เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพิ่มไอคิวแต่คุณแม่กว่า 70% เมิน


สาธารณสุข เผยผลวิจัยพบว่า นมแม่เป็นสุดยอดอาหารบำรุงสมอง เด็กยิ่งกินนานยิ่งดี แต่แม่คนไทยส่วนใหญ่กว่า 70% ไม่ได้ใช้นมแม่เลี้ยงลูก

นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลกได้มีนโยบายสนับสนุนให้ทุกประเทศสมาชิกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากผลการวิจัยพบว่า เด็กที่กินนมแม่จะมีสมองไวต่อการรับรู้ สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วง 2 ขวบแรก ซึ่งสมองจะเติบโตเร็วมากที่สุด น้ำนมแม่ยังมีสารอาหารต่างๆ มากกว่า 200 ชนิด เช่น ดีเอชเอ สารเอเอ ที่ช่วยสร้างเซลล์สมอง เส้นใยประสาทและจอประสาทตา กระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อสมอง ที่ไม่สามารถหาได้จากนมชนิดอื่น และมีโอกาสได้รับเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น แต่จากการสำรวจครั้งล่าสุด พบว่าหญิงไทยหลังคลอดไม่ถึงร้อยละ 30 ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ติดต่อกันตลอก 4 เดือน ส่วนใหญ่จะให้ลูกกินนมผสมด้วย อีกกว่าร้อยละ 70 ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ตามปกติไอคิวของคนปกติ จะอยู่ที่ 90 - 110 จากการศึกษาในรอบ 4 - 5 ปีมานี้ พบว่า เด็กที่กินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่องจะมีระดับการพัฒนาการและเชาว์ปัญญาหรือไอคิวดีกว่าเด็กที่กินนมผสม ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศได้ศึกษาเด็กที่กินนมแม่นาน 6 เดือน จะมีระดับพัฒนาการดีกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่และยังพบอีกว่าเด็กที่กินนมแม่นาน จะมีระดับเชาว์ปัญญาดีกว่ากลุ่มที่เคยกินในระยะสั้นกว่า โดยหากกินนาน 9 เดือน จะมีระดับเชาว์ปัญญาอยู่ที่ 104 เด็กที่กินนมแม่นาน 1 เดือน ระดับเชาว์ปัญญาอยู่ที่ 99.4 ดังนั้นหากเด็กกินนมแม่นานเท่าใดก็ยิ่งจะเป็นผลดีต่อเด็ก


ผลเสียของการไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พบว่า…

เด็กจะป่วยบ่อย และอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ได้ เด็กที่กินนมแม่จะป่วยน้อยกว่าเด็กที่กินนมผสมประมาณ 2 - 7 เท่าตัว ลดโอกาสการเกิดโรคอักเสบในทารกแรกเกิดได้ถึง 20 เท่า และนมแม่ยังลดโอกาสเกิดโรคท้องเสีย โรคปอดบวม 3 - 4 เท่า ลดการอักเสบของหูชั้นกลางได้ 4 เท่า ลดโอกาสการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 4 เท่า ลดโรคภูมิแพ้ 2 - 7 เท่าตัว รวมทั้งลดโรคเบาหวานได้ 2 - 4 เท่า ซึ่งผลจากการศึกษาของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ พบว่าเด็กที่กินนมแม่อย่างเดียวตลอด 4 เดือน จะเกิดอาการท่องเสียเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น

นพ.ปราชญ์ กล่าวว่าภายในปี 2549 นี้ กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้หญิงหลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ติดต่อกันอย่างน้อย 4 เดือน ในรายที่ไม่มีข้อห้ามเลี้ยงนมแม่ ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 40 โดยให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศทุกแห่งเป็นเขตปลอดนมผง นมขวด และมีนโยบายให้เด็กแรกเกิดอยู่กับแม่ทันที เพื่อให้ดูดนมแม่กระตุ้นต่อมผลิตน้ำนมให้ทำงานเร็วขึ้น โดยจะมีพยาบาลระจำห้องคลอดเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด


ข้อมูลที่แม่ควรทราบ

1. แม่ต้องตั้งใจเลี้ยงด้วยนมแม่

2. แม่ต้องเชื่อมั่นว่าแม่ทุกคนมีน้ำนมมากพอให้ลูกกินตั้งแต่แรกเกิด

3. แม่ต้องอดทนต่อการให้นมลูกดูดนมแม่จากอกบ่อยๆ โดยไม่ให้ลูกกินนมผสม หรือน้ำแม้จะไม่มีน้ำนมแม่ให้เห็นในระยะ 3 - 4 วันแรก ทั้งนี้เพราะเด็กปกติทุกคนต้องการนมเพียงมื้อละ 1 - 2 ช้อนชา (5 - 10 ซีซี) เท่านั้นซึ่งแม่ให้ลูกดูดนม น้ำนมแม่จะสร้างออกมาเท่าที่ลูกต้องการและไหลเข้าปากลูกหมด จึงทำให้ไม่มีน้ำนมแม่เหลือและไหลออกมาให้เห็น

4. แม่ต้องดื่มน้ำมากๆ วันละ 3 ลิตร และกินอาหารให้ครบทุกหมู่ พักผ่อนให้พอ เพื่อให้คงการผลิตน้ำนมได้มากและนาน ทุกคนในครอบครัวต้องเป็นกำลังใจให้แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

5. ความเครียดของแม่จะทำให้นมผลิตออกมาน้อย และเป็นอุปสรรคสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

6. อย่าหวั่นไหวกับเสียงรอบข้างที่แนะนำให้ลูกกินน้ำร่วมกับนมแม่ เพราะในน้ำนมมีน้ำอยู่แล้วค่อนข้างมากึง 80% หากให้ลูกกินน้ำก่อนลูกอายุ 6 เดือน ลูกจะได้รับนมแม่ไม่พอ และน้ำจะไปล้างสารฆ่าเชื้อในนมแม่ที่ช่วยให้ลูกแข็งแรง

7. ปริมาณน้ำนมแม่และสารอาหารในน้ำนมแม่จะเปลี่ยนแปลงตามอายุลูก ดังนั้นน้ำนมของแม่แต่ละคนจึงเหมาะกับลูกของตนเองมากที่สุด

(update 12 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.152 March 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600