อารมณ์หนู สัมพันธ์กับเรื่องกิน


ทารกบางคนกินง่ายนอนง่าย แต่บางคนก็เลี้ยงยากเย็นจนพ่อแม่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปด้วย ก็เพราะเด็กแต่ละคนมีพื้นอารมณ์ที่ต่างกันค่ะ แล้วพื้นอารมณ์ที่พูดถึงนี้ยังเกี่ยวกับการเลี้ยงดู การกิน การนอน ของเด็กด้วยค่ะ

พื้นอารมณ์ (Temperranment) หมายถึง การแสดงออกทางพฤติกรรมของเด็ก ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิดและแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน

พื้นอารมณ์เกี่ยวข้องกับช่วงจังหวะการกิน การนอนของเด็ก เด็กที่เลี้ยงง่ายจะกินนอนเป็นเวลา ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถคาดเดาได้ สะดวกในการเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับลักษณะการตอบสนองของเด็กต่อสิ่งใหม่ เช่น อาหารใหม่ ของเล่นใหม่ คนแปลกหน้า เด็กที่พื้นอารมณ์ดีมักจะปรับตัวง่าย และตอบสนองกับอาหารใหม่ได้ดี

เด็กทารกเรียนรู้โลกภายนอกจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวโดยใช้ประสาทสัมผัส และเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน และการรับรู้แต่ละครั้งจะถูกจดบันทึกไว้แล้วนำไปเชื่อมโยงกับพัฒนาการทางอารมณ์ อาหารกับพัฒนาการทางอารมณ์จึงมาสัมพันธ์กันตรงที่การตอบสนองของพ่อแม่ต่อการหิวของลูก ซึ่งทำให้เด็กเรียนรู้วิธีการตอบสนองของตัวเองเมื่อหิวในครั้งต่อๆ ไป แตกต่างกันตามการตอบสนองที่แตกต่าง เช่น
  • ถ้าให้นมตามความต้องการของลูกคือทุกครั้งที่หิว เด็กก็จะเชื่อมโยงความคิดของตัวเองกับการมาของแม่ว่า ช่วยลดความหิวได้

  • ถ้าให้นมตามตารางเวลาที่แม่กำหนด เด็กก็จะพยายามปรับตัวเข้ากับช่วงเวลาที่แม่กำหนด แต่ถ้าเป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์ที่จังหวะการกินนอนไม่เป็นเวลา ก็อาจจะปรับตัวเข้ากับตารางเวลาที่แม่กำหนดไม่ได้

  • ถ้าให้ตามความพร้อม ความสะดวกของแม่ โดยไม่มีการกำหนดเวลาหรือดูจากความหิวของลูก ก็จะทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีกับการกิน เป็นเด็กหงุดหงิดง่าย เลี้ยงยาก
การให้นมลูกที่ดี ควรให้มีความสัมพันธ์ระหว่างความหิวของเด็กกับการตอบสนองของคนเลี้ยง ให้เด็กเรียนรู้เงื่อนไขนี้ด้วย ซึ่งเป็นลักษณะธรรมชาติเวลาที่เด็กหิวก็จะมีเสียงร้อง เมื่อแม่ได้ยินก็จะเอานมมาให้ ความหิวจึงบรรเทาลง

เพราะฉะนั้น เด็กที่เรียนรู้วงจรหรือเงื่อนไขนี้ซ้ำๆ ในช่วงจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งแม่ได้พิจารณาจากธรรมชาติการกินของลูกแล้ว (ความหิวของเด็กแต่ละคนก็อาจจะใช้ช่วงเวลาไม่เท่ากัน เด็กที่กินนมแม่จะมีช่วงจังหวะเวลาของการกินนมต่างจากเด็กที่กินนมผสม นมแม่จะกินบ่อยกว่า คือทุก 2-3 ชั่วโมง นมผสม 3-4 ชั่วโมง นั่นเป็นเพราะนมแม่ย่อยง่ายกว่านมผสม จึงทำให้ลูกหิวเร็วกว่า) ทำให้เขามีช่วงจังหวะการกินที่สม่ำเสมอ


การปรับพื้นอารมณ์และจังหวะการกิน

การที่เด็กมีจังหวะการกินไม่สม่ำเสมอ ถี่เกินไป คือตื่นบ่อย หิวบ่อย เช่น ทุกๆ 1 ชั่วโมง เราสามารถปรับพื้นอารมณ์ของเด็กให้มีช่วงจังหวะการกินที่สม่ำเสมอได้ เช่น พยายามยืดเวลาการให้ห่างออกไป จนได้ตามเวลาที่กำหนดคือทุก 3-4 ชั่วโมง กรณีที่กินนมผสม หรือ 2-3 ชั่วโมงกรณีที่กินนมแม่ จนกว่าลูกจะสามารถปรับช่วงจังหวะเวลาให้ตรงกับที่เราปรับได้

สำหรับช่วงเวลากลางคืนก็เช่นกันค่ะ ไม่ควรให้นมทุกครั้งที่ลูกตื่น ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยทราบและตอบสนองไม่เหมาะสม คือตอบสนองลูกทุกครั้งที่ร้องด้วยการให้กินนม ก็จะเหมือนกับการฝึกให้หนูน้อยตื่นขึ้นมากินนมกลางคืนหลายๆ ครั้ง ทั้งที่จากการศึกษาวิจัยพบว่า หนูน้อยวัย 4 เดือนหลายๆ คนมักจะหลับกลางคืนต่อเนื่องกันได้ประมาณ 8 ชั่วโมง

ฉะนั้นก่อนให้นมลูกครั้งต่อไป
  • ดูก่อนว่าลูกร้องจากสาเหตุใด เปียกไหม อึหรือเปล่า ร้อนไปไหม หนาวไปหรือเปล่า มีมดแมลงกัดหรือเปล่า กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องให้นม ถ้าอุ้มปลอบดีๆ ก็จะหยุด อย่าตอบสนองด้วยอาหารทุกครั้งที่ลูกร้อง การหยุดร้องเมื่อมีนมเข้าปากเป็นกลไกทางระบบประสาทที่เรียกว่ารีเฟล็กซ์ ผลที่ตามมาก็คือ เด็กจะถูกฝึกให้กินไม่เป็นเวลา ซึ่งจะเป็นปัญหาในการเลี้ยงดูในอนาคต

  • ถ้าลูกยังไม่หยุดร้อง ก็อนุโลมให้กินน้ำเปล่าได้ เพื่อยืดเวลาให้นมออกไป แต่ถ้ายืดเต็มที่แล้ว 3 ชั่วโมง ยังร้องก็ไม่ว่ากัน แต่ประเด็นสำคัญก็คือ พ่อแม่หลายคนเมื่อลูกร้องจะเอานมใส่ทันที ทั้งที่เด็กเพิ่งกินไปเมื่อ 15 นาทีที่แล้ว ทำให้จังหวะการกินของเด็กไม่สม่ำเสมอ เหมือนกับเด็กถูกฝึกให้กินจุบจิบไม่เป็นเวลา


(update 3 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 261 ตุลาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600