เรียบเรียงจากบทความของ ศ.นพ.เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์
เมื่อลูกคลอดปุ๊บ สายสะดือก็จะถูกตัดขาดปั๊บ แล้วรอให้หลุดไปเอง ช่วงนี้หากสะดือของลูกเกิดอาการผิดปกติขึ้นล่ะก็ ต้องรีบหาสาเหตุและรักษาโดยด่วน ขืนปล่อยให้สะดือป่วยนานคงไม่ได้การค่ะ
ปกติแล้วสายสะดือของทารกจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งและหลุดออกประมาณ 6-7 วันหลังจากคลอด ช่วงที่สะดือยังไม่หลุดเราต้องดูแลกันเป็นพิเศษหน่อยนะคะ
เพราะอาจเกิดความผิดปกติได้ง่ายค่ะ
 |
| การติดเชื้อ...อักเสบที่สะดือ
สะดือหลุดช้า
เลือดออกที่สะดือ |
การติดเชื้อ..อักเสบที่สะดือ
เนื่องจากสายสะดือที่ยังไม่หลุดจะมีหลอดเลือดเปิดอยู่ เป็นเส้นเลือดแดงกับเส้นเลือดดำค่ะ เมื่อปนเปื้อนเชื้อโรคมาสัมผัสก็จะเกิดการติดเชื้อและอักเสบได้
ส่วนอาการที่จะบอกได้ว่าสะดืออักเสบแล้วก็คือ ผิวหนังรอบๆ โคนสะดือจะเกิดอาการบวม แดง หากลองเอามือสัมผัสดูจะรูสึกว่าอุ่นๆ และอาจมีหนองไหลออกมาจากโคนสะดือ หากเชื้อโรคลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดลูกจะมีไข้ ซึมและไม่ยอมดูดนม เป็นปัญหารุนแรงตามมาค่ะ
คุณแม่อาจจะสงสัยว่าก็ทั้งดูแล ทั้งทำความสะอาดสะดือเป็นอย่างดีแต่ทำไมเกิดการอักเสบได้ ลองสำรวจดูสิคะว่าก่อนและหลังทำความสะอาดสะดือลูกนั้นคุณแม่ล้างมือหรือเปล่า เรื่องนี้มองข้ามไม่ได้เลยนะคะ เพราะบางครั้งคุณแม่ก็อาจจะเผลอไปจับโน่นจับนี่โดยไม่ทันระวัง อีกสิ่งหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือการใช้ผงแป้งโรยที่สะดือค่ะ
ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะว่าเรื่องทำความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ ก็ขนาดคุณหมอที่ทำคลอดอุปกรณ์ทุกชิ้นต้องสะอาเผ่านการฆ่าเชื้อ รวมทั้งอุปกรณ์ที่จะนำมาตัดสายสะดือให้ลูก พอตัดสายสะดือแล้วก็จะทาด้วยยาระงับเชื้อที่มีชื่อว่า triple dye หรือ iodorphor iodine หรือ bacitracin ointment และจะทาจนกว่าโคนสะดือหลุด คุณหมอไม่แนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์ 70% นะคะเพราะป้องกันการติดเชื้อได้ไม่ดีเท่า และทำให้โคนสะดือหลุดช้าค่ะ
ถ้าทารกน้อยมีอาการอักเสบที่สะดือหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล ควรพากลับไปพบคุณหมออีกครั้งเพื่อคุณหมอจะได้ตรวจดูอาการว่า และให้คำแนะนำในการดูแลรักษาอาการต่อไป เช่น
- หากบริเวณที่บวมแดงรอบสะดือกว้างไม่เกิน 1 ซม. และหนูน้อยไม่มีอาการแสดงการติดเชื้อ คุณหมอก็จะให้ทายาระงับเชื้อต่อ
- หากบริเวณที่บวมแดงรอบสะดือกว้างเกิน 1 ซม. หรือแม้จะมีขนาดน้อยกว่า แต่ถ้ามีอาการแสดงของการติดเชื้อ คุณหมอจะรักษาด้วยตัวยาต้านจุลชีพชนิดฉีดให้
สะดือมีเลือดออก
เพียงแค่เห็นสะดือปกติที่มีสีขาวขุ่นเหมือนวุ้นใสๆ ก็หวาดเสียวกลัวลูกเจ็บจะแย่ ยิ่งถ้าเห็นเลือดซึมออกมาจากสะดือลูก ใจของคนเป็นแม่ก็แทบสลายนะสิคะ..แต่ก็อย่าพึ่งตกอกตกใจไปค่ะคุณแม่ขา หาสาเหตุดูก่อนว่าเกิดจากอะไร ซึ่งก็อาจเกิดได้จาก
- การทำความสะอาดสะดือ ที่แม่ใหม่อย่างเราอาจจะลงน้ำหนักแรงไปหน่อย สะดือที่บอบบางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยเกิดเป็นแผลถลอก กรณีเช่นนี้หลังจากอาบน้ำให้ลูกแทนที่จะใช้สำลีพันปลายไม้แหย่เข้าไปเช็ดลองเปลี่ยนเป็นใช้ผ้าบางๆ อย่างผ้าอ้อม ซับน้ำที่ขังอยู่แทนแล้วแต้มยาระงับเชื้อที่โคนสะดือให้ทั่วก็จะป้องกันการกระทบกระเทือนที่สะดือได้
- นอกจากนี้แล้วมาเหตุที่ทำให้เลือดออกอาจเกิดได้จากการดึงขั้วสะดือแรงไป หรือสะดืออักเสบจากการติดเชื้ออย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น
- อาการเลือดออกยังเกิดได้จากการขาดวิตามินเค (hemorrhagic disease of the newborn) ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นประมาณวันที่ 2-7 หลังคลอด
แต่กรณีนี้พบได้น้อยค่ะ เพราะทารกทุกคนเกิดในโรงพยาบาลจะได้รับการฉีดวิตามินเคปริมาณ 1 มิลลิกรัม หลังจากคลอดภายใน 1 ชั่วโมงอยู่แล้ว
สะดือหลุดช้า
ถึงเวลาที่สะดือควรจะหลุดได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดซักที ถ้าหากไม่มีอาการอื่น เช่น การอักเสบ หรือมีเลือดออก ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ
คุณหมอบอกว่าสาเหตุที่ทำให้สะดือหลุดช้านั้นอาจเกิดได้จากการใช้ยาระงับเชื้อที่ใช้เช็ดสะดือ หรือเกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวของทารกน้อยผิดปกติ
ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุนี้เกิดขึ้นได้น้อยมากค่ะ การดูแลก็ดูแลปกติให้โคนสะดือและสะดือแห้งก็พอค่ะ
สะดือจะปลอดภัย..ต้องใส่ใจนะคะ
- ทำความสะอาดสะดืออย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง จนกว่าโคนสะดือจะแห้งและหลุดออกจากโคนสะดือ ด้วยยาระงับเชื้อที่คุณหมอแนะนำค่ะ
- เวลาใส่ผ้าอ้อมให้ลูก ควรให้ขอบผ้าอ้อมอยู่ต่ำกว่าสะดือ ไม่ให้มีส่วนของผ้าอ้อมยาวมาเกะกะ เพราะปัสวะอาจจะซึมมาโดนได้
- หลังอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อมซับน้ำที่ขังอยู่ที่สะดือให้แห้ง
- ควรปล่อยให้สะดือได้สัมผัสกับอากาศบ้าง เพราะจะช่วยให้สะดือแห้งและหลุดเร็วขึ้น
- ไม่ดึงหรือบิดสะดือให้หลุดออกถึงแม้จะเห็นว่าสะดือกำลังจะหลุดปล่อยให้โคนสะดือแห้งและหลุดไปเอง
- หากสะดือลูกเกิดการอักเสบ หรือเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
- เมื่อสะดือลูกเกิดการอักเสบ ไม่ควรให้ลูกนอนคว่ำในท่าที่ทับสะดือ
(update 7 มิถุนายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 276 มกราคม 2549 ]
|