นมแม่เรื่อง win…win ของแม่และลูก


มายืนยับกันชัดๆ อีกครั้งกับประโยชน์ของนมแม่ที่ไม่ได้ให้ผลดีกับลูกที่คุณรักเท่านั้น แต่กับตัวคุณแม่เองที่ให้ลูกดูดนมจากเต้าก็ได้รับประโยชน์ไม่น้อยเลยค่ะ


นมแม่…เรื่องดีๆ ของแม่

คุณแม่สามารถให้ลูกดูดนมแม่ได้ทันทีที่ลูกเกิดเลยค่ะ และให้ได้ยาวนานเท่าที่ลูกน้อยพอใจ หรืออย่างน้อย 6 เดือนแรกของชีวิตลูกต้องได้รับนมแม่อย่างเดียวค่ะ

ประโยชน์เรื่องการให้นมแม่นี้ นอกจากจะเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกแล้ว ยังเกิดผลดีกับสุขภาพคุณแม่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวด้วย นั่นคือ
1. ประโยชน์ระยะสั้น การให้นมแม่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายคุณแม่ผลิตฮอร์โมนออกซิโตซิน (oxytocin) เพิ่มมากขึ้น นอกจากจะส่งผลให้ต่อมน้ำนมผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นแล้วยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย ขณะเดียวกันก็ช่วยให้มดลูกกลับเข้าอู่ได้เร็วขึ้น

2. การศึกษาล่าสุดพบว่าฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการให้นมแม่มีผลกับมดลูก คือช่วยลดความเสี่ยงของคุณแม่จากการตกเลือดหลังคลอด และข้อมูลเบื้องต้นจากกุมารแพทย์ เมืองซานดิเอโก สหรัฐฯ ก็ชี้ว่าการให้นมแม่ช่วยป้องกันคุณแม่จากการซึมเศร้าหลังคลอดด้วยค่ะ

3. การให้นมแม่แม้เพียงแค่ 2-3 เดือนยังช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก และมะเร็งรังไข่ค่ะ รวมทั้งช่วยให้กระดูกของคุณแม่แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ด้วยค่ะ

นมแม่..เรื่องดีๆ ของลูกน้อย

1. นมแม่ช่วยเพิ่มระดับสติปัญญาของลูก มาย้ำกันอีกครั้งกับงานวิจัยที่ศึกษาพฤติกรรมและการเรียนรู้ของกลุ่มวยรุ่นอายุตั้งแต่ 13-19 ปี พบว่าเด็กที่เคยได้กินนมแม่จะมีความฉลาดมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่

2. เด็กที่กินนมแม่จะมีความผ่อนคลายจากความเจ็บป่วยได้ดีกว่าและมีความตึงเครียดทางอารมณ์น้อยกว่า การศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กที่กินนมแม่จะร้องไห้ งอแงน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ เมื่อหนูๆ เครียด เจ็บจากการฉีดยา พบว่าอัตราการเต้นของหัวใจของเด็กที่กินนมแม่จะช้ากว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ด้วย นั่นแสดงว่าเด็กสามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้ดีค่ะ

ซึ่งเรื่องการป้องกันความตึงเครียดไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก จะส่งผลดีกับกระบวนการทางเคมีในสมองเมื่อเด็กๆ โตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ช่วยให้เด็กสามารถรับมือกับภาวะกดดันและความกังวลใจได้ดี สมาคมกุมารแพทย์อเมริกันเองก็ยืนยันว่าการให้นมแม่ขณะที่เด็กต้องเผชิญกับความเจ็บปวด เช่น ฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเจ็บปวดได้ดีค่ะ

3. นมแม่ช่วยให้หนูๆ มีสุขภาพกระดูกที่แข็งแรง มีการศึกษากับเด็กอายุ 8 ขวบ พบว่าเด็กที่กินนมแม่มาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป จะมีมวลกระดูก (ความหนาแน่นของกระดูก) ที่กระดูกคอและกระดูกสันหลัง มากกว่าเด็กที่กินนมแม่น้อยกว่า 3 เดือนหรือไม่ได้กินนมแม่เลย

4. นมแม่ช่วยขจัดความเสี่ยงจากการเป็นโรคภูมิแพ้ในเด็ก ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งชี้ว่า เด็กที่กินนมแม่ตลอดในช่วง 2 ปีแรกจะไม่ประสบปัญหาโรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้จากโรคเยื่อเมือกในช่องจมูกอักเสบ หรือโรคผิวหนังอักเสบ

5. สำหรับผู้ใหญ่คอเลสเตอรอลอาจไม่ใช่ของดีนัก แต่กับทารกแล้วจำเป็นกับการเจริญเติบโตมาก ซึ่งเด็กที่กินนมแม่จะได้รับคอเรสเตอรอลสูงกว่าเด็กที่กินนมผสม และประโยชน์คอเลสเตอรอลสูงๆ ในนมแม่นี้จะช่วยให้โปรแกรมกระบวนการเผาผลาญอาหารของเด็กเป็นไปตามหลักโภชนาการ ลดภาวะ การมีคอเลสเตอรอลสูง และเมื่อมีอายุมากขึ้น ก็ไม่ต้องพบกับปัญหาเรื่องการกำจัดอาหารอีกด้วย

6. นมแม่ช่วยควบคุมภาวะอ้วนในอนาคตได้ งานวิจัยพบว่าระดับโปรตีนที่สูงในฮอร์โมน leptin (ในนมแม่) มีผลกับกระบวนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายทารก ซึ่งจะผลกับความสามารถในการควบคุมปริมาณอาหารและแคลอรี่ในร่างกายเด็กค่ะ

สรุปว่าเด็กที่กินนมแม่จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวและลดความเสี่ยงจากภาวะอ้วนในอนาคตได้ และอีกการศึกษาหนึ่งพบว่านมแม่จะมีระดับอินซูลินต่ำ ซึ่งจะช่วยควบคุมการเกิดภาวะอ้วนของเด็กได้เช่นกัน

7. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหอบหืด ถ้าลูกคุณมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคหอบหืดหรือปัญหาสุขภาพในระบบทางเดินหายใจ นมแม่สามารถป้องกันภาวะเหล่านั้นได้ค่ะ กลุ่มนักวิจัยชาวออสเตรเลีย พบว่าเด็กที่กินนมแม่จะมีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อค้านกับโรคหืด แม้ในขณะที่แม่มีปัญหาเรื่องการหายใจอยู่ก็ตาม และอีกการศึกษาหนึ่งก็พบว่าแม้ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 2 สัปดาห์หลังคลอดที่เด็กได้รับนมแม่ก็ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านไม่ให้หอบหืดลุกลามค่ะ

8. เด็กที่กินนมแม่จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีมาก เพราะในน้ำนมแม่มีปัจจัยที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันมากมาย การศึกษาล่าสุดชี้ว่าภูมิคุ้มกันนั้นอาจจะมีอยู่ในตัวเด็กถาวร แม้ว่าเด็กจะหย่านมแม่ไปแล้วก็ตาม ฉะนั้นเด็กที่กินนมแม่จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ค่ะ

นี่แค่บางส่วนนะคะ ยังมีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพเกิดขึ้นกับคุณแม่และลูกอีกมากมายแล้วจะรอช้าอยู่ไย… จริงไหมคะ มาให้นมแม่แก่เจ้าหัวใจของเราทันทีและยาวนานที่สุดกันเถอะค่ะ


(update 9 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 276 มกราคม 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600