9-12 เดือน สนุกในวัยเตาะแตะ


ช่วงวัยใกล้ขวบ 2-3 เดือนสุดท้ายของขวบปีแรกนี้มีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้นหลายเรื่องเชียวค่ะ แต่เรื่องที่ทั้งลูกน้อยเองและคุณพ่อคุณแม่ดูจะตื่นเต้นมากๆ ก็คือ หนูกำลังหัดเดิน

ช่วงวัยนี้ของลูกกิจกรรมที่สนุกสนาน อย่างการหัดคลานจะกลายเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อหน่ายไปแล้ว แม้เด็กบางคนจะยังคลานไม่คล่องก็ตาม เพราะลูกกำลังค้นพบกิจกรรมใหม่ที่ท้าทายพลังความสามารถกว่าเดิม นั่นก็คือการหัดยืนหรือหัดเดินนั่นเองค่ะ ซึ่งในช่วงนี้ลูกน้อยจะต้องการกำลังใจและการดูแลเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่เป็นพิเศษค่ะ

จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้ลูกจะเริ่มรู้จักการหัดยืนหัดปืนและสามารถลุกขึ้นหรือนั่งลงด้วยตัวเอง ความสามารถในการใช้มือก็ทำได้ดีมากขึ้น

ส่วนพัฒนาการทางด้านจิตใจและการเรียนรู้ ลูกเริ่มมีความรู้สึกกลัวในสิ่งต่างๆ เริ่มเรียนรู้ที่จะเลียนแบบการกระทำหรือการแสดงออกของคนรอบข้างมากขึ้น เริ่มที่จะเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ และมีอาการดื้อและงอแงมากขึ้นด้วย ฉะนั้นอย่ามัวตื่นเต้นกับความสามารถใหม่ของลูกจนลืมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆ ของลูกด้วยนะคะ


  • เริ่มหัดเดิน
ช่วงเดือนที่ 10-12 นี้ ลูกสามารถยืนได้ด้วยตัวเองดีขึ้นและเริ่มที่หัดเดินแล้ว โดยมีตัวช่วยคือ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เป็นหลักให้ลูกได้ฝึกเกาะยืน ฝึกเดินไปทีละนิดค่ะ ในช่วงแรกๆ ที่ลูกหัดเดินนั้น ลูกอาจขาดความมั่นใจ กลัว หรือรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย คุณอาจช่วยสร้างความมั่นใจ โดยการอยู่ใกล้ๆ หรือรออยู่อีกจุดหนึ่งที่ลูกกำลังจะเดินไปถึงและในคราวต่อไปลูกก็จะสามารถเดินได้ดีขึ้นค่ะ

คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะหาอุปกรณ์ที่คิดว่าจะช่วยให้ลูกหัดเดินได้เร็วขึ้นมาให้ลูกใช้ เช่น รถหัดเดินนั้นขอบอกว่าเป็นวิธีที่ไม่ค่อยดีนักค่ะ เพราะผลที่ตามมานั้นลูกอาจเกิดอาการหงุดหงิดเพราะรถหัดเดินนั้นมีความเร็วเกินกว่าที่ลูกจะเดินตามหรือควบคุมได้ ที่สำคัญมากๆ ก็คือ รถหัดเดินนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายด้วย และไม่ได้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านนี้ของลูกเท่าไหร่ หรือแม้แต่การใช้อุปกรณ์ช่วยเดินบางประเภทนั้นก็จะทำให้กล้ามเนื้อของลูกถูกยับยั้งไม่ให้มีการพัฒนาอีกด้วย สองมือช่วยประคองและกำลังใจจากพ่อแม่นี่ล่ะส่งเสริมพัฒนาการการเดินของลูกได้ดีที่สุดค่ะ

พอถึงเดือนที่ 12 ลูกจะสามารถเดินได้อย่างคล่องแคล่ว มีอิสระในการเคลื่อนไหวไปในที่ต่างๆ เพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ ภายในบ้านมากขึ้น เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกในช่วงนี้อย่างใกล้ชิดค่ะ เพราะลูกอาจได้รับอันตรายจากการเดินสำรวจได้

คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านควรระมัดระวังข้าวของเครื่องใช้ที่อาจก่ออันตรายให้ลูก เช่น ของใช้มีคม หรือมุมโต๊ะ เหลี่ยมเสา โดยหาผ้านิ่มๆ มาพันเอาไว้ ทางลงบันไดหรือประตูออกไปนอกบ้านคงต้องติดประตูกั้นไว้ หรือกำหนดบริเวณปลอดภัยสำหรับให้ลูกเล่นและเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้อย่างปลอดภัย หรือจะใช้ Play pen ที่เขามีขายสำเร็จรูปก็ได้ค่ะ

ถ้าหากเด็ก 11 เดือนบางคนยังไม่สามารถยืนหรือยังไม่เริ่มหัดเดินล่ะก็ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะพัฒนาการของเด็กแต่ละคนนั้น จะมีความช้าเร็วแตกต่างกัน แต่ถ้าลูกมีความผิดปกติทางร่างกายจนเป็นเหตุให้ยืน เดินผิด เช่น ขาและข้อเท้าดูผิดปกติ ขาโก่ง ฝ่าเท้าไม่มีส่วนโค้ง ควรรีบปรึกษาแพทย์


  • กลัวในสิ่งใหม่ๆ
ในวัย 9 เดือน ลูกจะมีอาการกลัวสิ่งต่างๆ หรือกลัวในสิ่งที่ไม่เคยกลัวมาก่อน แต่ที่พบบ่อยคือ “การกลัวความสูง” เพราะเมื่อลูกสามารถยืนขึ้น ระดับสายตาจะสูงกว่าเดิม ทำให้ลูกรู้สึกถึง “ช่องว่าง” หรือ “ความห่าง” มากยิ่งขึ้น หรือกลัวในสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว เช่น กลัวของเล่นที่เคลื่อนไหวได้ วิธีแก้ไขคือ คุณต้องเข้าไปโอบพร้อมกับปลอบลูกว่า ของเล่นชิ้นนั้นไม่ทำอันตรายลูกและเล่นของเล่นชิ้นนั้นให้ลูกเห็น เพื่อให้ลูกรับรู้ด้วยตัวเองว่าสิ่งนั้นไม่เป็นอันตรายจริงๆ แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าบังคับให้ลูกจับและเล่นทั้งที่แกยังรู้สึกกลัวอยู่

เมื่อถึงเดือนที่ 12 ลูกจะเริ่มกลัวคนแปลกหน้าและสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัว ทำให้เกิดอาการ “ติดแม่” ลูกจะอยากอยู่ใกล้ๆ ตัวคุณเกือบทุกเวลา ช่างอ้อน ร้องไห้เก่งต้องการให้คุณมาโอบกอด และหากว่าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องห่างลูกไปที่อื่นล่ะก็ คุณควรหาคนดุแลที่ลูกรู้จักคุ้นเคยและอีกไม่นานเขาก็จะปรับตัวได้ค่ะ


  • นักเรียนรู้-นักเลียนแบบ ตัวเล็ก
วัยนี้เป็นช่วงแห่งการเรียนรู้ ซึ่งกระบวนการเรียนรู้นั้นจะเริ่มจากการเลียนแบบไปจนถึงขวบปีที่ 2 เลยค่ะ

ลูกจะใช้ความสามารถในการจำตัวอย่าง จำพฤติกรรมต่างๆ ของคุณและคนรอบๆ ตัวเพื่อที่จะทำตาม นี่จึงเป็นโอกาสดีค่ะ ที่คุณจะสอนให้ลูกเข้าใจความหมายและเริ่มต้นสอนเรื่องต่างๆ ให้กับลูก เช่น ใช้ช้อนตักข้าวกินด้วยตัวเอง ดื่มน้ำจากแก้ว เป็นต้น หรือถ้าคุณทำท่าประกอบกับคำพูดให้ลูกเห็นบ่อยๆ ลูกก็จะค่อยๆ เรียนรู้ค่ะว่าท่าทางแบบนี้กับเสียงแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เช่น ถ้าคุณหลับตาปี๋ แล้วบอกลูกว่า “เปรี้ยวจังๆ” ทุกครั้งที่กินอะไรเปรี้ยวๆ ลูกก็จะค่อยๆ เชื่อมโยงคำที่ได้ยิน ภาพที่เห็น และรสชาติเปรี้ยวที่ได้ชิม เกิดการรับรู้ว่าของสิ่งนั้นเปรี้ยว เป็นต้น

ความสามารถในการจำของลูกวัย 10 เดือนนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง “วัตถุคงอยู่” ให้ลูกด้วย จากเดิมที่ลูกยังไม่สามารถเข้าใจเรื่องนี้ เมื่อลูกเห็นสิ่งของหรือบุคคลใดต่อหน้าเขา และต่อมาของสิ่งนั้นเลื่อนไป หายไปจากสายตา ก็จะคิดว่าสิ่งของนั้นยังอยู่ไม่ได้หายไปไหน นั่นเพราะความสามารถในการจำของลูกมีมากขึ้น จำอะไรได้นานขึ้นนั่นเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมความเข้าใจในเรื่องนี้ให้กับลูกโดยการเล่นซ่อนหาสิ่งของ

พอเริ่มเข้าสู่เดือนที่ 10-12 พฤติกรรมการเลียนแบบของลูกยิ่งมีความชัดเจนและเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากลูกมีความสามารถในการจดจำราบละเอียดได้มากกว่าเมื่อก่อน เช่น ลูกจะคอยดูและจดจำพฤติกรรมของแม่ขณะที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ซึ่งในเวลาต่อมาลูกอยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง นอกจากนี้ลูกยังเริ่มเลียนแบบคำพูดหรือเสียงของคุณพ่อคุณแม่เช่น เวลาคุณแม่พูดคำว่า “หม่ำ หม่ำ” เวลาป้อนข้าวให้ลูก จึงไม่ต้องแปลกใจเวลาที่ลูกพูด “หม่ำ หม่ำ” เมื่อลูกหิว


  • ไม่มีอะไรที่สำคัญกว่าคุณ
หากคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตดูจะเห็นว่าไม่ว่าจะพัฒนาการทางด้านร่างกายหรือในด้านการเรียนรู้ของลูกนั้น จะมีคุณพ่อคุณแม่เป็นส่วนร่วมหรือเป็นตัวผลักดันเสมอค่ะ

นั่นเป็นเพราะคุณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ลูกต้องการ เพราะลูกต้องการที่จะอยู่ใกล้คุณยามที่เขาต้องการใครสักคน เพื่อเป็นกำลังใจในการที่จะทำสิ่งต่างๆ ลูกต้องการแบ่งปันความรู้สึกดีใจหรือเสียใจด้วยค่ะ

เพระาฉะนั้นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมหรือผลักดันให้ลูกมีพัฒนาการที่ก้าวไกลนั้นไม่ใช่หนังสือคู่มือต่างๆ หรือเครื่องมือต่างๆ แต่เป็นตัวของคุณพ่อคุณแม่เองค่ะ

พัฒนาการของเด็กแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจย่อมแตกต่างกันค่ะ ลูกอาจจะมีพัฒนาการที่เร็วกว่าหรือช้ากว่าเด็กคนอื่นก็ได้ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคาดหวังให้ลูกมีพัฒนาการตามตารางหรือเท่ากับเด็กคนอื่นทุกอย่าง แต่ควรที่จะหาทางส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมกับความสามารถของลูก เพื่อที่ลูกจะได้ฝึกพัฒนาการไปอย่างมีความสุขและสนุกสนานกับการเรียนรู้โดยมีคุณคอยอยู่เคียงข้างค่ะ.


(update 24 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 281 มิถุนายน 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600