ความถี่ที่เจ้าตัวเล็กอึบอกอะไรหลายๆ อย่างนะคะ แถมยังเป็นไสเรนส่งสัญญาณเตือนให้คุณพ่อคุณแม่ระวังความผิดปกติของลำไส้อีกด้วย รีบหาสาเหตุกันก่อนดีกว่า ว่าที่ลูกน้อยท้องเสีย
ถ่ายบ่อยเป็นเพราะอะไร แล้วจะได้เร่งแก้ไขให้ถูกจุดค่ะ
นี่แหละอาการท้องเสีย
หากตัวเล็กอึเหลวเป็นน้ำไม่มีกากเกิน 3 ครั้งต่อวันถือว่าเข้าข่ายท้องเสียแล้วละค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตสักนิดนะคะเพราะเด็กอายุ 6 เดือน-3 ขวบ จะเป็นช่วงยืดตัวอย่างที่โบราณว่าไว้ซึ่งบางทีเด็กก็อึบ๊อย..บ่อย มากกว่าวันละ 3 ครั้ง แต่อึของเขาค่อนข้างเหลวและมีเนื้ออึปนออกมาด้วย ที่สำคัญเขายังร่าเริงโตวันโตคืน ไม่อ่อนเพลีย และน้ำหนักยังขึ้นเป็นปกติค่ะ
อาการถ่ายบ่อยแบบนี้ในทางการแพทย์เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการมีสารที่ทำให้ลำไส้ทำงานมากขึ้น จึงทำให้เด็กถ่ายบ่อยขึ้นตามไปด้วย บางทีอาจเป็นเพราะเด็กดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำหวานที่มีการเติมสารให้ความหวาน ซึ่งน้ำตาลเมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้มีน้ำอยู่ในโพลงลำไส้เพิ่มขึ้น และส่งผลให้อุจจาระดูเหลวผิดปกติค่ะ
4 ตัวการทำหนูท้องเสีย
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียขึ้นแบ่งเป็น
1. ติดเชื้อในทางเดินอาหาร
สาเหตุที่พบบ่อยมากในเด็กเอเชียซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำหรืออาหารที้ไม่สะอาดและมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่จนติดเชื้อในทางเดินอาหารทำให้มีการขับถ่ายผิดปกติ บางครั้งมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย การติดเชื้อจะเป็นทั้งไสรัสและเชื้อแบคทีเรีย ถ้าติดเชื้อไวรัสจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไอ หวัด มีน้ำมูกพร้อมๆ กับอาการท้องเสีย ส่วนติดเชื้อแบคทีเรียจะไม่เป็นหวัดและอาเจียนไม่มากเท่ากับการติดเชื้อไวรัสค่ะ ซึ่งการติดเชื้อยังเป็นสาเหตุของโรคลำไส้ บิด หนอนพยาธิ ฯลฯ ด้วยค่ะ
ดูแลอย่างไร กลุ่มนี้อันตรายที่สุด เพราะถ้าเด็กท้องเสียจนมีภาวะการขาดน้ำและขาดแร่ธาตุบางอย่างจากการสูญเสียน้ำ การรักษาต้องรีบแก้ไขภาวะการขาดน้ำและมีสมดุลของแร่ธาตุในร่างกาย
- ถ้าขาดน้ำน้อยจะมีอาการปากแห้ง
- ถ้าระดับปานกลางจะปากแห้ง ตาลึกโบ๋ เด็กเล็กที่กระหม่อมยังไม่ปิด กระหม่อมส่วนหน้าจะบุ๋มลงไป เริ่มปัสสาวะน้อยลง
- ถ้าขาดน้ำรุนแรงมากเด็กจะช็อก ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว ต้องรีบไปพบแพทย์ ถ้าหากช้าอาจเสียชีวิตได้
หากเป็นเชื้อแบคทีเรียเด็กต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อโรคด้วย แต่ถ้าเชื้อไวรัสไม่จำเป็นต้องรับยาปฏิชีวนะเพราะร่างกายจะกำจัดเชื้อไวรัสออกไปได้เอง
concern ต้องระวังการขาดน้ำ โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน จะอันตรายมากถ้าเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย เพราะภูมิต้านทานในเด็กเล็กยังไม่สมบูรณ์ เมื่อเกิดการติดเชื้อในลำไส้แล้วจึงมีโอกาสที่เชื้อจะเข้าไปสู่กระแสเลือด จนเกิดการติดเชื้อรุนแรงและอาจจะเข้าไปถึงเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบกลายเป็นติดเชื้อรุนแรงมาก ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลและรับยาปฏิชีวนะกว่า 2-3 สัปดาห์
2. ผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะ
เมื่อเด็กทีความจำเป็นที่ต้องรับการรักษาโรคอื่นๆ ด้วยยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันนาน ยาปฏิชีวนะที่กินจึงส่งผลข้างเคียงทำให้มีการถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือท้องเสีย
ดูแลอย่างไร การรักษาจะคล้ายกลุ่มติดเชื้อทางเดินอาหาร คือ แก้ไขภาวะขาดน้ำ โดยส่วนใหญ่อาการท้องเสียจะหยุดไปเอง แต่ถ้าบางรายท้องเสียรุนแรงจริงๆ จำเป็นต้องหยุดยาปฏิชีวนะ แล้วเปลี่ยนยารักษาด้วยกลุ่มยากลุ่มอื่นแทน
concern กลุ่มนี้ส่วนมากอาการไม่ค่อยรุนแรง อย่างมากก็ถ่ายมากจนมีภาวะขาดน้ำ
3. การอักเสบของทางเดินอาหารที่ไม่ใช่จากโรค
เป็นสาเหตุที่พบน้อยมากในเด็กเอเชียแต่คอนข้างพบบ่อยในเด็กโซนยุโรป โรคนร้เกิดจากความผิดปกติของภูมิต้านทานอาจจะมีภูมิต้านทานใดเกินจึงมีการอักเสบของทางเดินอาหารซึ่งแพทย์ก็ไม่ทราบสาเหตที่แน่ชัด คนไข้จะมีอาการท้องเสียเรื้อรังเนื่องจากมีการอักเสบและมีแผลในกระเพาะอาหาร มีการสูญเสียเลือด ตัวซีด เพราะสูญเสียโปรตีน บวมและน้ำหนักลด
ดูแลอย่างไร เนื่องจากแพทย์ก็ไม่ทราบสาเหตุ การรักษาจะเป็นการรักษาเพื่อลดการอักเสบของทางเดินอาหารโดยใช้ยาซึ่งเป็นยากดภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยลดการอักเสบของทางเดินอาหารยาต้านการอักเสบ และประคับประคองโดยโภชนาการที่เหมาะสม
concern สิ่งที่จะมีผลกระทบต่อเด็กคือการอักเสบในระบบทางเดินอาหารแบบเรื้อรัง จะทำให้มีภาวะทุกขโภชนาการ น้ำหนักลด บวม ซีด จึงต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วยทั้ง 5 หมู่ค่ะ
4. แพ้โปรตีนในนม
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ ซึ่งเด็กจะถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด
ดูแลอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนให้ทานนมถั่วเหลืองหรือนมที่ผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลงโปรตีนทำให้ไม่เกิดอาการแพ้ แต่เมื่อเด็กโตก็กลับมาทานนมวัวได้ตามปกติ
concern เด็กที่แพ้นมวัวอาจมีอาการผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ผื่นผิวหนัง มีน้ำมูกเรื้อรัง เลี้ยงไม่โต ถ้าสงสัยว่าเด็กจะมีภาวะแพ้นมวัว ควรพามาปรึกษากุมารแพทย์ เพื่อจะได้แนะนำการเปลี่ยนเป็นนมหรืออาหารที่เหมาะสมค่ะ
รู้หรือเปล่าว่า
- บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ยังเข้าใจหรือมีความเชื่อไม่ถูกต้องว่าเด็กท้องเสียต้องงดนมงดข้าว ให้ดื่มแต่น้ำเกลือแร่หรือน้ำข้าวต้มใส่เกลือ ซึ่งความจริงแล้วอาหารเหล่านั้นไม่มีสารอาหารพอเพียงที่จะให้นำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือทำให้เด็กฟื้นตัวเร็ว แต่กลับเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เด็กกลายเป็นอาการท้องเสียเรื้อรังได้
- คุณพ่อคุณแม่สามารถรักษาอาการท้องร่วงเบื้องต้นของลูกได้โดยให้เด็กดื่มสารละลายเกลือแร่หลังจากนั้น 4 ชั่วโมง ถ้าเด็กอาการดีขึ้นก็ให้รับประทานอาหารตามวัยแต่ถ้ายังคงมีอาการ ตาลึก ปากแห้ง อาเจียนรุนแรง ฯลฯ เป็นสัญญาณเตือนว่าต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนค่ะ
- สาเหตุของการท้องเสียส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อ วิธีการป้องกันคือควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่สะอาด ไม่ควรให้เด็กรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรือน้ำที่ไม่ได้ผ่านหารต้มมาก่อน เพาะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ และที่สำคัญต้องสอนให้เด็กล้างมือก่อนรับประทานอาหารด้วยค่ะ
6 วิธีเบื้องต้นรับมือลูกท้องเสีย
- ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่โดยดื่มประมาณ 2-3 ออนซ์ ต่อเมื่อลูกถ่ายเหลวหรือเป็นน้ำ 1 ครั้ง หากถ่ายเพียงเล็กน้อยหรือกะปริดกะปรอยไม่จำเป็นต้องให้สารละลายเกลือแร่ชดเชยก็ได้
- เพื่อป้องกันการขาดอาหาร ควรให้ลูกกินครั้งละน้อยแต่บ่อยๆ เพื่อให้ลำไส้ค่อยๆ ย่อยและดูดซึมอาหารได้ทัน
- ไม่จำเป็นต้องหยุดนมแม่
- เด็กที่กินนมผสม หลังดื่มสารละลายเกลือแร่ 4-6 ชั่วโมงแล้วให้กินนมตามปกติ ไม่จำเป็นต้องชงนมเจือจาง แต่ควรให้กินนมในปริมาณที่น้อยลงและถี่กว่าปกติ
- เด็กอายุมากกว่า 4 เดือนที่กินอาหารเสริมแล้วควรให้อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก แต่ควรเพิ่มจำนวนมื้อให้มากขึ้นอีก 1-2 มื้อ
- งดอาหารย่อยยาก โดยเฉพาะให้อาหารไขมันสูงงดน้ำผลไม้และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพราะอาจจะทำให้ถ่ายบ่อยขึ้น
หากคุณพ่อคุณแม่คอยสังเกตอาการและดูแลอย่างใกล้ชิดก็สามารถรับมือกับอาการและดูแลอย่างใกล้ชิดก็สามารถรับมือกับอาการท้องเสียของลูกได้ทันท่วงทีค่ะ
(update 24 กรกฎาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No.126 April 2006 ]
|