ภาพที่ดูน่ารักไร้เดียงสาของหนูน้อยที่กระเตงขวดนมติดตัวไม่ห่างนั้น
อาจกลายเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาสุขภาพให้กับหนูน้อยในวันข้างหน้าได้
ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่มฝึกลูกบอกลานมขวดในวัยที่เหมาะสม
การให้ลูกกินนมขวดไม่ได้เป็นเรื่องผิดอะไร เดี๋ยวนี้ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ทำให้คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่แก่ลูกได้
นมขวดก็เป็นทางเลือกที่คุณแม่จำนวนไม่น้อยเลือกเป็นอาหารสำหรับลูกน้อยวัยขวบแรก
แต่ถ้าเวลาที่เจ้านมขวดอยู่กับลูกเรานานเกินไป เข้าขวบหนึ่งก็แล้ว ขวบครึ่งก็แล้ว 2 ขวบก็แล้ว
...แต่ยังไม่มีทีท่าว่าลูกจะตัดใจจากขวดนมได้ นั่นแหละค่ะปัญหาเกิดขึ้นแล้วล่ะ
ฉะนั้นต้องหาวิธีช่วยลูกบอกลาขวดนมสุดที่รักแล้วล่ะค่ะ
ของแถมจากการติดขวด (นม)
เมื่อแรกเกิด ระบบการกินการย่อยในร่างกายของเด็กยังไม่พร้อม
อาหารชนิดแรกที่เด็กทุกคนรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือ นม ซึ่งเป็นของเหลว
บางคนโชคดีมีนมแม่เป็นอาหารวิเศษหล่อเลี้ยงร่างกายตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยเริ่มหัดกินข้าวหรือนานกว่านั้น
นั่นทำให้เด็กคนนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะได้รับของแถมไม่พึงประสงค์จากการติดขวดนม
ในขณะที่เด็กบางคนกินนมแม่ได้ระยะหนึ่งก็ได้นมขวดมารับช่วงต่อเรื่อยไปจนถึงหัดกินข้าว
หรือบางคนก็ได้ลิ้มรสนมขวดตั้งแต่แรกเกิดเรื่อยไปจนถึงวัยหัดกินข้าว หรือบางคนอาจนานกว่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นเด็กกลุ่มแรกหรือกลุ่มที่สอง ช่วงรอยต่อของการเริ่มหัดกินของเด็กๆ สำคัญมากค่ะ
เพราะถ้าทำได้ถูกต้องก็จะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหาร พลังงานที่เหมาะสมกับวัย
ได้รู้จักกับอาหารใหม่ๆ ที่แปลกและแตกต่างไปจากนม ได้เรียนรู้ฝึกหัดการเคี้ยว การกลืน
ซึ่งถ้าเด็กๆ มีโอกาสได้ฝึกสิ่งเหล่านี้ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้การกินนมด้วยวิธีใหม่ๆ คือใช้ การดื่ม แทน การดูด ด้วย
นั่นเท่ากับเราได้เริ่มต้นนิสัยการกินที่ดีให้กับเด็ก และโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ
ก็จะลดน้อยลงหรือแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ
แต่ในความเป็นจริงมีเด็กจำนวนไม่น้อยค่ะที่แม้จะโตอายุเข้า 2 ขวบ 3 ขวบ 4 ขวบ...ก็แล้ว
แต่ยังติดการกินนมจากขวดอยู่ เพราะเด็กคุ้นเคยกับการกินนม คุ้นเคยกับการดูดที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินมีความสุข
ขณะที่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้ฝึกหรือฝืนเด็ก เพราะเห็นว่าไม่ต้องเสียเวลาคะยั้นคะยอให้กินเหมือนกับการให้กินข้าว
หรือมีความคิดว่าอย่างน้อยการที่ลูกกินนมก็ยังดีกว่าที่ลูกไม่กินอะไรเลย
ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ไม่เป็นผลดีกับสุขภาพของลูกน้อยของคุณเลย เพราะมันจะนำมาซึ่ง...
- ลูกไม่ยอมกินข้าว ถ้าปล่อยให้ลูกติดขวดนมจนเข้าสู่ช่วงดื้อตามวัย ลูกจะยิ่งตามใจตัวเองมากขึ้น
การปรับเปลี่ยนแก้ไขยิ่งทำได้ยากขึ้น ในที่สุดก็ติดการดูดจนเป็นนิสัย บางครั้งแม้ไม่หิวก็ดูด
กลายเป็นกินแต่นมจนอิ่มนม ไม่สามารถกินอาหารอื่นได้ และเมื่อพ้น 1 ขวบไปแล้ว
ร่างกายเด็กจะต้องการสารอาหารและพลังงานมากขึ้น เด็กก็จะดูดนมทั้งวัน และปัสสาวะมากทั้งวันทั้งคืน
เนื่องจากร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ เมื่อพ้นขวบครึ่งแล้วต้องดื่มนมมากถึง 1 ลิตรครึ่ง
ซึ่งเด็กบางคนดื่มได้ขนาดนั้น แต่บางคนไม่สามารถ และในที่สุดก็อาจเกิดการขาดอาหารได้
- เข้าข่ายโรคอ้วน ในทางกลับกันเด็กที่ดูดนมมากๆ และยังกินอาหารอื่นได้ดีอีกด้วย
ก็จะทำให้เกิดภาวะอ้วนได้อีก ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของนานาสารพัดโรคที่เกิดตามมาภายหลังทั้งเบาหวาน
ความดัน ฯลฯ
- ท้องผูก เมื่ออาหารที่ได้ส่วนใหญ่มีแต่นม ร่างกายก็ขาดเส้นใย ขาดกากอาหาร
ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
- กระทบถึงสุขภาพฟัน เมื่อเด็กมีฟันขึ้นแล้วยังคงมีการดูดนมขวดอย่างต่อเนื่อง
ก็มีโอกาสเกิดฟันผุได้ โดยเฉพาะถ้านมเป็นนมชนิดหวาน ปล่อยให้เด็กหลับไปทั้งขวดนม
หรือมีการนำน้ำผลไม้หรือน้ำหวานให้ลูกดูดจากขวด และหากยังปล่อยให้ลูกดูดนมขวดอย่างนี้
ไปจนเลยอายุ 3 ขวบครึ่งก็จะมีผลต่อการเรียงฟันในขากรรไกร ทำให้ฟันยื่น เพดานปากลึก
การสบฟันไม่ปกติได้ค่ะ
- เสียโอกาสในการเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนา ปากและฟัน ในการเคี้ยว กลืนอาหาร
เรียนรู้อาหารที่หลากหลายทั้งรสชาติและลักษณะอาหาร อีกทั้งโอกาสในการฝึกฝนการพูด
และการใช้มือทำกิจกรรมอื่นๆ
อย่ายอมให้ลูกมีเกลอเป็นขวดนม
เพื่อไม่ให้ผลเสียต่างๆ ที่กล่าวมาเกิดขึ้นกับลูก ทางที่ดีที่สุดคือไม่ปล่อยให้ลูกติดใจกับการกินนมขวดจนเป็นนิสัย
โดยจัดการการกิน การนอนของลูกให้ดีตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ ค่ะ
- อย่าแปลเสียงร้องลูกว่าเป็นการหิวทุกครั้งที่ได้ยินลูกร้อง เมื่อไหร่ที่ลูกขยับตัวนิดหน่อย
ได้ยินลูกร้องลองหาสาเหตุของการร้องของลูกก่อน สัมผัสลูกเบาๆ ตบก้น ลูบหลัง ปล่อยให้เขานอนต่อ
แต่ถ้าเป็นช่วง 1-3 เดือนแรกลูกยังต้องการนมมื้อดึกอยู่เป็นธรรมดา เพราะกระเพาะยังเล็ก
หิวบ่อยก็ให้นมลูกได้
- ฝึกลูกให้หลับด้วยตัวเอง ไม่พาหลับโดยการกกกอดหรือให้ดูดนมจนหลับ เพราะลูกจะชิน
เมื่อตื่นกลางดึกถ้าไม่มีใครกล่อมหรือพาหลับก็จะร้องงอแง สุดท้ายด้วยความงัวเงียของคุณพ่อคุณแม่
ก็ให้ดูดนมทั้งที่บางทีที่ลูกร้องไม่ใช่เพราะหิว
- เริ่มฝึกลูกให้ลดและเลิกนมมื้อดึกตั้งแต่อายุ 3-4 เดือน เพราะช่วงวัยนี้ลูกเริ่มนอนหลับยาวแล้ว
อย่าปลุกลูกกินมมื้อดึก และควรตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องฝึกลูกให้ได้เมื่ออายุ 5-6 เดือนโดย...
- ในมื้อกลางวันควรให้ลูกกินจนอิ่ม ให้นมมื้อดึกเป็นแค่การกินเพื่อให้หายหิว
แล้วค่อยๆ ลดปริมาณลงจนเลิกได้
- กลางคืนต้องเป็นกลางคืน ไม่เปิดไฟสว่างหรืออุ้มลูกเล่นกลางดึก อาจหาตุ๊กตาหรือของที่ลูกชอบ
เช่น ผ้าอ้อมผืนเก่ง พาเข้านอนด้วย เผื่อไว้ให้ลูกรู้สึกเพลินแทนการดูดนม
- เริ่มฝึกให้ลูกจิบน้ำหรือนมจากแก้วหรือช้อนเมื่ออายุ 4-6 เดือน เพื่อให้เริ่มคุ้นเคย
- ฝึกให้ลูกรู้ว่าเขาจะใช้ขวดนมเมื่อหิวเท่านั้น ไม่ใช่เป็นของเล่นที่ถือติดตัว ว่างเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาดูด
- ฝึกให้ลูกกินอาหารตามวัย และอย่าให้บรรยากาศการกินอาหารของลูกเคร่งเครียดหรือบังคับ
แต่ใช้การเชิญชวน ใช้เมนู ใช้หน้าตาอาหารที่หลากหลายดึงความสนใจจากลูก
กลยุทธ์เลิกนมขวด
ถ้าบ้านไหนลูกพ้นขวบไปแล้ หรือโตมากกว่านั้นแต่ยังติดนมขวดอยู่ล่ะก็
อย่างแรกคุณพ่อคุณแม่คงต้องบอกและย้ำกับตัวเองมากๆ ว่าต้องใจแข็งและต้องตั้งใจจริง
ที่จะทำให้ลูกหย่าขาดจากนมขวด แล้วปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้ดูค่ะ
- หาช่วงวันที่คุณงานไม่ยุ่งมาก สามารถหลับดึกๆ และทนฟังอาการงอแงของลูกกลางดึกได้
อ้อ...ขอให้เลือกช่วงที่ติดต่อกันหลายๆ วันหน่อยนะคะ เพื่อความสม่ำเสมอในการฝึก
- ช่วงกลางวันพยายามฝึกให้ลูกดื่มนมดื่มน้ำจากแก้ว
- วันไหนต้องออกไปนอกบ้านก็แกล้งๆ ลืมเอาขวดนมไป แล้วชักชวนให้ลูกดื่มจากแก้ว ดูดจากกล่องแทน
- ชวนลูกมาเปลี่ยนจากการ ดูดนม ก่อนนอนเป็น ดื่มนม ก่อนนอนกันดีกว่า
- ฝึกให้ลูกเลิกดูดนมมื้อดึกโดยค่อยๆ ลดปริมาณนมมื้อดึกลงจนเลิกได้
- อย่าลืมว่า ด่านแรกต้องเริ่มต้นจากการเชิญชวน โน้มน้าว และหยอดด้วยกำลังใจและคำชมเชยนะคะ
ถ้าทำทุกอย่างข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผล ก็ต้องหักใจใช้วิธี ทันทีทันใด
คือเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับขวดนมออกจากบ้าน
ทนดูและทนฟังอาการงอแงอ้อนวอนของลูกสักระยะหนึ่ง เดี๋ยวก็เลิกได้ค่ะ
ท่องไว้ในใจนะคะว่าเพื่อสุขภาพที่ดีของลูก
(update 16 มกราคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 271 สิงหาคม 2548 ]
|