วิธีพัฒนาความมั่นใจของลูกน้อยให้เติบโต


เด็กที่มีความมั่นใจสูง จะเป็นผู้ที่ชอบทำอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถของตัวเอง กล้าที่จะเข้าหาผู้คน คบหาคนใหม่ หากจะถามว่ามนุษย์มีความเชื่อมั่นในตนเองติดตัวมาแต่กำเนิดแล้วหรือไม่ ขอตอบว่า หากความเชื่อมั่นเอื้ออาทรของผู้เป็นแม่ เป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงบำรุงร่างกายและจิตวิญญาณของลูก ทุกคนก็น่าจะเกิดมาพร้อมกับความเชื่อมั่นในตนเองด้วยกันทุกคน

ลูกน้อยในครรภ์สามารถมีชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยเลือดเนื้อของคุณแม่ ซึ่งได้รับจากความรักความอบอุ่นในโลกแคบๆ แต่แสนสบายและปลอดภัย และจะเชื่อมั่นว่าเขาจะอบอุ่นปลอดภัยเช่นนี้ไปตลอดกาล แต่เมื่อเขาต้องคลอดออกมาแล้ว ลูกจะยัง “อยู่ได้” “เป็นได้” “สุขได้” ก็เพราะความฟูมฟักของผู้เป็นแม่ ทั้งน้ำนมที่หลั่งจากอกแม่ ทั้งอ้อมแขนที่อบอุ่น เสียงปลอบขวัญยามลูกน้อยร้องเรียกหา แต่ถ้าเมื่อใดสิ่งเหล่านี้ขาดหายไป เมื่อนั้นความรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเอง ที่รู้สึกว่ามีความมั่นคงปลอดภัย ก็จะขาดหายไปด้วย

เพราะลูกรู้สึกถึงความรักที่มั่นคงหนักแน่น จากผู้เป็นแม่เช่นนี้ ทำให้ลูกน้อยเชื่อมั่นและกล้าหัดเดินเป็นครั้งแรก เพียงได้ยินศัพท์สำเนียงเรียกเบาๆ และอ่อนหวานจากคุณแม่ที่ว่า “มามะ มาหาแม่” เท่านี้ ก็ทำให้ลูกยอมเสี่ยงก้าวเดินออกไปข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่น จะหกล้มก้นกระแทกพื้นกี่หนต่อกี่หนก็ไม่เป็นไร เขายังมีกำลังใจครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะลุกขึ้นมาได้ใหม่ เพราะมีมือของคุณแม่อ้าแขนพร้อมรับ ใกล้เพียงแค่เอื้อม อยู่ตรงหน้านั้นตลอดเวลา

ประสบการณ์ของลูกน้อยที่มีต่อคุณแม่เช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดนะคะว่า ถ้าคุณแม่ไม่ได้มอบความมั่นใจให้กับลูก ณ ตั้งแต่จุดเริ่มแรกของชีวิตแล้ว จะมีวันที่ลูกน้อยกล้าที่จะก้าวเดินออกไปข้างหน้าหรือไม่ ? และจะกลายเป็นเด็กที่กล้าสู้คน มั่นอกมั่นใจว่าฉันทำได้ ฉันอยู่ได้หรือไม่ ? อย่างไร? และเป็นประเด็นที่ชวนคบคิดต่อไปอีกหรือไม่ หากความรู้สึกมั่นอกมั่นใจในตนเองของลูก เป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดด้วยแล้ว แสดงว่าลูกน้อยคงรู้และเข้าใจตั้งแต่เริ่มหัดเดินก้าวแรกมาแล้วว่า คนเราต้องได้รับโอกาสอันละนิดที่จะทำอะไรได้ด้วยตนเอง มีความภูมิใจจากความสำเร็จว่า “ฉันทำได้” ฉันเดินได้ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลช่วยเหลือตัวเอง ต่อมาก็พัฒนาที่จะป้อนข้าวเอง แปรงฟันเองได้ แม้จะมีคุณแม่คอยช่วยทำอะไรต่อมิอะไรให้ก็จริง แต่ก็ขอให้เป็นเพียงการช่วยส่วนหนึ่งที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป

ปัจจุบันความรัก ความรู้สึกน่าทะนุถนอมที่เกิดกับลูกของคุณพ่อคุณแม่ กำลังทำร้ายลูกทางอ้อมอย่างถึงขั้นขีดสุด ขนาดถึงกับไม่ให้แตะต้องงานบ้านอะไรเลย หรือแม้แต่ลูกจะเอื้อมมือไปหยิบของ คุณพ่อคุณแม่ก็เอื้อมมือไปหยิบให้ลูกแทน และส่งให้ตรงหน้า การทำเช่นนี้คุณพ่อคุณแม่จะรู้ไหมว่าเป็นการทำให้ความรักนั้นๆ ฆ่าความเชื่อมั่นของเด็กทางอ้อม

เพราะความรักของคุณพ่อคุณแม่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย แต่คุณพ่อคุณแม่จะต้องรู้จักว่าอะไรควรให้ หรือไม่ให้ลูก รู้จักว่าเมื่อใดควรกอดรัด เมื่อใดควรถอยห่างเพื่อให้เขาได้เป็นตัวของตัวเอง พัฒนาความเชื่อมั่นของลูกให้เติบโตไปพร้อมๆ กับร่างกายของเขา

ดังนั้นเวลาที่คุณแม่ซักผ้า คงไม่หนักหนาอะไร หากจะเปิดโอกาสให้ลูก โดยส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้ลูกขยำขยี้ไปด้วย หรือเวลาที่คุณแม่ล้างผัก ก็ขอให้ลูกได้ล้างผักกำเล็กๆ สักกำ แตงกวาสักใบ คงจะไม่ทำให้อะไรเสียหายใช่ไหมคะ


(update 7 มีนาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ มีนาคม 2005]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600