เมื่อพูดถึงคณิตศาสตร์ ผู้ใหญ่บางคนได้ฟัง ยังหนาวๆ ร้อนๆ แล้วสำหรับเด็กเล็กๆ การเรียนรู้เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับเขาหรือไม่ ?
คำตอบของคำถามข้างต้นนั้นคือ ไม่ยากหรอกค่ะ ถ้าเรารู้จักเนื้อหาและวิธีในการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กๆ ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากสิ่งรอบตัวเด็กนี่เอง
ทักษะทางคณิตศาสตร์ คือ ?
ก่อนที่จะค้นหาวิธีส่งเสริมต่างๆ ให้เด็ก เราควรจะรู้ว่าทักษะทางคณิตศาสตร์นั้นหมายถึงเรื่องอะไรบ้าง เพราะมีหลายคนที่เข้าใจว่าคณิตศาสตร์ คือเรื่องของจำนวนและตัวเลขเท่านั้นจริงๆ แล้วคณิตศาสตร์ มีเนื้อหาที่กว้างกว่านั้นมาก เพราะยังหมายรวมถึงรูปทรง การจับคู่ การชั่งสตวงวัด การเปรียบเทียบ การจัดลำดับ การจัดประเภท เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็คือคณิตศาสตร์เช่นเดียวกัน
เริ่มได้เมื่อไหร่ดี
เมื่อเรารู้ถึงเนื้อหาในเรื่องต่างๆ ของคณิตศาสตร์แล้ว เราจะพบว่าการส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์สามารถเริ่มได้ตั้งแต่เด็กลืมตาดูโลก เมื่อลูกมองเห็นสีสันของโมบายที่คุณแม่แขวนเอาไว้ให้เหนือเปลเขาก็จะมองเห็นความแตกต่างของสีสัน บ้านที่จัดสิ่งแวดล้อมแบบนี้ให้ลูก ก็ถือว่าได้ส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์ให้กับเขาเพราะหนูน้อยต้องสะสมประสบการณ์เหล่านี้ขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ผู้ใหญ่จัดหมวดหมู่ไว้ในอนาคต
ถ้าเราไม่ตีกรอบว่าคณิตศาสตร์ คือ จำนวนและตัวเลขเท่านั้น เราก็สามารถส่งเสริมลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด ผ่านการจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
ความเข้าใจที่แตกต่าง
การเรียนรู้ทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กแต่ละวัยย่อมแตกต่างกันไป เราสามารถส่งเสริมเนื้อหาทางคณิตศาสตร์ได้ทุกด้านแต่ต่างกันตรงวิธีการค่ะ
สำหรับเด็กวัย 3-4 ขวบ จำเป็นต้องเรียนคณิตศาสตร์ผ่านสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากเพราะเขายังไม่เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ให้เด็กสามขวบดูตัวเลข 2 กับ 3 แล้วเครื่องหมายมากกว่าน้อยกว่าไปให้เขาใส่ เขาจะงงแน่นอนว่าเจ้าสามเหลี่ยมปากกว้านี้คืออะไร เด็กวัยนี้การเรียนเรื่องจำนวนตัวเลข ต้องผ่านสิ่งของที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ แต่ถ้าเป็นพี่ 5 หรือ 6 ขวบ จะเริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ได้แล้ว
เรียนรู้ได้จากสิ่งใกล้ตัว
หลักของการส่งเสริมคณิตศาสตร์ให้เด็ก คือ เรียนรู้จากรูปธรรมในนามธรรม เรียนรู้จากสิ่งที่ใกล้ตัวคนไทยโบราณมีเพลงร้องเกี่ยวกับอวัยวะต่างๆ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้จากอวัยวะของตัวเด็กเอง เช่น ตาสองตา จมูกหนึ่งจมูก เมื่อเกิดมานิ้วมือก็รองรับเลขฐานสิบให้เขาได้เรียนรู้ ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้เป็นการเรียนคณิตศาสตร์เรื่องจำนวนและตัวเลขโดยไม่รู้ตัว หรือบ้านไหนที่คุณแม่จัดระเบียบ แยกประเภทเสื้อผ้า เช่น ลิ้นชักชั้นล่างใส่กางเกง ชั้นสองใส่เสื้อกล้าม ชั้นสามใส่ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ลูกบ้านนี้ก็จะได้เรียนคณิตศาสตร์เรื่องการจัดกลุ่ม การแยกประเภทไปด้วยเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียค่ะที่พ่อแม่บางคนพยายามค้นหาอุปกรณ์ หรือกลวิธียากๆ ในการสอนเด็ก แต่กลับละเลยสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเหล่านี้ไป
เด็กในวัยนี้จะเรียนรู้จากการเล่นและการกระทำ เราจึงควรส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์ให้อยู่ในชีวิตประจำวันของเขา เช่น เวลาคุณแม่จัดโต๊ะอาหารก็เรียกเจ้าตัวน้อยมาช่วยจัดด้วย ว่านี่คือจานคุณพ่อ จานคุณแม่ จานพี่ เขาก็จะได้เรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องการจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง เป็นต้น กิจวัตรประจำวันของเด็กมีคณิตศาสตร์ซ่อนอยู่มากมายค่ะ แม้แต่งานบ้านง่ายๆ ก็เป็นของวิเศษที่สามารถส่งเสริมคณิตศาสตร์ให้ลูกได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักดึงสิ่งเหล่านี้ออกมาให้ลูกเรียนรู้ จัดสภาพแวดล้อมหรือกิจกรรมแล้วเปิดโอกาสให้เขามาช่วยกันคิด
ขอเพียงแค่เข้าใจ
เมื่อเด็กเข้าเรียนอนุบาลจะเริ่มมีแบบฝึกหัดที่เป็นระบบสัญลักษณ์เข้ามา สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตลูก คือ ลูกเรานั้นมีความพร้อมที่จะรับระบบสัญลักษณ์เหล่านั้นหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องบังคับว่าลูกต้องเข้าใจตอนนี้นะคะ เพราะบางครั้งลูกของเราอาจจะยังคงต้องการเรียนรู้จากสิ่งที่จับต้องได้เราก็ควรช่วยเหลือและส่งเสริม
ยกตัวอย่างนะคะ เมื่อมีการบ้านที่ต้องเติมเครื่องหมายมากกว่าหรือน้อยกว่า แล้วมีตัวเลข 5 กับ 6 เราอาจช่วยเตรียมสื่อให้ลูกนับประกอบการทำการบ้านประเภทเม็ดกระดุม ก้อนหิน ฯลฯ ให้เขาเห็นเป็นรูปธรรมว่ามันมีจำนวนมากกว่าจริงๆ เพราะฉะนั้นสัญลักษณ์ที่เหมือนปากกว้างๆ นี้จะต้องหันหน้าไปที่กองกระดุมหรือกองก้อนหินที่มากกว่า เป็นต้น
ความพร้อมของเด็กย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล คุณพ่อคุณแม่เองต้องเป็นคนคอยสังเกตว่าลูกเราอยู่ในระดับใด พร้อมมากแค่ไหน ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องเร่งลูกในยามที่เขายังไม่เข้าใจระบบสัญลักษณ์นะคะ การที่เราไปเร่งเด็กอาจทำให้เขามีความฝังใจว่าคณิตศาสตร์นั้นมันยากแสนยาก และไม่อยากจะเรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์อีก
ต้องการตัวช่วยมั๊ย ?
สำหรับสิ่งเสริมทักษะอื่นๆ เช่น เกมการศึกษาต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ดีในการเพิ่มทักษะคณิตศาสตร์ให้ลูกค่ะ แต่ไม่จำเป็นต้องราคาแพง เกมธรรมดาๆ เช่น เกมงูไต่บันไดก็สามารถเสริมทักษะคณิตศาสตร์ให้กับเด็กได้ เพราะเขาจะได้เรียนรู้จากการที่ได้ทอยแต้ม แล้วเดินไปตามเลขที่ได้ เดินไปข้างหน้ากี่ก้าวเดินถอยหลังกี่ก้าว เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญ คือ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีเวลาที่จะเล่นและสอนลูก
นอกจากนี้หนังสือดีๆ ที่ส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์ก็มีหลายเล่มค่ะ เช่น เรื่องตัวเลขทำอะไร ของ อาจารย์ชีวัน วิสาสะ หรือ นิทานโบราณเรื่องตากับยาย ที่เราคุ้นเคยรู้จักกันนั้น เมื่อเด็กได้ฟังก็จะได้เรียนรู้เรื่องการเรียงลำดับเหตุการณ์ เป็นต้น คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าลืมว่ากุญแจสำคัญในการเรียนรู้ของเด็ก คือ การเล่นและความเพลิดเพลิน เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ทิ้งของเล่น ไม่ทิ้งนิทานค่ะ
การให้เด็กทำแบบฝึกหัดเลข เป็นสื่อสารระหว่างเด็กกับหนังสือ แต่คณิตศาสตร์มีคำศัพท์หลายๆ คำที่เด็กต้องค่อยๆ ซึมซับ เช่น มากที่สุด น้อยที่สุด กว้าง แคบ เอาออก เอาเข้า ฯลฯ ซึ่งคำศัพท์เหล่านี้เกิดขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างที่เราเล่นและพูดคุนยกับเด็ก ถ้าเรามัวแต่มอหาหนังสือหรือเกมคณิตศาสตร์ที่ดีที่สุดให้ลูก แต่ไม่มีเวลาให้เขา สิ่งที่ทเราคิดว่าดีที่สุดนั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เลยก็ได้ค่ะ
เพราะความถนัดหรือเก่งในเรื่องคณิตศาสตร์ไม่ได้มาจากพรสวรรค์เท่านั้น แต่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเด็ก หากวันนี้เราไม่ได้ปูพื้นฐานและช่วยสนับสนุนได้อย่างถูกต้อง ต่อไปเมื่อลูกต้องเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ ยากและไม่ ยี้ สำหรับเขาแน่นอน
(update 8 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 284 กันยายน 2549 ]
|