ปฏิภาณดนตรี และ ความคิดสร้างสรรค์


อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าววาจาอมตะว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เพราะไอน์สไตน์เชื่อว่า ความรู้มีปรากฎอยู่มากมาย มนุษย์เราสามารถแสวงหาได้ แต่จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มนุษยืต้องสร้างให้เกิดขึ้นกับตนเอง ไม่สามารถไปแสวงหาหรือหยิบยืมจากที่ใดๆ ได้และจิตนาการรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์นี่แหละคือที่มาของความรู้ใหม่ๆ ที่ก่อให้เกิดความรุ่งเรืองผาสุกในชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์

โลกในปัจจุบันกำลังจะถึงทางตันน้ำมันซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันกำลังจะหมดไปภายในไม่ช้า ไมโครชิพที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานอยู่ในปัจจุบันกำลังเกิดปัญหาเรื่องสมรรถภาพในการประมวลผลที่วับซ้อน และปัญหาความร้อนที่เกิดจากการทำงานของมัน ปัญหาทั้งหมดต้องการความรู้เทคนิคและทรัพยากรใหม่ มาเพื่อแก้ปัญหา ความรู้ที่มีอยู่เดิมไม่อาจแก้ปัญหาได้ การแสวงหาความรู้ใหม่ วิธีการใหม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น แน่นอนการคิดแบบนอกกรอบจากความรู้เดิมเท่านั้นจึงจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ วิธีการคิดแบบนี้แหละที่เราเรียกว่า “ความคิดสร้างสรรค์”


เราจะสร้างและปลูกฝังให้
เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร

นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้สรุปลักษณะของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ไว้คร่าวๆ ว่า คนๆ นั้นจะมีลักษณะที่มุ่งมั่นสูงในสิ่งที่ตนเองคิด ไม่มีความหวั่นไหวกับความล้มเหลวที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจะมีวิธีการมองข้อมูลที่มีอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ เสมอ หนึ่งบวกหนึ่งของคนเหล่านี้จะไม่เป็นสองเสมอไป อาจเป็นสามหรือสี่ หรือแม้แต่ค่าเป็นอนันต์ก็ได้

คนเหล่านี้มักจะมีประสบการณ์เยอะ ได้รู้ ได้เห็น ได้ศึกษามามาก ประสบการณ์มากมายของเขาจึงก่อให้เกิดความคิดและวิธีการใหม่ๆ ได้ตลอด

และบางทีคนแบบนี้มักจะมีอะไรแปลกๆ คิดแปลก ทำอะไรแปลกๆ หรือบางทีอาจมีคนบอกว่าเหมือนเด็กๆ วัยเด็กเป็นช่วงวัยที่มีความคิดแบบสร้างสรรค์ได้มากที่สุด เพราะเด็กไม่มีกรอบให้ต้องยึดถือ หากผู้ใหญ่ทำตัวผ่อนคลายและเล่นแบบเด็กๆ ได้บ้างบางครั้งความคิดดีๆ ใหม่ๆ ก็อาจจะหลุดออกมาได้

จากการสังเกตลักษณะบุคคลที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์พอจะสรุปได้ว่าหากจะฝึกฝนคนให้เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์มีวิธีการคิด และวิธีการมองปัญหาที่แตกต่างไปจากเดิม สะสมประสบการณ์เรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างกว้างขวาง มีวิธีการปลดปล่อยตนเองให้หลุดออกจากขนบประเพณีบางอย่าง ซึ่งฟังดูแล้วก็น่าจะง่าย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ยากมากๆ

เราลองพิจารณาประสบการณ์ทางดนตรีที่เราเรียกกันว่า “ปฏิภาณดนตรี” หรือ “การค้น” ดูมันเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์

ผู้อ่านคงเคยดูดนตรีแจ๊ซนะครับ บางครั้งนักดนตรีขึ้นไปเล่นโดยไม่มีโน้ต โน้ตที่ใช้เล่นคิดเอาตอนนั้น และสามารถเล่นไปกับคนอื่นๆ ทั้งวงได้ เราเรียกว่า “การค้นเพลง” หรือ “ปฏิภาณดนตรี” ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Improvisation”

การด้นเพลงอาจจะมีกฎเกณฑ์อยู่บ้าง ก็แค่ว่าทั้งวงเขากำลังเล่นบันไดเสียงอะไรอยู่ ก็เล่นให้มันเข้ากับบันไดเสียงเขาส่วนจะเล่นโน้ตตัวไหน เป็นทำนองอย่างไรเชิญตามสะดวก ส่วนการเล่นแบบนี้มันจะโยงไปสู่กสนฝึกฝนสิ่งที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร เรามาวิเคราะห์ดูครับ

ประการแรก คือความกล้าที่จะคิดแสดงออกในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ก็ทำนองเพลง ตัวโน้ตที่เราเล่น เราแต่งเอาสดๆ ตอนนั้น บางทีให้เล่นซ้ำยังไม่เหมือนเดิมเลย ที่สำคัญคือ ถ้าเราไม่กล้าเริ่มต้นก้าวเดิน ก็จะไม่มีเดินทางเกิดขึ้น

อีกอย่างหนึ่งการเล่นดนตรีแบบนี้บางครั้งคนอาจจะฟังว่าเพราะ หรืออาจจะบอกว่ามันน่ารำคาญ แต่เมื่อเราทำบ่อยๆ ประสบการณ์ที่สั่งสมมันจะทำให้เราเกิดความรู้ ทักษะ และความชำนาญเอง

ความกล้าและประสบการณ์ที่เรามีในด้นเพลงที่จะเป็นฐานให้เรากล้าคิดหรือทำในสิ่งอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน เพราะโดยธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์นั้นรูปแบบของประสบการณ์ที่ได้รับมาก่อนหรือ “Pattern” จะเป็นต้นแบบในการเรียนรู้หรือต้นแบบของการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ในภายหลัง หากเรากล้าที่จะด้นเพลง เราก็กล้าที่จะทำอะไรๆ ใหม่ๆ โดยที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนได้

ประการที่สอง ถ้าเราสามารถทนต่อเรื่องนินทาในการด้นเพลงของเราได้ และฝึกฝนต่อไปได้เรื่อยๆ จนเกิดความชำนาญ นั่นก็หมายความว่าเราสามารถทนต่อความไม่สำเร็จของงานได้ แต่ถ้ามีความพยายาม สุดท้ายมันก็สำเร็จเอง

ประการที่สาม การที่เราจะด้นเพลงได้ดี ประสบการณ์ในการฟังเพลงของเราจะต้องมาก มันถึงจะเกิดการรับรู้และเกิดความรู้สึกได้ว่าด้นแบบไหนมันถึงจะเพราะ ฝึกทั้งเพลง ฝึกทั้งเล่นสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นความสามารถประจำตัวของเรา เกิดแนวทาง เกิดการค้นพบตัวเอง นี่คือหัวใจครับ เพราะมันคือสิ่งที่เรียกว่า “ความคิดสร้างสรรค์”

ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำกัดเรื่องของดนตรีเท่านั้นมันส่งอิทธิพลไปสู่เรื่องอื่นๆ ด้วย อย่างเวลาไอน์สไตน์คิดอะไรไม่ออก เขาจะเล่นไวโอลินเสมอ และในสมองของมนุษย์เรานั้นความคิดสร้างสรรค์ไม่ว่าในเรื่องของดนตรี ศิลปะ หรือเรื่องอื่นๆ ทั้งหมดใช้สมองส่วนเดียวกันคิดทั้งนั้น ความคิดสร้างสรรค์ด้านดนตรีจึงส่งอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์อื่นๆ ของมนุษย์ได้

ประการสุดท้าย การฝึกฝนดนตรีไม่ได้ก่อให้เกิดเพียงแค่ความคิดสร้างสรรค์ ดนตรีทำให้หูของเราละเอียดขึ้น สามารถจำแนกความแตกต่างของเสียงได้ดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อการสื่อสารของเราด้วย ดนตรีทำให้เราอ่อนโยนขึ้น ดนตรีทำให้เราผ่อนคลายจากความตึงเครียด ดนตรีทำให้เรามีสมาธิ ดนตรีทำให้ความสามารถในการมองความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง หรือมิติสัมพันธ์ (Spatial - Temporal Reasoning) ของเราเพิ่มมากขึ้น นี่คือ คุณูปการของดนตรี

และนี่คือเหตุผลที่พยายามเสนอว่า หากต้องการความคิดพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในตัวเรา ในบุตรหลาน ประสบการณ์ทางดนตรีที่เรียกว่าปฏิภาณดนตรี หรือการด้นเพลง หรือ Improvisation เป็นบทเรียน หรือแบบฝึกหัดที่เราไม่น่าจะมองข้าม


(update 24 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 281 มิถุนายน 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600