อย่านะลูก


น้องจีนกำลังคลานเร็วจี๋ไปที่ปลั๊กไฟ อีกไม่ถึงอึดใจก็จะถึงแล้ว โอ้! นั่นๆ หนูน้อยกำลังเอื้อมมือเข้าไปจับ... “อย่า” นะลูก ลูกน้อยหยุดกึ๊กทันที เฮ้อ! โล่งอก ไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่า ถ้าแม่ห้ามไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้น


”อย่า” สอนไว้เพื่อป้องกันอันตราย

ถ้าลูกกำลังจะทำในสิ่งที่อาจทำให้เกิดอันตรายจะทำอย่างไร “แน่นอนค่ะ ต้องรีบห้ามลูกสิคะ” แล้วถ้าลูกไม่หยุดล่ะ “ก็ต้องวิ่งไปจับตัวลูกออกมา” แล้วถ้าวิ่งไปไม่ทันล่ะ?...???!!

ไม่ได้จะมาทำให้คุณแม่วิตกกังวลกันไปยกใหญ่ แต่ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ประมาท เพราะเหตุการณ์ทำนองนี้อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาค่ะ ก็ลูกน่ะอยู่ในวัยเรียนรู้ ก็อยากรู้อยากลอง แล้วไม่รู้หรอกค่ะว่าอะไรอันตรายอะไร ไม่อันตราย
  • หลายบ้านมีวิธีป้องกันด้วยการจัดบริเวณหรือสถานที่ที่ลูกอยู่ให้ปลอดภัย ไม่มีปลั๊กไฟอยู่ในบริเวณให้ลูกดึงเล่น หรือเอานิ้วเข้าไปแหย่ได้ ไม่เผลอวางของร้อนไว้บนโต๊ะที่ปูผ้ายาวให้ลูกดึง และไม่มีสิ่งขวางทางเวลาลูกคลาน เดิน หรือวิ่ง แน่นอนค่ะว่าการป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

  • การสอนลูกด้วยคำพูด ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “อย่า” “ไม่” หรือ “หยุด” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยลูกได้ในเหตุการณ์ที่จวนตัวจริงๆ เพื่อให้ลูก “หยุด” การกระทำนั้นๆ ทันที

    คำดังกล่าวเป็นคำห้าม ที่บอกให้ลูกรู้ว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ แต่ก็ต้องสอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยนะคะ

สอนเมื่อไหร่... แบบไหนดี

  • สมองเกี่ยวกับการเชื่อมโยงคำพูดกับพฤติกรรมหรือการกระทำของลูกจะสมบูรณ์เมื่อลูกอายุ 7-8 เดือนค่ะ จึงเป็นช่วงเหมาะสมที่จะสอนลูกแบบเป็นเรื่องเป็นราวได้แล้ว เพราะสมองของลูกสามารถประติดประต่อ ระหว่างสิ่งที่ทำกับคำพูดของคุณแม่ได้แล้วค่ะ

  • “อย่า” เวลาที่พูด ควรพูดด้วยโทนเสียงและท่าทางจริงจัง

  • เมื่อคุณแม่จะห้าม ก็ต้องห้ามอย่างมีเหตุผลด้วย เช่น เมื่อลูกกำลังจะทำในสิ่งที่อาจทำให้ได้รับอันตราย เช่น ลูกกำลังเอื้อมมือดึงปลั๊กไฟ หรือกำลังจะเอานิ้วแหย่เข้าไปในพัดลม หรือกำลังจะจับของร้อน เป็นต้น
    แต่ไม่ควรใช่พร่ำเพรื่อกับทุกๆ เรื่องที่คุณแม่ไม่อยากให้ลูกทำ อาจจะด้วยเพราะสาเหตุกลัวเลอะเทอะไม่อยากตามเก็บให้วุ่นวาย... อย่าเล่นสิลูก ทั้งๆ ที่ลูกกำลังสนุก แต่แม่เหนื่อยแล้ว.. หาวิธีพูดอย่างอื่นดีกว่าค่ะ เช่น “เราไปเล่นตุ๊กตากันค่ะ” เพราะหากใช้บ่อยๆ ในครั้งที่คุณแม่ต้องการห้ามจริงๆ ลูกก็อาจจะไม่ทำตามได้ค่ะ
  • การสอนในครั้งแรกๆ ลูกอาจจะแค่หยุดแล้วมอง แต่ก็จะกลับไปทำใหม่ คุณแม่ต้องพูดอีกครั้ง จับมือลูกแล้วอุ้มลูกออกมาจากที่ตรงนั้นค่ะบอกลูกว่า “อย่า นะลูก”

  • อย่าลืมเอ่ยคำชมเมื่อลูกสามารถทำได้ หรือทำตามนะคะ

  • ในกรณีที่เป็นอุบัติเหตุ เช่น ลูกปัดจานข้าวตกโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ก็ไม่ควรใช้คำห้ามทำนองนี้กับลูกนะคะ แต่ควรสอนให้ลูกระมัดระวัง พร้อมทั้งสอนให้ลูกจับและถือได้อย่างมั่นคง
ที่สำคัญ การสอนลูกอย่างมีเหตุผล และด้วยท่าทีที่สอดคล้องเหมาะสมของคุณพ่อคุณแม่ จะช่วยให้ลูกวัยนี้เข้าใจได้ง่ายและเร็วขึ้นค่ะ


(update 7 มีนาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 274 พฤศจิกายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600