พ่อ...อุ้มลูกไว้ในอ้อมกอด
พ่อ...หยอกล้อเล่นกับลูกให้อารมณ์ดีหัวเราะร่า
พ่อ...เดินจูงมือลูกวัยเตาะแตะให้ก้าวเดินโดยไม่ล้ม
พ่อ...พาลูกขี่คอให้ลูกได้มองมุมที่แตกต่างจากมุมสูง
พ่อ...ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม
พ่อ...ทำหน้าที่นี้ไปพร้อมกับผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นภรรยาและแม่
ทุกครั้งที่ดิฉันเห็นภาพต่างๆ เหล่านี้ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและเข็มแข็งของพ่อขึ้นมาทันทีค่ะ
และอีกหลายความรู้สึกที่บรรยายออกมาไม่ได้ คุณๆ รู้สึกแบบเดียวกับดิฉันหรือเปล่าค่ะ
นอกจากความอุ่นใจในความรู้สึกของภรรยาอย่างเราๆ แล้ว อีกอย่างที่บอกได้ก็คือลูกๆ
จะเติบโตมาเป็นเด็กที่มีความสมบูรณ์พร้อมที่ซู้ด...ดด
แต่!! ภาพแบบนี้กลับไม่ค่อยจะมีให้เห็น เรียกว่าเป็นภาพที่หาดูยาก...กกจริงจริ๊ง
วันนี้ดิฉันจะขอจับเข่าคุยกับคุณพ่อกันให้หน้าดำหน้าแดง อุ้ย! ไม่ใช่ ต้องบอกว่าให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลย
ถึงความสำคัญของคุณพ่อที่มีต่อลูก (และผลพลอยได้ของภรรยา) ที่คุณพ่อหลายท่านอาจจะลืม นึกไม่ถึง
และอะไรอีกร้อยแปดเหตุผล
ดิฉันว่า บางทีผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อ (ขอเน้นคำว่า พ่อ ตัวเข้มๆ หน่อยนะคะ) ก็เหมาเอาเองว่า
หน้าที่เลี้ยงลูก ป้อนข้าว อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม หวีผม ป้อนนม ล้างก้นให้ลูก
แล้วก็อีกสารพัดอย่างนั้นยกให้เป็นหน้าที่ของแม่เค้าก็แล้วกัน ส่วนคุณพ่อคนดีบอกว่าผมต้องทำงานสร้างฐานะ
เนี่ยเป็นเรื่องใหญ่ของครอบครัวเชียวนะ ใหญ่กว่าเรื่องเลี้ยงลูกแน่นอน เลี้ยงลูกน่ะไม่เห็นจะเหนื่อยเลย
ค่า...เลี้ยงลูกทำงานบ้านไม่เหนื่อยเล้ย...ย ก็แค่ทำทั้งวัน สลับกับการเลี้ยง แค่ลูกตื่นกินนมวันละ 7-8 รอบ
แล้วก็ขับถ่าย กินข้าว ตื่นขึ้นมาก็อยากเล่น ถ้าไม่มีใครเล่นด้วยก็จะร้อง แล้วบางครั้งถ้าไม่สบายๆ
ก็ต้องอุ้มตลอดเวลา ก็เท่านี้แหละค่ะ เนี่ยนะแค่เบาๆ เท่านั้นนะ ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ
ก็แค่แทบไม่มีเวลาส่วนตัว เวลากินไม่ได้กิน เวลานอนไม่ได้นอนก็เท่านั้น
แต่คุณพ่อขาเรื่องแบบนี้น่ะเคยรู้บ้างหรือเปล่าคะ
เชื่อมะ พ่อ ใครๆ ก็เป็นได้
ดิฉันคนหนึ่งล่ะไม่อยากจะเชื่อ ถ้าคุณไม่พิสูจน์ให้เห็น เป็นน่ะเป็นกันได้ทุกคนล่ะค้า ข้อนี้ไม่เถียง
แต่จะเป็นพ่อที่ดีได้หรือเปล่าล่ะ ดิฉันอยากรู้ แหม...อยากท้าให้คุณพิสูจน์ ด้วยอะไรดีล่ะ
เอ้า!! เอาแค่ให้คุณอยู่บ้านเลี้ยงลูก 1 วันทำหน้าที่พ่อให้ครบ 24 ชั่วโมง แบบที่คุณแม่ทำนั่นแหละ
คุณพ่อไหนกล้าท้าพิสูจน์ เขียนมาบอกกันหน่อยสิคะว่าเป็นอย่างไร จะติติงต่อว่า...เฮ้ย...
ไม่เห็นจะยากเลย... ก็เชิญเจ้าค่ะ ดิฉันยินดี๊ยินดี
ในรายงานวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของพ่อทั้งในและเทศ ต่างบอกตรงกันค่ะว่า
คุณพ่อนั้นมีบทบาทสำคัญม้ากมากกับลูก อะไรที่แม่ทำได้พ่อก็ทำได้
เพราะพ่อมีสัญชาตญาณของการดูแลลูกเหมือนกับแม่นั่นแหละค่ะ
ดังนั้นเรื่องเลี้ยงลูกจึงไม่มีปัญหาใดๆ ที่จะทำไม่ได้ค่ะ
เวลาที่แม่อยู่กับลูกชายต้องทำตัวให้แมนๆ เหมือนพ่อไหม ?
เวลาที่พ่ออยู่กับลูกสาว จะอ่อนหวานกันยังไงดี ?
ถ้าเรื่องนี้ทำให้คุณพ่อทั้งหลายกังวลล่ะก็ มีคำตอบให้แล้วค่ะคุณพ่อขา
ทำทุกอย่างอย่างเป็นปกติเรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง ทั้งที่อยู่กับลูกสาวและลูกชาย
แหม! คุณขา ยุคนี้สมัยนี้เป็นยุคประชาธิปไตย สิทธิชายหญิงเท่าเทียมกันแล้ว
เช่นเดียวกับการเลี้ยงลูก
กลับมาเข้าเรื่องลูกสาวลูกชาย ไม่ต้องกลัวค่ะว่าเวลาคุณพ่อแสดงความเข้มแข็งกับลูกสาว
ลูกสาวจะกระโดกกระเดกเป็นม้าดีดกะโหลก หรือลูกชายจะนุ่มนิ่มอ่อนหวาน
เขาว่ายุคนี้ผู้หญิงควรได้รับคุณสมบัติที่เข็มแข็งจากพ่อไว้เพื่อป้องกันตัวเอง
หรือลูกชายก็ต้องการความอ่อนหวานอ่อนโยนของแม่เพื่อเขาจะได้เติบโตเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน
ละเอียดอ่อนไงค่ะ
พ่อเร้าใจมากกว่าแม่
ถูกต้องแล้วคร้าบ พ่อเร้าใจกว่าแม่ ดิฉันหมายถึงการเล่นกับลูก
เวลาที่ลูกเล่นกับแม่จะเป็นการเล่นในลักษณะที่นุ่มนวล อ่อนหวาน แต่สำหรับพ่อทั้งสนุก
ตื่นเต้นและเร้าใจ บางครั้งก็ทำให้ลูกอารมณ์ดีหัวเราะงอกลิ้งได้บ่อยๆ
ก็พ่อนะมีความสำคัญกับลูกซะขนาดนี้ จะให้แม่มาทดแทนกันซะหมดก็น่าเสียดาย...เชื่อฉันเท้อ...อออ
ว่าการที่คุณพ่อคุณแม่มีเวลาเลี้ยงลูกเคียงคู่กันไป คอยดูแลทำกิจวัตรประจำวันให้กับลูกๆ ป้อนข้าว
ป้อนน้ำ ป้อนนม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะจะมีผลต่อพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ของลูก
อย่างมากมายมหาศาลทีเดียวเชียวล่ะ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ดิฉันก็อยากจะขอถามคุณพ่อที่น่ารักทุกท่านนะคะ ว่าคุณให้เวลากับลูกแค่ไหน
เอาแต่ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนนม เช็ดก้น เปลี่ยนผ้าอ้อม ทำบ่อยแค่ไหน
ไม่ได้หวังให้คุณพ่ออยู่บ้างเลี้ยงลูกตลอด 24 ชั่วโมงหรอกนะคะ
เอาแค่เวลาที่มีอยู่ขอให้เป็นเวลาที่มีคุณภาพกับคุณลูกและคุณภรรยาที่รักคุณก็พอแล้ว
ที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดด้วยเจตนาดีโดยสุจริตใจแท้ๆ ก็อยากให้ครอบครัวทุกครอบครัวอยู่ดีมีความสุข
อยากให้เด็กทุกบ้านเติบโตขึ้นมาสมบูรณ์พร้อมทั้งกายใจ และอยากให้คุณพ่อเป็นพ่อที่น่ารักที่ซู้ด...ดดของลูก
และเป็นผู้ชายที่น่ารักที่ซู้ด...ดดของภรรยา เรียกว่าได้โชค 2 ชั้นกันทีเดียวล่ะ
แค่นี้แหละค่ะที่ดิฉันอยากจะเมาท์คุณพ่อ อุ้ย!! ไม่ใช่อยากบอกไปถึงคุณพ่อต่างหาก
(update 21 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 275 ธันวาคม 2548 ]
|