ระวังพี่เลี้ยงเด็กที่ชื่อ !!!!! เป็นพี่เลี้ยงที่มีฝีมือ
เลี้ยงเด็กเก่งจริงแต่นิสัยส่วนตัว แย่มาก ขี้โกหก ชอบยุให้คนในบ้านทะเลาะกัน
เธอชอบนินทานายจ้างเป็นงานหลัก เลี้ยงเด็กเป็นงานรอง
พบปัญหาเหมือนกัน ส่งเด็กอะไรก็ไม่รู้มาให้ไม่มีความรู้สักอย่าง
แต่งหน้าทาปากบ้าง เล็บยาวเฟี้ยวมาบ้าง สักแต่ส่ง คืนเด็กไป ก็ไม่คืนเงินด้วย
ส่งพี่เลี้ยงเด็กไม่มีคุณภาพ เลี้ยงเด็กก็ไม่เป็นส่งเด็กคืนไป คนใหม่มาแย่กว่าเก่าพอกัน
พอส่งเด็กคืน โทร.ไปหา เปลี่ยนการพูดจา เป็นคนละคน ไม่รับผิดชอบ เงินก็ไม่คืน
อ้างคนรับเรื่องไม่อยู่บ้าง อ้างว่าจะโอนให้วันนั้นวันนี้แล้วก็ไม่โอน
ระวังตกหลุม เพราะโม้เก่งมาก อ้างว่าดารามาใช้บริการด้วย
พอน้องเริ่มคุ้นเคยแล้วถ้าคุณพ่อคุณแม่จะเปลี่ยนพี่เลี้ยงก็ต้องคิดหนัก
เคยสอบถามคุณแม่หลายคน เจอคนที่เคยโดนกรณีคล้ายๆ กันจากศูนย์ !!!!!
โปรดระวังอย่าหลงกลใช้บริการจากศูนย์นี้อีก
ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ คือเสียงที่เกิดจากการจ้างพี่เลี้ยงเด็กผ่านศูนย์ต่างๆ ในฐานะของสื่อที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก รู้สึกเห็นใจในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เผชิญ วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่เจอปัญหาแล้วกล้าที่จะบอกต่อให้คนอื่นระมัดระวังตัว และได้มีเวลาพอที่จะพิจารณากลั้นกรองเลือกคนที่มีคุณภาพเพื่อมาดูแลลูกแทนเราในช่วงเวลาที่พ่อหรือแม่ต้องไปทำงาน หนทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน สำหรับคนที่มาเป็นพี่เลี้ยงลูกจากศูนย์ต่างๆ ในเมืองไทยใช้เวลาในการพิสูจน์ไม่นานก็เห็นผล ทำไมเป็นเช่นนั้น การป้องกันและแก้ไขจะทำได้อย่างไร หรือว่าในยุคสมัยนี้ พี่เลี้ยงที่เก่งและดี (ไม่มีในโลก) เสียแล้ว
บันทึกคุณแม่ขออนุญาตให้ข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์ และนำไปประกอบการพิจารณาก่อนที่จะตกลงเลือกพี่เลี้ยงจาก ณ ที่ใดที่หนึ่ง เพราะการเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาดูแลลูกของคุณ เป็นสิ่งจำเป็นว่าวันหนึ่งเมื่อคุณเลือกแล้ว ความสงบสุขทางจิตใจและกายของคุณและลูกจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพี่เลี้ยงคนนี้ด้วยเช่นกัน
ถามตัวคุณก่อนว่าต้องการพี่เลี้ยงเพราะอะไรก่อนที่จะตัดสินใจเลือกรับบริการพี่เลี้ยงในรูปแบบต่างๆ
ความเชื่อของคุณเกี่ยวกับการเลี้ยงดูที่ลูกควรได้ คุณมีความสามารถในการจ่ายเท่าใด คุณต้องการให้ลูกของคุณได้รับการดูแลที่บ้านหรือในสิ่งแวดล้อมที่คล้ายบ้านหรือเปล่า คุณทำงานแบบพาร์ทไทม์หรือเต็มเวลา หรือกี่ชั่วโมงที่คุณต้องการให้คนมาดูแลลูก
การเลี้ยงดูที่เหมาะสมกับวัย
วัยและช่วงระยะเวลาในการเจริญเติบโตของลูกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจว่าจะเลือกการเลี้ยงดูลูกในแบบไหนดี
วัยทารก เป็นวัยที่ต้องอาศัยคนอื่นเพื่อให้ได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ในวัยนี้ต้องการการสัมผัสทางกายอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาเป็นช่วงวัยที่เด็กจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น เด็กเล็กๆ บางคนจะไม่ยอมให้พ่อแม่ไกลสายตาของพวกเขา ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องการการดูแลตลอดเวลา เพื่อรองรับความปลอดภัยของลูก
วัย 1-2 ขวบ เด็กวัยนี้เริ่มทำอะไรได้ด้วยตัวเอง เด็กวัยนี้บางคนจะไม่ค่อยพอใจกับข้อจำกัดที่บังคับพวกเขาไม่ให้เคลื่อนที่ไปตามที่เขาต้องการ แต่เด็กวัยนี้ก็ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของพ่อแม่เพื่อความอบอุ่น เช่น เวลานอนเขาอยากจะให้มีคนอยู่ใกล้ด้วย แต่ในทางกลับกันเขาอาจจะอยากอยู่ห่างจากพ่อแม่บ้างในช่วงเวลาสั้นๆ ในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังหัดเดิน จึงต้องการพื้นที่อันกว้างเพื่อให้เขาได้สำรวจและสามารถเล่นตามจินตนาการ โดยเฉพาะดนตรี การเล่านิทาน หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาทางภาษา
วัย 3-4 ขวบ เป็นช่วงที่เด็กโตเร็ว และให้ความสนใจกับกิจกรรมด้านกายภาพ การพัฒนาด้านการพูด และความสามารถในการสร้างมิตรภาพผู้เล่นกับผู้อื่น และเป็นวัยที่ต้องการความปลอดภัยในการเล่น และการทดลองวัยนี้เป็นวัยที่พึ่งพาตัวเองได้มาก เขาสามารถทำงานได้แล้ว เช่น ซักเสื้อผ้า เข้าห้องน้ำได้เองโดยไม่ต้องช่วยเหลือ เก็บกวาดของเองได้ และเป็นวัยที่สามารถทำงานคนเดียวหรือรวมกลุ่มกันได้
วัย 4-5 ขวบ วัยนี้เป็นวัยที่เขาสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองตามลำพัง และสามารถอยู่ห่างจากพ่อแม่ได้เป็นเวลานานๆ เป็นวัยที่ต้องมีสื่อกระตุ้น มีโอกาสในการเล่นได้ทุกประเภท และพร้อมสำหรับการรวมกลุ่มกับเด็กวัยเดียวกันโดยเด็กในวัยนี้จะได้รับผลประโยชน์จากแผนซึ่งได้เตรียมความพร้อมไว้ให้กับเขาสำหรับการเข้าโรงเรียน
พี่เลี้ยงให้ประโยชน์อย่างไร
พี่เลี้ยงเด็กให้ประโยชน์หลายประการกับพ่อแม่ที่ต้องทำงานเพราะพวกเขาสามารถให้การดูแลลูกของคุณได้ในบ้านของคุณเอง พ่อแม่จำนวนมากชอบให้ลูกของพวกเขาได้รับการดูแลแบบตัวต่อตัวเพราะคาดว่าลูกจะได้รับการดูแลอยู่ภายในละแวกบ้านโดยมีเพื่อนเป็นเด็กๆ ในชุมชนเดียวกัน ที่อาจจะได้ไปโรงเรียนเดียวกันได้ในอนาคต แต่การที่จะมีคนแปลกหน้าสักคนเข้ามาอยู่ในบ้านของคุณเป็นเวลานานๆ คุณและพี่เลี้ยงเด็กคงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้เรื่องส่วนตัวอื่นๆ ด้วย เพราะคุณเป็นหุ้นส่วนกันในการดูแลลูกๆ ของคุณ การสื่อสาร พูดคุยระหว่างพ่อแม่และพี่เลี้ยงจะเป็นกูญแจดอกสำคัยที่จะทำให้การเลี้ยงดูลูกคุณมีประสิทธิภาพ พี่เลี้ยงที่ดูแลลูกของคุณควรจะมีความเป็นมืออาชีพ แต่อะไรๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าลูกของคุณต้องชอบด้วย
เกิดอะไรขึ้นถ้าปล่อยลูกไว้กับพี่เลี้ยง
ในสภาวะที่พ่อแม่ต้องทำงานเพื่อครอบครัว จึงเป็นที่มาของหลายครอบครัวที่มีลูกน้อยจำเป็นต้องพึ่งหาพี่เลี้ยง เพื่อให้เขาเหล่านั้นมาเป็นผู้ดูแลลูกน้อยในช่วงเวลากลางวัน
หลายสิ่งหลายอย่างเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความละเอียดและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะลูกของพี่เลี้ยงจะเข้ามามีบทบาทต่อลูกน้อยของคุณในหลายๆ ด้าน
ถ้าลูกน้อยอยู่กับพี่เลี้ยงที่ทำงานบ้านด้วย กรณีนี้มีให้เห็นเยอะมากในครอบครัวของสังคมไทย เพราะความจำเป็นที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า แปดชั่วโมงที่คุณฝากลูกไว้ในความดูแลของพี่เลี้ยงลูกคุณจะเป็นเช่นไร กิจกรรมยอดฮิตสำหรับลูกของคุณคือ เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำงานบ้าน พี่เลี้ยงกลุ่มนี้จะเปิดโทรทัศน์เพื่อเรียกร้องความสนใจลูกน้อยของคุณให้อยู่กับที่ ภาพที่ลูกน้อยได้เห็นอยู่ทุกวันๆ คือการ์ตูน หรือรายการประจำภาคกลางวัน สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณสำคัญที่บอกให้รู้ว่า อนาคตของลูกน้อยของคุณจะเป็นเช่นไร พฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือการดูวีซีดีการ์ตูนซ้ำๆ กลับไปกลับมาชอบดูกังหันหมุนไปหมุนมา พูดคนเดียว หรือพูดภาษาที่คนอื่นฟังไม่รู้เรื่อง คุณหมอหลายท่านให้ข้อมูลว่าวัยเด็กไม่สมควรกับการดูโฆษณา เพราะภาพในโฆษณาจะเปลี่ยนเร็วคือ 30 วินาที หรือ 1 นาที ซึ่งเป็นที่มาของการทำให้เด็กสมาธิสั้น ซึ่งปัจจุบันเด็กจะเป็นกันเยอะมาก เพราะพ่อแม่หลายคนนึกว่าลูกชอบเมื่อถึงเวลาปล่อยให้ดูด้วย ยิ่งถ้าเป็นวัยที่ยังไม่เข้าเรียนก็ดูกันทั้งวัน จึงเป็นที่มาของอนาคตลูก ถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่รู้ทันก่อนทุกอย่างจะสายก็ถือว่าเป็นความโชคดี แต่ถ้าไม่คิดหรือสังเกตเลยสักนิด ชีวิตของลูกก็เข้าข่ายสมาธิสั้น หรือร้ายไปกว่านั้นก็เข้าขั้นเป็นออทิสติกโดยเจตนาของคุณค่ะ
พี่เลี้ยงต่างชาติ
ไว้ใจได้ก๋า ก็ไม่รู้ว่าเป็นเกณฑ์มาตราฐานจากสถาบันใด จึงทำให้พี่เลี้ยงอิมพอร์ตเข้ามามีบทบาทมากมายเหลือเกินในครอบครัวไทย น่าตกใจที่พ่อแม่ไทยไว้ใจเขาเหล่านั้นให้เข้ามาดูแลลูกได้
เมื่อคุณใช้วิธีนี้ สิ่งที่ลูกคุณจะได้รับไปในการซึมซับคือเรื่องของการใช้ชีวิต ลูกน้อยเรียนรู้เรื่องการกินอาหารที่แปลกจากพี่เลี้ยงคนนี้ ลูกน้อยขอคุณได้เรียนรู้ภาษาที่สองจากพี่เลี้ยงคนนี้ ที่สำคัญความมีวัฒนธรรมต่างๆ ของต่างชาติ ก็ยังแอบแฝงมากับพฤติกรรมของพี่เลี้ยง ยิ่งถ้าเป็นพี่เลี้ยงที่ต้องทำทั้งงานบ้านและดูแลลูกน้อยของคุณด้วยแล้วก็เข้าข่ายของพี่เลี้ยงไทยที่ทำงานทั้งบ้านและดูแลเด็กนั่นแหละมิหนำซ้ำลูกของคุณจะได้เรียนรู้สำเนียงหรือภาษาต่างด้าวที่ไม่สามารถนำเป็นภาษาสากลก่อนถึงวัยอันควร สุดท้ายที่ไม่อยากให้เกิดเลยคืออันตรายของพี่เลี้ยงต่างด้าวกลุ่มนี้ คุณพ่อคุณแม่คงจะเคยเห็นภาพข่าวการลักพาตัวหรือฆารตรกรรมเด็กอยู่บ่อยๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วอย่างนี้
คุณยังจะไว้ใจอีกหรือ
พี่เลี้ยงปริญญาเป็นยังไง ในสังคมไทยปัจจุบันนี้สำหรับครอบครัวที่ต้องทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไป การจะหาพี่เลี้ยงปริญญามาเพื่อเลี้ยงลูกอย่างเดียวมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย ที่ผ่านมาก็จะแวะไปใช้บริการพี่เลี้ยงแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงต่างด้าวซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วพี่เลี้ยงปริญญามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร ข้อเสียที่พอเข้าใจไม่ใช่เรื่องของการดูแล เพราะคุณสามารถคัดเลือกผู้ที่ผ่านมาก็จะแวะไปใช้บริการพี่เลี้ยงแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงต่างด้าวซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วพี่เลี้ยงปริญญามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร ข้อเสียที่พอจะเข้าใจไม่ใช่เรื่องของการดูแล เพราะคุณสามารถคัดเลือดผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมได้ หรือผู้ที่อยู่ในสาขาอาชีพนี้ได้ เช่น พยาบาลพี่เลี้ยง เป็นต้น แต่เป็นเรื่องของอัตราค่าใช้จ่าย ที่บางครอบครัวไม่สามารถจ่ายได้ ส่วนข้อดีมีมากเหมือนกันเช่นคุณสามารถฝากลูกให้อยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจให้เลือกพี่เลี้ยงเช่นเดียวกับการว่าจ้างพนักงานบริษัทคนหนึ่งคือ ต้องทดลองงาน ต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วย เช่น เงินประกันสังคมหรือเหมือนเช่นที่พนักงานอื่นๆ ได้รับโดยที่ก่อนที่คุณจะเลือกคุณต้องพิจารณาคุณสมบัติหลายๆ ด้านทั้งด้านมนุษย์สัมพันธ์ ด้านการสื่อสาร ความสะอาด ดูว่ามีความอดทนในสภาวะที่เด็กดื้อหรือร้องงอแงได้ขนาดไหน ที่สำคัญมีความรู้เพื่อถ่ายทอดความรู้พื้นฐานให้กับลูกได้ ในเมื่อคุณไม่มีเวลา เขาคนนี้จะคอยเป็นเพื่อลูกสอนลูกทำการบ้าน โดยที่การทำหน้าที่นี้ต้องมีความจงรักภักดี ด้วยการปลูกฝังแต่สิ่งดีๆ ทำให้ลูกคุณรักพ่อแม่อย่างไม่มีเงื่อนไข หรือไม่มองว่าพ่อแม่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาค่ะ
พี่เลี้ยงสไตล์รวมมิตรยอดฮิต ปู่ ย่า ตา ยาย ญาติผู้ใหญ่ บุคคลเหล่านี้เป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้เป็นอย่างดีที่สุดสำหรับครอบครัวที่ไม่ต้องการพี่เลี้ยงทั้งหลายที่กล่าวมา เพราะนอกจากลูกได้ความรักความอบอุ่นอย่างจริงใจแล้ว ลูกของคุณก็จะถูกดูแลอย่างใกล้ชิด ลูกของคุณจะได้รับรู้เรื่องราวของคำสั่งสอนที่ไม่ต่างกับวัยเด็กของคุณ เมื่อโตขึ้นเขาจะซึมซับความเอื้ออาทรที่เด็กควรปฏิบัติกับผู้ใหญ่ สำคัญอยู่ว่าพ่อแม่ยุคใหม่บางคนไม่ค่อยจะไว้ใจพ่อแม่ หรือปู่ ย่า ตา ยาย สักเท่าไรเป็นเพราะอิทธิพลของตำราที่เขียนบอกไว้ แม่บางคนกางตำราเลี้ยงลูกพอเห็นคุณย่า คุณยายเลี้ยงลูกในแบบออริจินอล (แบบโบราณ) ก็ไม่สามารถรับได้ บางคนพูดเสียจนพ่อแม่เสียใจก็มี เพื่อความประนีประนอมเพื่อให้ได้ใจทั้งสองฝ่ายคือการยอมรับและปรับเปลี่ยนวิธีการตามยุคสมัย เก่าผสมใหม่ ใหม่ผสมเก่า ก็ยังคงนำมาใช้ได้ อย่าลืมว่าภูมิปัญญาไทยก็ยังนำมาช่วยชีวิตลูกหลานได้เหมือนกัน แต่เรื่องของการตามใจหลานอาจจะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจนั้นเป็นเรื่องที่สามารถพูดคุยกันได้ แต่เชื่ออย่างหนึ่งว่าคงไม่มีใครหวังจะเลี้ยงลูกหลานของตัวเองไปในทางที่ผิดแน่นอนค่ะ
พี่เลี้ยงจากศูนย์ต่างๆ มีธุรกิจเหล่านี้มากเช่นกันในเมืองไทยที่มีการอบรมผู้ดูแลเด็ก แล้วจัดส่งให้พี่เลี้ยงเหล่านี้ไปดูแลเด็กตามบ้าน เมื่องมองดูรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานได้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะปัญหาของพี่เลี้ยงจากศูนย์จะเป็นที่กล่าวขานในทางที่ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความไม่ใส่ใจและความไม่ซื่อสัตย์หรือความไม่รับผิดชอบของเจ้าของธุรกิจ จนทำให้กลายเป็นธุรกิจที่มีการแอบแฝงของมิจฉาชีพ ต้มตุ๋น จนเกิดเป็นขบวนการที่ไม่น่าไว้ใจ แต่ด้วยความจำเป็นของหลายครอบครัวที่คิดว่าศูนย์รับเลี้ยงที่ตนเองติดต่อมีที่อยู่หรืออฟฟิศที่น่าไว้ใจ แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ บางรายแอบแฝงมาในรูปแบบของโจร ที่รับเข้ามาไม่กี่วันก็สามารุยกเค้าบ้านได้เหมือนกัน หรือที่พบกันบ่อยๆ คือการส่งพี่เลี้ยงมาแบบไม่มีทักษะในการดูแลเด็ก พูดง่ายๆ คือไม่มีการอบรมตามที่ได้โฆษณามาก่อนเลย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนดีในธุรกิจนี้เลย อยู่ที่ว่าความโชคดีจะไปตกอยู่ครอบครัวไหนเท่านั้นเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อได้พี่เลี้ยงจากศูนย์แล้วพ่อแม่ควรจะมีบุคคลที่สามมาคอยเฝ้าระวังดูอยู่ที่บ้านด้วย เพื่อจะได้ไม่ทำให้พี่เลี้ยงเหล่านี้ทำอะไรลงไปตามที่คิดไว้อย่างเดียว (แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้มาก ที่สำคัญคงต้องระมัดระวังกันให้มากเท่านั้นเอง) ปัญหาเหล่านี้ยังมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ มีคำถามเสมอว่าใครจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ครอบครัวเหล่านี้เผชิญอยู่ มีสถาบันไหนในบ้านเมืองเราที่คอยดูแลและควบคุมธุรกิจนี้บ้าง
เนอร์สเซอรี่ล่ะไว้ใจได้มั้ย
เนอร์สเซอรี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พ่อแม่ยุคใหม่ไปใช้บริการ อาจจะเนื่องมาจากจัดการที่มีระบบระเบียบในการจัดการดูแลเด็ก ซึ่งสามารถจัดโปรแกรมได้ตามความต้องการของเด็กในวัยต่างๆ กันได้คุณพ่อคุณแม่บางคนเลือกเพราะอยู่ใกล้บ้าน อยู่ใกล้ที่ทำงาน สะดวกในการรับส่ง สนนราคาไม่แพงมากจนเกินที่จะจ่ายได้ หลายสถานที่ได้รับความนิยมมาก แต่มีบางสถานที่ที่ปล่อยปละละเลยจนเป็นข่าวด้านลบก็มี
เมื่อคิดจะเลือกรับบริการด้านนี้สิ่งที่พ่อแม่ต้องพิจารณา
ผู้ทำงาน สิ่งนี้สำคัญที่สุด ต้องดูว่าคนที่ทำงานในศูนย์แห่งนี้เป็นอย่างไร มีผู้ดูแลลูกคุณกี่คน พวกเขาเหล่านี้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการดูแลเด็กอย่างไรบ้าง
โปรแกรม ดูว่าการจัดการประจำวันตอบสนองความต้องการหรือพัฒนาการของลูกได้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตหรือเปล่า
ข้อคิดขององค์กร ดูว่าที่เหล่านี้มีปรัชญาทำงานเกี่ยวกับเด็กและพัฒนาการของเขาเหมือนกับคุณ เช่น เมื่อลูกอยู่ที่ศูนย์มีการสอนเรื่องของการมีวินัย การสื่อสาร ในทางที่ดีกับลูกหรือเปล่า
สิ่งแวดล้อม อย่าลืมว่าลูกของคุณจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ตลอดทั้งวัน คุณไม่ควรมองแค่ความปลอดภัยของลูกเท่านั้น แต่ต้องมองไปถึงอุปกรณ์ สิ่งของที่สามารถกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะกับการเรียนรู้ของลูกคุณได้หรือเปล่า
อาหาร โภชนาการที่ดีเป็นสิ่งสำคัญกับทุกคน ฉะนั้นในสถานที่เช่นนี้ สามารถจัดทำเมนูอาหารประจำวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย เมื่อคุณสามารถเตรียมอาหารไปให้ลูกรับประทานได้หรือเปล่า หรือในกรณีที่ลูกไม่สบายทางศูนย์สามารถจัดอาหารพิเศษได้ตามที่คุณต้องการหรือเปล่า
7 วิธีสังเกตพี่เลี้ยงที่ทำงานไม่ได้เรื่อง
1. ต้องหัดสังเกตปฏิกิริยาจากลูกคุณ แล้วล่ะค่ะว่ามีท่าทีเป็นอย่างไรบ้าง พี่เลี้ยงของคุณอาจกำลังสร้างปัญหาให้คุณอยู่ก็ได้ ถ้าลูกของคุณดูไม่ค่อยมีความสุขนักเมื่ออยู่กับพี่เลี้ยง มีท่าทีตระหนก หวาดหวั่น และพัฒนาการถดถอย แสดงว่าพี่เลี้ยงอาจจะพูดจาเสียงดัง ข่มขู่ลูกคุณ และชอบลงโทษลูกคุณ เช่น ตี หยิก เพื่อให้เด็กเชื่อฟังพี่เลี้ยง
2. ลูกของคุณแม่มีอุบัติเหตุบ่อยๆ ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือควรจะหลีกเลี่ยงได้ เช่น หกล้ม หัวโน ยุงกัดเต็มตัว มีรอยเขียวฟกช้ำเป็นจ้ำๆ เป็นต้น เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนานๆ ครั้งไม่เป็นไรแต่ถ้าเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่จำเป็น เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก พี่เลี้ยงอาจจะทิ้งลูกคุณ ให้เล่นหรือนอนหลับอยู่คนเดียว แล้วตัวเองไปทำงานอย่างอื่น โดยไม่ค่อยดูแลลูกของคุณอย่างใกล้ชิด
3. คุณเริ่มสังเกตเห็นว่าคำสั่งของคุณไม่ได้รับการปฏิบัติตามหลายครั้งแล้วหากคุณต้องการให้ลูกดื่มนมตามเวลาที่ลูกต้องกาสร ไม่ใช่ให้ตามตารางที่กำหนดขึ้น พี่เลี้ยงก็ควรจะทำตามนั้น หากไม่ทำตามควรจะชี้แจงให้คุณทราบว่ามีผลดีกว่าอย่างไร ไม่ใช่ทำตามวิธีของพี่เลี้ยงเอง
4. พี่เลี้ยงที่ไม่รักษาเวลา ชอบกลับบ้านช้าหรือเลยเวลาที่สัญญาไว้ เช่น ลางาน แต่พอครบกำหนดก็ไม่มา หรือถ้าประเภทเช้ามาเย็นกลับก็จะมาสายบ่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้จะเชื่อถือในเรื่องอื่นๆ ด้วยได้อย่างไร โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกของคุณ เช่น คุณให้ลูกทานยาเวลานี้ ก็ไม่ควรให้ยาล่าช้าเกินเลยเวลาที่ควรจะให้ยา
5. ลูกของคุณเนื้อตัวสกปรก ไม่สะอาด ทุกวันพี่เลี้ยงอาจจะปฏิบัติหน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกคุณในข้ออื่นๆ เป็นอย่างดี แต่ถ้าเธอไม่รักษาความสะอาดด้วย แสดงว่ายังทำหน้าที่ไม่ดีพอ เพราะการเลี้ยงดูและดูแลเด็กๆ นั้น โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ หรือเด็กอ่อน เรื่องความสะอาดเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพของเด็กด้วย
6. เมื่อคุณโทรศัพท์กลับบ้าน ปรากฏว่าโทร. กี่ครั้ง สายโทรศัพท์ที่บ้านก็ไม่ว่างเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่โทรศัพท์ก็ไม่เสีย แสดงว่าพี่เลี้ยงคุณใช้เวลาจ้อโทรศัพท์ทั้งวัน คนเป็นพี่เลี้ยงควรจะคอยดูเด็กๆ อย่างใกล้ชิด และอยู่กับลูกของคุณตลอดเวลา โดยไม่ดูทีวี ที่สำคัญโทรศัพท์ที่บ้านคุณก็ควรจะว่าง หากมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้นจะได้โทร. ติดต่อกันได้ทันท่วงที
7. ตลอดระยะเวลาที่อยู่กันมาพอสมควร ถ้าพี่เลี้ยงเป็นคนที่ชอบลักขโมย, พูดปดมดเท็จเป็นนิจ หรือไม่ซื่อสัตย์ ไว้ใจไม่ได้ คุณก็ไม่สมควรอดทนต่อไปเพราะลูกเป็นดวงใจของแม่ทุกคน พี่เลี้ยงควรจะเป็นผู้ที่คุณไว้วางใจได้ ไม่ใช่คอยหวาดระแวงและต้องคอยตรวจสอบตลอดเวลา
สุดท้ายแต่สำคัญมาก คือการเลือกพี่เลี้ยงในแต่ละรูปแบบไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พ่อแม่ต้องมีความอดทนและพยายาม เพื่อให้ได้ในสิ่งที่เลือกอย่างคุ้มค่า เพราะเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นความสบายใจที่จะตามมาซึ่งความสุขของทุกคนในครอบครัว การพิจารณาที่กล่าวมาเป็นเพียงแนวทางที่จะทำให้พ่อแม่สามารถคัดเลือกเนอร์เซอรี่ได้อย่างมาตรฐานระดับหนึ่งค่ะ
(update 4 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.156 July 2006]
|