว แคนตาลูป แครอท ตับ ไข่แดง ฟักทอง ถั่วต่างๆ วิตามิน เกลือแร่ และผักที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานก็มีในผักสดผลไม้ต่างๆ ผักพื้นบ้าน เครื่องแกง เครื่องสมุนไพร กรดไขมันจำเป็นที่ช่วยเสริมระบบฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ให้ทำงานดี ทำให้ผิวพรรณผ่องใส มีอยู่ในน้ำนมปลา น้ำมันดอกพริมโรส น้ำมันเมล็ดฝ้าย ดังนั้นถ้าลูกชอบดี่มนมถั่วเหลืองก็สามารถให้ดื่มได้โดยให้รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และอาจเสริมสารอาหารอื่นๆ ให้กับลูกค่ะ

อย่างไรก็ตามในการเลือกนมให้ลูกก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ เพราะการคิดว่า “ของแพงคือของดี” อาจไม่ถูกต้องเสมอไป นมแต่ละยี่ห้อมีราคาแตกต่างกัน แต่อาจมีปริมาณเท่ากันและมีพลังงาน สารอาหารที่ไม่แตกต่างกันนัก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาจากส่วนผสมของนมแต่ละยี่ห้อไปพร้อมๆ กับการคำนวณถึงเศรษฐกิจของครอบครัวก่อนเลือกซื้อนมให้ลูกค่ะ


(update 21 เมษายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.150 January 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600