ปัจจุบันนมแพะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภคทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ
แต่อีกกระแสหนึ่งที่พ่อแม่ถามกันเข้ามาก็คือ การนำนมแพะมาใช้ทดแทนเด็กที่แพ้นมวัว
ว่าทดแทนกันได้จริงหรือไม่ หรือถ้าจะใช้ต้องทำอย่างไร... พญ.สิรินันท์ บุญยะลีพรรณ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ให้ข้อมูลว่า
"ตอบเรื่องภูมิแพ้ การที่จะใช้นมแพะมาทดแทนเด็กที่แพ้นมวัวนั้น ตอบได้ว่ามันไม่จริงทั้งหมดอย่างที่พูด
หรือโฆษณาหรอกนะ หมอเป็นหมอภูมิแพ้จะมุ่งประเด็นไปที่โรคภูมิแพ้
กรณีที่มีการโฆษณาว่าเอามาใช้ได้ในเด็กที่แพ้นมวัว ตอบได้เลยว่าไม่จริงทุกราย
คือนมแพะมีหลายแง่มุม เช่น เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีปัญหาท้องผูก
เพราะมีลักษณะของไขมันที่ย่อยง่าย ฉะนั้นการนำนมแพะใช้กับเด็กบางคน
หรือผู้ใหญ่ที่มีปัญหาการย่อยไขมันอาจจะเหมาะสม
ข้อมูลจากต่างประเทศ
- ข้อมูลจากห้องสมุดใหญ่ทางการแพทย์ ฐานข้อมูลอยู่ที่อเมริกาบอกว่า เนื่องจากปัจจุบัน
มีการผลิตนมผงดัดแปลงสำหรับทารกที่ทำมาจากนมแพะ ว่ามีการทดลองนำไปใช้ในเด็กที่แพ้นมวัว
แต่ก็ปรากฏว่ายังมีเด็กบางรายไม่สามารถทานนมแพะดังกล่าวได้ เนื่องจากนมแพะ
และนมวัวมีสารก่อภูมิแพ้บางส่วนที่คล้ายกัน
- อีกข้อมูลหนึ่งจากนิวยอร์คบอกว่ามีเด็กอายุ 4 เดือน ซึ่งมีประวัติแพ้นมวัวชัดเจนจากการทดสอบ
แต่ไม่เคยกินนมแพะมาก่อนเลย คือเคยกินนมวัวมาแล้วแพ้ เมื่อมากินนมแพะ
พบว่าเด็กเกิดอาการช็อคหลังจากกินนมแพะที่มีขายตามท้องตลาด
- ข้อมูลจาก The Food Allergy & Anaphylaxic Network ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ระดับโลก
เกี่ยวกับการแพ้อาหารจากอเมริกาให้ข้อมูลว่า มีคำถามเกี่ยวกับเด็กที่แพ้นมวัวเยอะมากว่า
นมแพะจะเป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยหรือไม่ คำตอบก็คือ นมแพะมีโปรตีนที่คล้ายนมวัว
เพราะฉะนั้นจึงสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ได้เหมือนกัน จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย
50-75% ที่นมแพะ
"ในด้านของประโยชน์และคุณค่าของสารอาหารที่มีนั้น ประโยชน์จะมากน้อยแตกต่างกันไป
ตามลักษณะเฉพาะของนมแต่ละประเภท นมแพะจึงเป็นอีกความหวังหนึ่งของพ่อแม่ที่มีลูกแพ้นมวัว
แต่ก็ไม่ใช่ 100% ที่ทดแทนกันได้
"เด็กที่มีการแพ้นมวัวเขามีทางเลือกคือ การเปลี่ยนไปเป็นนมถั่วเหลือง
เพราะโปรตีนในนมวัวกับนมถั่วเหลืองไม่เหมือนกันทั้งหมด
แต่การเปลี่ยนไปเป็นนมถั่วเหลืองก็ไม่ได้การันตีว่าเด็กจะไม่แพ้
เพราะในเด็กที่แพ้นมวัวไปแล้วโอกาสที่จะแพ้นมถั่วเหลืองมีประมาณ 1 ใน 3 ของเด็กกลุ่มนี้
กรณีของการแพ้นมแพะ ในสถิติการแพทย์ คนที่แพ้นมวัวแล้วแพ้นมแพะคือ 50-75% ซึ่งมากกว่านมถั่วเหลือง
ไม่ได้บอกว่าเด็กทุกคนที่แพ้นมวัวต้องแพ้นมแพะทุกคน แต่โอกาสที่จะแพ้นั้นมีสูง
ก็ต้องบอกว่านมแพะก็แพ้ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยมีประวัติแพ้นมวัวชัดเจนแล้ว
โอกาสที่จะแพ้นมแพะก็จะค่อนข้างสูง อาจสูงกว่าหรือใกล้เคียงกับนมถั่วเหลือง ถ้าต้องการเปลี่ยนมาเป็นนมแพะ
ต้องเปลี่ยนด้วยความระมัดระวัง จะต้องมีการทดสอบจากแพทย์เพื่อยืนยันความปลอดภัยให้แน่นอนเสียก่อนที่จะลองทาน
สารอาหารในนมแพะ
- นมแพะมีขนาดโครงสร้างของกรดไขมันที่มีขนาดเล็ก จึงถูกย่อยด้วยน้ำย่อยได้ง่าย
- มีโปรตีน alpha-S1 casein ปริมาณน้อยกว่านมวัว เมื่อทำปฏิกิริยาในกระเพาะอาหารจะเกิดเป็นก้อน
curd ที่นิ่มกว่านมวัว จึงทำให้นมแพะย่อยง่ายและรวดเร็ว
- มีแคลเซียม วิตามินเอ โปตัสเซียม ทองแดง เซเลเนียม มากกว่าในนมวัว
- มีวิตามินบี 12 กรดโฟลิก ปริมาณน้อย ดังนั้นการจะซื้อนมผงดัดแปลงสำหรับทารกที่มาจากนมแพะจึงต้องดูว่า
มีการเติมสารอาหารเหล่านี้ลงไปด้วยหรือไม่ เพราะการขาดสารอาหารที่อาจส่งผลต่อร่างกาย เช่น
กรดโฟลิกจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้
เลือกซื้อนมแพะอย่างปลอดภัย
หากจะเลือกซื้อนมแพะ ควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ มีขบวนการฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน (Pastiurization)
เพราะการดื่มนมดิบหรือนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดโรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis) ได้ค่ะ
โรคบรูเซลโลซิส เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Brucellae ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
หากได้รับเชื้อแล้วจะมีอาการไข้เป็นระยะๆ เป็นเวลานาน เป็นๆ หายๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดข้อ
เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง หรือท้องผูก อาจมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ฝีที่เยื่อหุ้มประสาทไขสันหลัง ลิ้นหัวใจอักเสบ ปวดบวม และอาจเสียชีวิตได้ค่ะหากมีการอักเสบของอวัยวะสำคัญอื่นๆ ตามมา
(update 6 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]
|