อย่า! ภัยร้ายทำลายพัฒนาการของลูก


คุณพ่อคุณแม่หลายต่อหลายคนแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าสิ่งที่คุณกำลังทำกับลูกน้อยของคุณอยู่นั้น ได้กลายเป็นการปิดกั้นขวางทางเส้นใยสมองที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การสั่ง “อย่า” ให้ลูกหยุดชะงักลง อาจจะเป็นการกระทำที่คุณไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าเป็นบ่อยครั้งย่อมไม่เป็นผลดีต่อลูกๆ ของคุณแน่ พึงระวังอย่างมากที่สุดในการที่จะกล่าวคำว่า “อย่า” กับลูกอีก เพราะมันจะเป็นภัยต่อการพัฒนาสติปัญญาและความเชื่อมั่นในตนเองของลูกน้อย วันนี้หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังทำเช่นนี้อยู่ ให้รีบปรับปรุงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป


แม่จ๋า “อย่า” ขัดจังหวะหนูได้มั้ย !

เด็กส่วนใหญ่มักจะมีช่วงความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมในระยะเวลาอันสั้น เด็กจะมีสมาธิใจจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่นาน ฉะนั้นถ้าหากเด็กกำลังสนใจเรื่องใดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเล่น หรือสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างอย่างจริงจัง เช่น ลูกนั่งพินิจพิเคราะห์เปิด-ปิดกล่องกระดาษทิชชูอยู่คนเดียว หรือเปิดดูสมุดภาพในหนังสืออยู่นานๆ คนเดียว ในช่วงเวลานี้คุณควรปล่อยให้เขาได้เรียนรู้สิ่งนั้นให้เสร็จก่อน อย่าเพิ่งแทรกตัวเข้าไป หรือขัดจังหวะเด็ดขาด เพราะช่วงเวลานี้แหละที่เส้นใยสมองของลูกกำลังโยงใยทำงานอยู่ คุณต้องอดใจรอสักนิดรอจนกว่าลูกจะหันเหความสนใจไปทำเรื่องอื่น จึงค่อยนำเสนอความคิดใหม่ให้เขา ที่สำคัญคืออย่าลืมที่จะยกย่องชมเชยผลงานที่เขาพยายามทุ่มเทสิ่งเหล่านั้นด้วยความตั้งใจ


แม่จ๋า "อย่า" …เดินหนีหนูเลย

เด็กจะมีสัญชาตญาณที่ไวต่อความรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจเขาหรือเปล่า คุณพ่อคุณแม่ที่หันมาประสานสายตาและวางมือจากงานที่กำลังทำอยู่ เพื่อหันมาให้ความสนใจหรือเปล่า การที่คุณให้ความสนใจต่อลูกอาจจะทำให้ทำงานบ้านได้ไม่มากตามที่ต้องการ แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งที่คุณฝืนใจที่จะทำนั้นมันเป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยของคุณ โดยไม่สามารถประเมินค่าได้

สิ่งเหล่านี้บอกให้รู้ว่าเด็กเล็กมีความไวต่อความรู้สึกใส่ใจเป็นพิเศษ สังเกตได้จากอาการดึงมือของคุณให้ลุกจามเขาไป หรือดึงเสื้อผ้า เรียกร้องชื่อพ่อแม่ซ้ำๆ จึงคุณหันมาจึงค่อยหยุด เพื่อให้คุณทุ่มเทและหันมาให้ความสนใจเขาอย่างเต็มที่ การที่คุณละเลยเดินหนีในสิ่งที่ลูกตั้งใจจะให้คุณรับฟัง ก็เท่ากับคุณได้ชะลอการกระตุ้นพัฒนาการของลูกเข้าแล้ว และถ้าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง ลูกของคุณอาจจะเป็นเด็กที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง จนถึงขั้นไม่อยากเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองกำลังสนใจไปซะเฉยๆ เมื่อถึงเวลานั้นคุณจะมาเรียกร้องให้เขาหันมารับฟังคุณ หรือมาเสียใจภายหลังไม่ได้ เพราะมันสายเกินไปแล้ว


แม่จ๋าหนูไม่อยากฟัง แม่พูดว่า "อย่าทำนั่นนะ… อย่าทำนี่นะ…

อ่านหัวข้อแล้วพ่อแม่บางคนนึกแว๊บเข้ามาในใจเลยว่า คำสั่งนี้เราใช้เป็นเรื่องปกติของคุณอยู่ทุกวันในการออกคำสั่งกับลูกๆ อาจจะเป็นการตั้งใจหรือไม่ตั้งใจไปเสียแล้วก็ได้ นึกย้อนไปดูแทบจะมีอยู่เรื่องเดียวที่คุณพร่ำบอกว่า “อย่า” คือเรื่องอันตรายจากการเล่นสนุกของลูกๆ แต่อยากจะบอกคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายว่า คุณรู้ไหมว่าการใช้คำสั่ง “อย่า” อย่างพร่ำเพรื่อของคุณ มีผลต่อพัฒนาการของลูกอย่างมาก การเล่นสนุกของเด็กที่จะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นหรือก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น เล่นต่อสู้กับเพื่อนๆ แบบเด็กๆ ขี่จักรยานอวดเก่งว่าทำได้ ขีดเขียนศิลปะบนฝาผนังบ้านจนเลอะเทอะไปหมด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณหลักเลี่ยงไม่ได้แน่นอนถึงแม้ว่าจะพร่ำบอกว่า…ลูก…อย่าทำ!

อยากให้คุณระลึกอยู่เสมอ และให้คิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ การหยุดคิดไตร่ตรอง ให้ถี่ถ้วนก่อนว่าเด็กเขาตั้งใจจะทำอะไร ก่อนจะเอ่ยคำว่า “อย่า” ออกไป เพราะเด็กเล็กในวัยนี้ ยังไม่มีความคิดมากพอที่จะแยกแยะว่าอะไรถูกอะไรผิด คุณควรอธิบายเหตุและผลให้เด็กเข้าใจ ไม่ว่าคุณจะต้องอธิบายซ้ำซากขนาดไหน เพราะนี่คือเรื่องจำเป็นในการพัฒนาสติปัญญา และยังเป็นผลดีในการปลูกฝังวินัยให้ลูกของคุณด้วย


(update 25 ธันวาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.159 October 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600