พัฒนาการของหนูที่คุณแม่ควรรู้


และแล้วคุณก็ได้ชื่นชมเจ้าตัวเล็กสมใจ หลังจากที่รอคอยมานานถึง 9 เดือน…

แต่นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นค่ะคุณต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมากมายเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็ก เพื่อจะได้เลี้ยงดูลูกได้อย่างถูกต้อง ส่งเสริมอย่างถูกเวลา ให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัยฉบับนี้ เรามาทำความรู้จักกับเจ้าตัวน้อยวัยแรกเกิด-2 เดือนกันก่อนว่าในช่วงวัยนี้ลูกมีพัฒนาการอย่างไร และคุณแม่สามารถทำอะไรให้ลูกได้บ้าง
  • วัยแรกเกิด - 2 เดือน
ดูเหมือนว่าสิ่งที่เจ้าตัวน้อยของคุณทำเป็นส่วนใหญ่ในระยะนี้คือ กิน…นอน…แล้วก็ร้องไห้ แต่ความจริงคือลูกเริ่มมีพัฒนาทักษะใหม่ๆ ตั้งแต่แรกคลอดแล้วค่ะ เจ้าตัวเล็กของคุณจะมี พัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ หลังก้าวผ่านเดือนที่ 2 ของชีวิต บุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของลูกจะเริ่มฉายแววออกมาให้คุณเห็นอย่างชัดเจนขึ้น

พัฒนาการด้านร่างกาย

คุณจะสังเกตเห็นว่าในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังคลอด เจ้าตัวเล็กจะยังนอนขดตัวในท่าคุดคู้เหมือนตอนที่อยู่ในท้องแม่ มือทั้งสองข้างยังคงกำแน่นไม่คลาย

สำหรับเรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายลูกนั้น คุณไม่ต้องห่วงค่ะเพราะลูกน้อยของคุณมีการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายตั้งแต่อยู่ในท้อง คุณจะรู้สึกได้เวลาที่ลูกดิ้น หลังคลอดเจ้าตัวเล็กก็เลยมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายได้มากกว่าตอนที่อยู่ในท้อง หลังตื่นนอนถ้าอยู่ในอารมณ์อยากเรียนรู้ เจ้าตัวเล็กของคุณจะเตะขาสูงอย่างกระฉับกระเฉง โดยเฉพาะการเตะขาเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบๆ ตัว หรือเวลาที่อารมณ์บ่จอย เจ้าตัวน้อยก็จะร้องไห้จ้า ยกขาถีบอากาศ อาละวาดเต็มที่เหมือนกันค่ะ

การเคลื่อนไหวของร่างกายในช่วงนี้เกิดจากการกระตุกของกล้ามเนื้อ หรือเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ควบคุมไม่ได้ แต่ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อของลูกมีความแข็งแรงขึ้นและยังเป็นการช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของประสาท ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ลูกในการเรียนรู้ที่จะควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต่อไป

ในช่วงวัย 2 เดือน ลูกจะนอนน้อยลง คุณควรปล่อยให้ลูกได้นอนเล่นบนพื้นราบบ้าง เพื่อให้ลูกได้ออกกำลังแขนขาได้อย่างเต็มที่ ทารกในวัยนี้สามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อแขนได้ดีขึ้น แต่เรื่องของการทำงานประสานกันระหว่างอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายและความสามารถในการกะระยะห่างระหว่างสิ่งของ ยังต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาอีกระยะหนึ่ง

แม้จะต้องการเวลาในการนอนเล่นยืดเส้นยืดสาย แต่เจ้าตัวน้อยก็ต้องการคุณแม่ด้วยในช่วงที่เขาตื่น คุณจึงไมี่ควรปล่อยให้ลูกนอนเล่นคนเดียวนานๆ ควรอยู่ใกล้ๆ คอยเล่น คอยพูดคุยด้วยเพื่อช่วยกระตุ้นการพัฒนาด้านอื่นๆ ของลูกไปพร้อมๆ กัน

กล้ามเนื้อคอและการประคองศรีษะ

ก่อนที่ลูกจะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เอง เจ้าตัวน้อยต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมกล้ามเนื้อคอและพยายามประคองศรีษะให้ได้ด้วยตัวเองก่อน ซึ่งในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก กล้ามเนื้อคอและกล้ามเนื้อช่วงต่อระหว่างลำคอกับแผ่นหลังจะเริ่มมีความแข็งแรงขึ้นบ้างแล้ว ลูกจะพยายามยกชันคอขึ้นได้เองประมาณ 45 องศา ในเวลาสั้นๆ และลูกจะสามารถทำได้ดีขึ้นในช่วงอายุประมาณ 4 เดือน ฉะนั้นช่วงนี้เวลาที่คุณอุ้มเจ้าตัวเล็ก คุณต้องช่วยพยุงศรีษะและต้นคอของลูกเอาไว้เสมอ
  • หนูเริ่มเหยียดตัวแล้วนะ
หลังคลอดได้ 2-3 สัปดาห์ เจ้าตัวน้อยจะเริ่มเหยียดตัวออกกล้ามเนื้อหัวเข่าและสะโพกก็เริ่มแข็งแรงขึ้นและไม่งองุ้มเหมือนตอนแรกเกิด นิ้วมือน้อยๆ ที่กำแน่นในช่วงแรกเกิดก็จะเริ่มคลายออกทีละนิ้วจนสามารถแบมือได้และพร้อมที่จะกำสิ่งของได้แล้ว ในช่วงปลายเดือนที่ 2 ถ้าคุณหยิบของเล่นที่มีเสียงกรุ๋งกริ๋งใส่มือให้ ลูกก็จะกำของเล่นและสามารถถือไว้ได้เองในช่วงสั้นๆ ด้วยค่ะ

ทักษะการเรียนรู้

พัฒนากานลูกไม่เคยหยุดนิ่ง เขาจะมีการเรียนรู้และมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา และทราบไหมคะว่าว่าปัจัยสำคัญในการพัฒนาการเรียนรู้ของลูกในวัยนี้ก็คือคุณแม่นั่นเองค่ะ เจ้าตัวเล็กจะมีปฏิกิริยาตอบรับกับทุกสิ่งที่คุณพูดหรือทำให้อย่างแทบไม่น่าเชื่อ ลองสังเกตดูนะคะว่าเจ้าตัวเล็กจะสงบลงและตั้งใจฟังมากขึ้นเวลาที่ได้ยินเสียงคุณหรือเวลาที่พูดคุยด้วย เขาจับจ้องที่ริมฝีปากของคุณอย่างตั้งอกตั้งใจ เวลาที่คุณเดินเข้ามาใกล้ ลูกก็จะขยับตัวไปมาด้วยความตื่นเต้น เขาจะมีความสุขมากกับปฏิสัมพันธ์ที่มีระหว่างกันในระหว่างนี้ และในขณะเดียวกัน สมองของลูกก็ได้รับการกระตุ้นให้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ขะช่วยให้ลูกสามารถตอบสนองต่อความรักที่คนรอบข้างมีให้ในอนาคต

การมองเห็น

ประสาทสัมผัสทุกด้านของลูกจะมีการปรับและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวที่จำเป็นต่อการอยู่รอดและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ของเขา ในช่วงเดือนแรก ประสาทสัมผัสด้านการมองจะมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปหลายขั้น เริ่มแรกลูกจะมองเห็นเพียงเค้าโครงของสิ่งของ เนื่องจากความสามารถในการมองจุดศูนย์กลางของสิ่งต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ลูกจะชอบมองสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าในระยะ 20-35 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะห่างพอๆ กับเวลาที่คุณอุ้มลูกให้นมพอดี ลูกจึงชอบจ้องมองหน้าคุณมากในระยะนี้ การพยายามเพ่งมองหน้าคุณและสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาการการมองเห็นของลูกเป็นอย่างมาก เมื่อลูกมีอายุครบ 1 เดือน เขาจะสามารถมองเห็นสิ่งของที่ห่างออกไปในระยะ 90 เซนติเมตรได้

คุยกับหนูหน่อย

ในวัยนี้ ลูกจะตื่นตัวกับเสียงและจังหวะสูงต่ำของภาษาอยู่ตลอดเวลา คุณควรจะพูดคุยกับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยพยายามปรับน้ำเสียงให้มีความแตกต่างอย่างชัดเจรนเพื่อที่ลูกจะได้แยกแยะความแตกต่างของเสียงได้ง่ายขึ้น ไม่นานลูกจะเข้าใจภาษาพูดมากขึ้น เขาจะเริ่มโต้ตอบกับคุณด้วยการส่งเสียงอ้อแอ้หรือขยับปากตามตามเวลาที่คุณพูดด้วย

จดจำรายละเอียด

ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ความสามารถในการจำของลูกยังมีน้อยมาก แต่สมองของลูกก็มีพัฒนาการด้านการจำเพิ่มมากขึ้นทุกวัน นอกจากพัฒนาการด้านธรรมชาติแล้ว คุณแม่สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านี้ได้ด้วยการให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวโดยใช้ประสาทสัมผัสมากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น ถ้าลูกมองของเล่นสักชิ้นและได้สัมผัสมันไปพร้อมๆ กัน เขาจะสามารถจดจำของเล่นได้เร็วกว่าการที่คุณให้ลูกจ้องมองเพียงอย่างเดียวเพราะระบบความจำของลูกจะเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับรูปทรงและพื้นผิวจากการสัมผัส และเก็บรายละเอียดของโครงร่างและสีจากการมอง ยิ่งเก็บรายละเอียดได้มาก สมองก็จะมีการพัฒนามากตามไปด้วย

พัฒนาการด้านอารมณ์

ทารกแรกเกิดจะมีความรู้สึกไวต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากพฤติกรรมการแสดงออกของลูก เวลาที่คุณหงุดหงิดหรือมีความกังวลใจ เจ้าตัวเล็กจะมีอาการร้อนรนกระวนกระวายใจ และเมื่อคุณมีความสุขหรืออยู่ในอารมณ์ผ่อนคลาย เจ้าตัวเล็กก็จะมีท่าทีที่สงบลง ลักษณะอารมณ์อ่อนไหวและไวต่อสิ่งรอบตัวแบบนี้เป็นลักษณะเฉพาะของเด็กแรกเกิด เมื่อเวลาผ่านไป พัฒนาการด้านอารมณ์จะช่วยปรับอารมณ์ที่อ่อนไหวและช่วยให้ลูกสามารถตอบสนองต่อคนรอบข้างได้อย่างเหมาะสมขึ้น ภาวะการับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นเป็นรากฐานของพัฒนาการการเข้าสังคมของลูกด้วย

ในช่วงแรกของการใช้ชีวิตด้วยกัน คุณแทบจะไม่สามารถเดาได้ว่าลูกรู้สึกยังไงและต้องการอะไรกันแน่ แต่เมื่อใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น คุณจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของลูกได้ดีขึ้น ทำให้ทั้งคุณและลูกมีความรู้สึกที่แนบแน่นต่อกันมากขึ้นด้วย

เมื่อหนูอารมณ์ดี

เวลาที่อารมณ์ดีมีความสุข ลูกจะนอนนิ่งๆ จ้องมองดวงตาทั้งคู่ของคุณหรือมองสิ่งของรอบๆ ตัวอย่างตั้งอกตั้งใจ คุณจะเห็นพฤติกรรมแบบนี้ได้ในช่วงสั้นๆ เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเด็กแรกเกิดจะหมดไปกับการกินและนอน แต่ช่วงเวลาแบบนี้ก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะลูกได้สังเกต ได้คิด ได้จดจำ ซึ่งเป็นการบริหารสมองที่ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นช่วงเวลาที่คุณทั้งคู่มีความสนใจร่วมกันการที่มีคุณอยู่ใกล้ๆ จะทำให้ลูกรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และมีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

การที่คุณรับรู้ความสุขของลูกได้นับเป็นสัญญาณที่ดีเพราะนั่นหมายความว่าคุณเข้าใจและให้ในสิ่งที่ลูกต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้คุณมีความมั่นใจในการเป็นแม่มากขึ้นและทำให้คุณกับลูกผูกพันกันมากขึ้นด้วย

เมื่อหนูอุแว้…คุณแม่ทำไง

คุณต้องให้ความสำคัญกับเสียงร้องของลูกวัยนี้เป็นอันดับแรก เพราะมันเป็นการสื่อสารถึงความต้องการมากมายของลูก เจ้าตัวเล็กอาจจะหิว ไม่สบายตัวหรืออยากให้อุ้ม ซึ่งเป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่จะต้องตอบสนองต่อเสียงร้องของลูกและให้ในสิ่งที่เขาต้องการที่คุณให้ความรักและเอาใจใส่กับลูกอย่างเต็มที่จะช่วยสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะตอบสนองต่อคุณในทางที่ดีและยังเป็นการช่วยให้ลูกมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยและเป็นเด็กที่มีความมั่นใจมากขึ้นด้วย

2-3 สัปดาห์หลังคลอดถึงแม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะใช้เสียงร้องเป็นหลักเพื่อให้คุณตอบสนองความต้องการของเขา แต่ลูกก็เริ่มเรียนรู้ที่จะใช้วิธีใหม่ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณ เจ้าตัวเล็กจะแสดงออกทางสีหน้าท่าทางเพื่อบอกให้คุณรู้ว่าเขาต้องการอะไรด้วย

แม้จะอายุเพียง 2 เดือน แต่ลูกของคุณก็สามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป คุณจะได้เห็นเจ้าตัวเล็กทำอะไรใหม่ๆ ให้คุณสุขใจได้ทุกวัน ในวัยนี้คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากไปกว่าการให้ความรักความอบอุ่นกับลูกอย่างเต็มที่ แล้วคุณจะได้เห็นลูกรักเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

ยิ้มแรกของหนู

แม้ว่าคุณจะเห็นรอยยิ้มของลูกเป็นครั้งคราวในช่วงสัปดาห์แรกๆ แต่นั่นเป็นเพียงยิ้มอย่างไม่มีความหมายอะไร คุณจะเริ่มเห็นยิ้มแรกที่มีความหมายของลูกได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 โดยสังเกตได้จากใบหน้าที่มีความสุข ดวงตาที่เป็นประกายขณะยิ้ม และเมื่อคุณยิ้มตอบ คุณจะได้เห็นรอยยิ้มที่มีความหมายแบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

วันเวลาอันแสนสุขของหนู

เมื่อลูกเริ่มยิ้มเป็น เขาจะยิ้มไม่หยุดและจะส่งยิ้มหวานให้กับทุกคนโดยเฉพาะคนที่เข้ามาทักทายพูดคุยด้วย แต่ไม่นานเจ้าตัวเล็กของคุณจะเริ่มเลือกคนที่เขาจะส่งยิ้มให้ ไม่แจกยิ้มไปทั่วเหมือนเมื่อก่อน ลูกเลือกที่จะยิ้มให้เฉพาะกับคนที่คุ้นเคย และเรียนรู้ที่จะแยกแยะระหว่างคนคุ้นเคยกับคนแปลกหน้า พัฒนาการขั้นนี้เป็นช่วงเวลาสุขสันต์หรรษาสำหรับทารกรอยยิ้มของลูกบอกคุณว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนที่มีคุณอยู่ด้วย คุณก็ควรจะยิ้มตอบลูกทุกครั้งเพื่อเป็นการบอกให้ลูกรู้ว่าคุณมีความสุขมากเช่นกัน


(update 19 เมษายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.150 January 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600