เกมคอมพิวเตอร์…เล่นสนุกแบบเท่าทัน


ถึง “เกมคอมพิวเตอร์” อาจจะถูกมองว่าเป็นตัวร้ายแย่งเวลาเด็กๆ แถมยังทำให้ติดงอมแงมจนเกิดปัญหามากมาย แต่ถ้ารู้จักเล่นรู้จักเลือกและเท่าทันแล้วก็ถือได้ว่าเป็นสื่อสนุกที่เด็ดๆ ได้เรียนรู้อย่างหนึ่งเลยทีเดียว

จะว่าไปแล้วคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่นักออกแบบเกมเขาคิดสร้างออกมา ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เลยเสียทีเดียวนะคะ แหม…ทีเหรียญยังมี 2 ด้าน ทุกอย่างมันก็ต้องมีทั้งมุมดีและไม่ดีปะปนกันอยู่เสมอ จริงไหมล่ะคะ ทีนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่าเกมคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง


  • เล่นแล้วสนุก
ด้วยเทคนิคภาพ แสง สี เสียง ที่สวยงามสมจริงจึงสามารถดึงดูดใจได้เป็นอย่างดี รวมถึงการท้าทายความอยากเอาชนะในใจของคนเล่น (ไม่ว่าจะเป็นวัยไหน) จึงทำให้เล่นทีไรก็สนุกสนานเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเลย

ได้ฝึกสังเกต ตัดสินใจ เนื้อหาในเกมส่วนใหญ่จะมีการให้เปรียบเทียบ แยกประเภทหรือตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งการจะเอาชนะหรือผ่านด่านต่างๆ ไปได้ต้องการการคิดแก้ปัญหา สังเกต และกล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเพียงสถานการณ์จำลองก็ตามแต่ก็ถือว่าเป็นสนามให้เด็กได้ลองควบคุมและทดลองตัดสินใจด้วยตัวเองดู ถือเป็นประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งในการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเด็กๆ ค่ะ

ฝึกภาษา มีเกมภาษาหลายเกมทีเดียวที่สนุกและให้ความรู้เรื่องคำศัพท์ไปพร้อมกันรวมไถึงการออกเสียงที่ชัดเจนถูกต้อง ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ๆ และสอนคำศัพท์ต่างๆ ไปด้วย ก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้น

เสริมสร้างจินตนาการ เกมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เลือกเติมแต่งสิ่งต่างๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นเกมจัดห้องแต่งตัวตุ๊กตา สร้างสวนสนุกง่ายๆ หรือเกมสร้างเมืองจำลองอย่าง Sim City ถือเป็นเกมที่เด็กๆ ได้สนุกและได้คิดฝันตามจินตนาการได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เรียนรู้กติกา เกมในกลุ่มกีฬา เช่น ฟุตบอล เทนนิส บาสเกตบอล กอล์ฟ รถแข่ง ฯลฯ ซึ่งผู้เล่นต้องเข้าใจกฎกติกาจึงจะเล่นได้ ถือเป็นการปูพื้นฐานได้ทำความรู้จักกับกีฬาประเภทนั้นๆ แม้จะยังไม่ได้ลงสนามจริงก็ถือเป็นการเริมต้นที่ดี และถ้ามีโอกาสคุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะชวนลูกไปเล่นกีฬาที่เขาชอบจากเกมดู ไม่แน่ลูกอาจจะติดใจของจริงจนลืมเกมในจอไปเลยก็ได้


  • เล่นอย่างไรไม่ติดเกม
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่แทบทุกคนกลัวเมื่อมีเกมอยู่ในบ้านก็คือกลัวลูกติดเกมแต่ถ้าลองใช้วิธีต่อไปนี้ก็จะช่วยให้ปัญหาติดเกมงอมแงมไม่เกิดขึ้นได้ค่ะ

ควบคุมเวลาอย่างจริงจัง ต้องมีการตกลงกฎกติการ่วมกันและควบคุมเวลาเล่นเกมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เด็กใช้เวลาเล่นเกมอยู่ที่หน้าจอนานเกินไป สำหรับเด็กเล็กๆ วัยอนุบาลอย่างนี้ที่แนะนำก็คือ ควรเล่นวันละ 30-45 นาที และเรื่องสำคัญที่ต้องย้ำก็คือ ต้องรักษากฎอย่างเคร่งครัด อย่าใจอ่อนให้เล่นได้ตามใจไม่อย่างนั้นจะควบคุมเวลาเล่นเกมกับลูกได้ยากมากๆ ค่ะ

ได้ทำกิจกรรมหลากหลาย หากมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจมาทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา ช่วยงานต่างๆ ในบ้าน ฯลฯ ก็จะทำให้เด็กไม่พุ่งความสนใจไปที่การเล่นเกมเพียงอย่างเดียว ถ้าไม่มีเวลาให้ลูกแล้วปล่อยเวลาให้เกมเลี้ยงลูกแทนจะไปโทษเกมว่าร้ายกาจอย่างนั้นอย่างนี้ก็คงไม่ยุติธรรมเท่าไรนักหรอกนะ

ไม่ปล่อยให้เล่นตามลำพัง คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นคนเลือกเกมที่ลูกจะเล่นว่าเหมาะสมกับวัยหรือไม่ (สังเกตได้จากเรตติ้งข้างกล่องเกมสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปจะใช้สัญลักษณ์ว่า EC) จุดที่ตั้งคอมพิวเตอร์ควรจะเป็นจุดที่คนอื่นๆ เห็นด้วย ไม่ใช่ในที่ลับหูลับตาอย่างในห้องนอน เพราะจะทำให้เปิดเล่นได้สะดวกและควบคุมเกมที่จะเล่นได้ยากและถ้าเป็นไปได้ควรเข้าไปเล่นเกมกับลูกหรือคอยชี้แนะอยู่ใกล้ๆ จะดีที่สุด

ได้รู้อย่างนี้แล้วเกมคอมพิวเตอร์ก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเกินรับมือของคุณพ่อคุณแม่แล้วนะคะ


  • รู้จักเกม
เกม PC คอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท หลักๆ คือ เกมคอนโซล (Console) และเกมคอมพิวเตอร์ที่เล่นกับเครื่องคอมพิวเตอร์
  • เกมคอนโซล ส่วนใหญจะเป็นเกมที่เล่นด้วยแผงบังคับที่ใช้สองมือจับสะดวก เช่น เกมเพลย์สเตชั่น นินเทนโด เกมบอย วิดีโอเกม ตู้เกม

  • เกมคอมพิวเตอร์คือเกมที่ต้องเล่นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็นระบบออฟไลน์ที่เล่นกับแผ่น และระบบออนไลน์ ซึ่งต่ออินเตอร์เน็ตและลงทะเบียนเครือข่ายสามารถเล่นได้พร้อมกันหลายคน อย่างเช่น Rangnarok

  • ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
นพ.ปราการ ถมยางกูล จิตแพทย์ผู้เขียนหนังสือ “เมื่อลูกติดเกม” (สำนักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น) ได้พูดถึงเกมคอมพิวเตอร์กับเด็กๆ ว่า…
“ เกมส่งเสริมการศึกษาที่สนุกๆ มีหลายเกม มีทั้งเกมที่ผลิตโดยคนไทยและเกมจากต่างประเทศ เช่น เกมตระกูล The Sims ซึ่งเป็นเกมเลียนแบบสถานการณ์จำลองเกมจากค่าย Dorling Kindersley (DK) หรือค่าย Disney เป็นเกมที่น่ารักเหมาะสำหรับเด็ก ข้อสำคัญในการเล่นเกม คือ ให้เด็กเล่นเกมเพื่อความสนุกสนาน แต่อย่าให้ถึงขั้นติดเกม เด็กเล็กไม่ควรเล่นเกมออนไลน์ เนื่องจากเป็นเกมที่เล่นไม่มีวันจบเด็กเล็กยังไม่รู้จักควบคุมเวลาในการเล่นเกมของตนดี ควรเล่นเกมแผ่นจะดีกว่าเพราะมีจุดสุดท้ายที่จะเล่นเกมจนจบได้ในแต่ละเกม และการออนไลน์ก็เสี่ยงกับการได้พบปะพูดคุยกับคนแปลกหน้าในเกม และอาจจะนำไปสู่การถูกหลอกลวงได้”

(update 7 เมษายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ vol.11 No.125 March 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600