พัฒนาการขวบปีแรกของลูก


และแล้วก็ถึงเวลาที่ได้ฉลองวันเกิดครบหนึ่งปีของเจ้าตัวน้อย คุณอาจมีความรู้สึกว่าเวลาช่วงผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ มาถึงตอนนี้ ลูกมีความสามารถเพิ่มขึ้นหลานด้าน เขามีความรู้สึกนึกคิดและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ลูกยังรู้ว่าตัวเองเป็นใคร และมีความสำคัญอย่างไรต่อครอบครัวอีกด้วยค่ะ


  • พัฒนาการด้านร่างกาย
    ในช่วงขวบปีแรกนี้ เด็กแต่ละคนเริ่มที่จะมีพัฒนาการที่ช้าเร็วต่างกันออกไป บางคนสามารถคลานได้ก่อนหน้านี้มาเป็นอาทิตย์ๆ แล้ว ในขณะที่บางคนเพิ่งจะเริ่มหัดคลานในช่วงนี้ส่วนความสามารถในเรื่องของการทรงตัวก็มีพัฒนาเพิ่มขึ้นเช่นกัน เจ้าตัวเล็กสามารถโน้มตัวไปด้านข้างขณะนั่งได้โดยไม่ล้มคะมำเหมือนก่อนแล้ว และยังสามารถเอี้ยวตัวเพื่อไปหยิบของเล่นที่วางอยู่ด้านหลังได้อีกด้วย

  • ก้าวแรกของหนู
    เจ้าตัวเล็กบ้านไหนที่มีพัฒนาการก้าวไกลไปจนถึงขั้นเกาะตู้ โต๊ะ ในบ้านเพื่อพยุงตัวเองเดินในช่วงที่ผ่านมา พอมาถึงช่วงนี้ ถ้าความสามารถในการทรงตัวของลูกดีพอ เขาจะกระตือรือร้นที่จะลองก้าวเดินโดยไม่ต้องอาศัยที่ยึดเกาะ ซึ่งช่วงแรกลูกอาจจะเดินบ่อยๆ แล้วไม่นานลูกก็เดินได้ดีขึ้นตามลำดับ ที่สำคัญคุณควรจะรอให้ลูกพร้อมที่จะเดินแล้วจึงค่อยหาวิธีต่างๆ มากระตุ้นให้เขาอยากเดินมากขึ้น คุณไม่ควรใช้วิธีบังคับให้ลูกลุกขึ้นมาเดินๆ ทั้งๆ ที่เขายังไม่พร้อม ถ้าลูกอายุครบ 1 ขวบแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเริ่มเดินก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเด็กบางคนจะเริ่มเดินหลังพ้นวัย 1 ขวบไปแล้วประมาณสองสามเดือน บางคนเพิ่งจะเริ่มหัดเดินตอนขวบครึ่งก็มี ฉะนั้นหากเจ้าตัวเล็กยังมีพัฒนาการโดยทั่วไปเป็นไปตามเกณฑ์ปกติก็ไม่มีอะไรน่าเป็นเป็นห่วง แต่ถ้าคุณยังรู้สึกน่ากังวล ก็สามารถปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ

  • หม่ำเองได้แล้วนะ
    ในช่วงวัยนี้ความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อมือของลูกดีขึ้นมาก เจ้าตัวเล็กสามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้หลายอย่างรวมไปถึงการใช้นิ้วน้อยๆ หยิบอาหารเข้าปากด้วย ถึงแม้ว่าลูกจะทำหกเลอะเทอะในช่วงแรกๆ แต่ไม่นานลูกจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ส่วนการใช้ช้อนตักอาหารรับประทานนั้น เจ้าตัวเล็กยังทำได้ไม่ดีนักเพราะลูกต้องใช้ความพยายามในการควบคุมกล้ามเนื้อมือให้ทำงานประสานกับสายตาซึ่งค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับเด็กวัยนี้ ถึงแม้ว่าลูกจะสนุกกับการได้หยิบอาหารเข้าปากด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทานอาหารได้มาก บางครั้งเริ่มทานอาหารได้ไม่กี่คำ เขาก็เริ่มจะเบื่อของเล่นชิ้นใหม่นี้แล้ว เพระาฉะนั้นคุณต้องคอยป้อนอาหารเพิ่มให้ลูกด้วยเพื่อที่ลูกจะได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกมื้อค่ะ

  • ขว้างปา…เสริมทักษะ
    การค้นพบของเล่นใหม่ๆ ยังคงเป็นกิจกรรมที่น่าหลงไหลสำหรับเด็กวัยนี้ แต่คราวนี้เขาจะไม่หยิบของเล่นเข้าปากอย่างที่เคย แต่ลูกจะสนุกกับการได้ใช้มือสัมผัสพื้นผิวที่แตกต่างกันของของเล่นแทน นอกจากนี้ลูกยังสนุกกับการได้ใช้มือในการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ด้วย เช่น ถือของเล่นมากกว่าหนึ่งชิ้น ซึ่งแน่นอนว่า เขาต้องทำของเล่นหล่นจากมือ และสิ่งนี้เองทำให้ลูกเริ่มเรียนรู้เรื่องการปล่อยสิ่งของจากมือ ไม่นานเจ้าตัวเล็กก็จะสนุกกับการได้โยนหรือปาสิ่งของที่อยู่ในมือทิ้งไปด้วย

  • ทักษะการเรียนรู้ของหนู
    ในช่วงขวบปีแรก แม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะยังคงพูดไม่รู้เรื่องเท่าไหร่แต่ความเข้าใจในเรื่องของภาษาและการสื่อสารมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ลูกเริ่มเข้าใจคำถามง่ายๆ ที่คุณถาม เช่น “แก้วน้ำอยู่ไหน?” ซึ่งลูกอาจจะชี้หรือหันไปมองแก้วน้ำหรือถ้าคุณถามว่า “ดื่มน้ำมั้ย?” เจ้าตัวเล็กก็อาจจะตอบรับด้วยการยิ้มให้คุณ หรือพยายามขยับตัวไปหาแก้วน้ำ ในช่วงนี้เด็กบางคนสามารถพูดคำสั้นๆ ได้ 3-4 คำ ถึงแม้ว่าจะมีเพียงคุณและสมาชิกในบ้านเท่านั้นที่เข้าใจว่าลูกพูดอะไร แต่หลังจากนี้ไม่นาน เจ้าตัวเล็กจะพูดได้อีกหลายคำและคนรอบข้างก็สามารถเข้าใจได้ด้วย

    พัฒนาการด้านสมองและความคิดอ่านของลูกก็มีการพัฒนารุดหน้าไปมากเช่นกัน ตอนนี้ถ้าเขามองเห็นภาพในหนังสือ เขาก็จะนึกถึงสุนัขของญาติๆ หรือสุนัขที่เขาเคยเห็นตามท้องถนนและสวนสาธารณะ และเขายังเรียนรู้ด้วยว่าแม้ว่าสุนัขทุกตัวที่เห็นในภาพจะมีความแตกต่างกัน แต่พวกมันก็คือสุนัขเหมือนกันนอกจากนี้ ลูกยังเรียนรู้ในเรื่องของ “ความตรงกันข้าม” ด้วย เช่น เปียก-แห้ง, ร้อน-เย็น, ใหญ่-เล็ก เป็นต้น

    เด็กวัยนี้เริ่มเข้าใจความหมายของเหตุและผลแล้ว เจ้าตัวเล็กรู้ว่าถ้าเขาปาของเล่นลงพื้นจะทำให้เกิดเสียงดัง หรือถ้าเขาทำของเล่นหลุดมือ คุณก็หยิบขึ้นมายื่นให้เขา นอกจากนี้ลูกเริ่มเรียนรู้ว่าของชิ้นไหนทำหน้าที่อะไร คุณจะสังเกตุเห็นว่าเจ้าตัวเล็กจะหยิบโทรศัพท์ของเล่นขึ้นมาแนบหู เลียนแบบเวลาที่คุณคุยโทรศัพท์ หรือหยิบผ้าขนหนูในห้องน้ำมาเช็ดหน้า เป็นต้น

  • สมาธิและความจำของหนู
    คุณจะสังเกตเห็นได้ว่าเจ้าตัวเล็กเริ่มมีสมาธิในการฟังเรื่องสั้นๆ ที่คุณพูด สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะลูกเข้าใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ พัฒนาการด้านความจำของลูกก็มีมากขึ้นด้วย เช่น หากลูกไม่ชอบอาบน้ำ พอถึงเวลาที่คุณตั้งท่าจะพาไปอาบน้ำ เจ้าตัวเล็กก็จะคลานหนีไปทันที เพราะเขาจำได้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ซึ่งบางครั้งก็สามารถสร้างความโกลาหลให้กับคุณได้เหมือนกัน

  • พัฒนาการด้านอารมณ์
    เจ้าตัวเล็กวัยนี้จะมีความสนใจและชอบเลียนแบบพฤติกรรมของเด็กในวัยเดียวกัน เขาสามารถเรียนรู้ได้หลายอย่างจากการมองดูเด็กคนอื่น แม้ว่าเขาจะยังต้องการคุณมากกว่าใครๆ แต่การที่คุณเปิดโอกาสให้ลูกทำความรู้จักกับเพื่อนในวัยเดียวกัน ทำให้ลูกได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้เรื่องการเข้าสังคมของลูกด้วย แต่ขณะที่เจ้าตัวเล็กกำลังเล่นสนุกกับเพื่อนๆ อยู่นั้นก็อาจเกิดเหตุการณ์โกลาหลขึ้นได้ เพราะเด็กในวัยนี้ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เขายังไม่รู้จักคำว่าแบ่งปัน เพระาฉะนั้นลูกจึงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของของเล่นทุกชิ้นที่วางอยู่รอบตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กวัยนี้ คุณต้องให้เวลากับลูกในการเรียนรู้เรื่องการแบ่งปันมากพอสมควร ในขณะเดียวกันคุณก็สามารถสอนลูกให้เขาค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ ได้เช่นกันค่ะ

  • เรียนรู้และเลียนแบบ
    ช่วงขวบปีแรกนี้ เจ้าตัวเล็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างมากมาย และเขาก็อยากไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทุกๆ เหตุการณ์ที่เขาพบเจอด้วย อย่างเช่น เวลาที่ลูกเห็นคุณทำความสะอาดบ้าน กวาดพื้น หรือทำอะไรก็ตาม เขาก็อยากจะเข้าไปร่วมด้วย นอกจากนี้ลูกยังพยายามเลียนแบบท่าทางของคุณด้วย เช่น เวลาที่คุณหวีผมหรือล้างหน้า เขาก็จะทำตาม เวลาที่คุณสวมเสื้อให้ บางครั้งเขาก็จะให้ความร่วมมือโดยการสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อ หรือเวลาที่จะออกไปนอกบ้าน เจ้าตัวเล็กก็จะหยิบรองเท้าของตัวเองมาให้คุณใส่ให้ คุณสามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกได้ โดยการเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่คุณทำ บอกเขาว่าคุณกำลังทำอะไรและเขาสามารถช่วยอะไรได้บ้าง แต่คุณไม่ควรคาดหวังว่าลูกจะเข้าใจและทำได้อย่างที่คุณคิดนะคะเพราะลูกยังเด็ก ต้องอาศัยเวลาในการทำความเข้าใจ แต่ถ้าคุณเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้อยู่เสมอ เขาก็จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ไวขึ้นค่ะ

  • สิ่งของปลอบใจ
    เด็กวัยนี้จะเริ่มติดของบางอย่างเป็นพิเศษ เช่น หมอนข้าง ตุ๊กตา ผ้าห่ม หรือของเล่นชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เขาจะพาเจ้าสิ่งนี้ไปด้วยทุกหนทุกแห่ง กอดติดตัวไว้ไม่ให้คลาดสายตา เป็นเหมือนเครื่องปลอบใจ ช่วยให้นอนหลับอย่างสบายใจ ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นยามหงุดหงิดงอแง โดยเฉพาะที่เวลาไม่มีคุณอยู่ใกล้ๆ คอยปลอบใจการติดสิ่งของเพื่อใช้ เป็นเครื่องปลอบใจนี้เป็นผลมาจากความกังวลเรื่องการแยกจาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้ เจ้าตัวเล็กจะติดสิ่งของปลอบใจนี้ไประยะหนึ่งจนกว่าจะหาวิธีจัดการกับความกังวล นั้นได้แล้วเขาก็จะลืมของชิ้นนี้ไปเอง แต่ในระหว่างนี้ หากคุณกังวลเรื่องความสะอาด เพราะเจ้าตัวเล็กไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตาเลย คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยการหาของที่เหมือนกันมาเก็บไว้อีกหนึ่งชิ้น เวลาที่คุณต้องการนำไปทำความสะอาดก็จะได้มีชิ้นสำรองเอาไว้ให้ลูก หรือหากของชิ้นนั้นเกิดสูญหาย คุณก็ยังมีสิ่งของชิ้นใหม่มาทดแทนให้ลูกได้ค่ะ

ยิ่งลูกโตขึ้นมากเท่าไหร่ ยิ่งมีเรื่องที่คุณต้องใส่ใจดูแลมากขึ้นเท่านั้น แต่เราเชื่อว่าการดูแลลูกเป็นการสุขใจอย่างหนึ่ง และเมื่อคุณได้เห็นเขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ มีความสมบูรณ์ พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ นั่นคือ รางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณพ่อ คุณแม่แล้วล่ะค่ะ


(update 9 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.155 June 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600