อารมณ์เสริมสมอง!!!


สมองส่วน Limbic System ที่คอยกำกับควบคุมอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ของเบบี๋เริ่มทำงานหนักตั้งแต่ช่วงปีแรกของชีวิตและอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ก็ล้วนมีผลต่อสมองและความฉลาดทั้งนั้นเลยค่ะ


  • อารมณ์ดี…สมองดี ?
เป็นเรื่องจริงค่ะ มีรายงานการศึกษาวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติยืนยันมาว่า ถ้าเบบี๋เป็นเด็กอารมณ์ดีสนุกสนาน ร่าเริง จะส่งผลดีๆ อีกหลายอย่าง เช่น เป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยร้องไห้ ฯลฯ และผลของอารมณ์ที่ดีนี้เองจะทำให้สมองของลูกสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อเซลล์สมองที่กระจายตัวอยู่กว่าล้านเซลล์เข้าหากันดียิ่งขึ้น ลูกจึงเป็นคนปรับตัวได้ดี ฉลาดมากขึ้น และสามารถเรียนรู้โลกกว้างขึ้นอีกด้วย


  • อารมณ์เสีย…สกัดกั้นสมอง
ตรงข้ามกับอารมณ์ดีเลยค่ะ ถ้ามีสิ่งที่ไม่ดีเข้ามากระทบกระเทือนจิตใจน้อยๆ จนรู้สึกกลัว โกรธ หรือไม่ชอบ สมองส่วน Limbic System ของลูกก็จะแปลข้อมูลออกมาเป็นความเครียด หรือไม่มีความสุข แล้วสร้างฮอร์โมนคอร์ติโซลออกมาทำลายสมอง โดยเฉพาะส่วนพื้นผิวสมอง โดยเฉพาะส่วนพื้นผิวสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิด ความฉลาดกับสมอง ส่วนฮิปโปแคมปัสที่เกี่ยวกับอารมณ์และความจำ

และถ้าเด็กคนไหนช่วงแรกเกิด-1 ขวบมีระดับความเครียดสูงมากๆ จะเป็นการเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการตื่นตัวและการระมัดระวังตัว ซึ่งเป็นสาเหตุให้เด็กเป็นโรคไฮเปอร์แอ็กทีฟ (Hyperactive) ได้ค่ะ


  • 7 วิธี เสริมความมั่นคงทางอารมณ์
พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กวัยขวบปีแรกขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นสำคัญนะคะ การสร้างความรู้สึกที่มั่นคงทางอารมณ์จึงเป็นตัวช่วยให้ลูกฉลาด จิตใจอ่อนโยน และยังกล้าเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ ด้วยความเต็มใจและมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ
1. ให้ความรักความอบอุ่นและทำให้ลูกรู้ว่าเขาคือคนพิเศษแต่ไหนสำหรับคุณพ่อคุณแม่ อาจจะผ่านการสัมผัสหรือด้วยคำพูดดีๆ ที่บ่งบอกความรู้สึกก็ได้

2. อ่านหนังสอนนิทานและเปิดเพลงหรือร้องเพลงให้ลูกฟัง ถึงลูกจะยังเล็กก็ควรสร้างบรรยากาศให้คุ้นเคยไว้แต่เนิ่นๆ

3. ปล่อยให้ลูกมีอิสระในการเรียนรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 และเล่นซุกซนไปตามวัย ลูกจะรู้สึกสนุกและมั่นใจ

4. มีเวลาพูดคุยกับลูกบ่อยๆ แม้ว่าวัยนี้เขาจะไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ แต่ลูกจะบอกความรู้สึกผ่านสีหน้า แววตา หรือบางทีอาจจะอ้อแอ้ๆ บ้างแล้ว

5. แม้จะตัวเล็กกะจิริด แต่ความรู้สึกของลูกก็สำคัญนะคะ พ่อแม่ควรสังเกตอารมณ์ของลูกให้ได้ว่าที่ร้องนั้นเพราะต้องการอะไรจะได้ตอบสนองความต้องการได้ถูกต้อง

6. ทำให้ลูกรู้สึกดีกับตัวเองด้วยการให้กำลังใจและชื่นชมลูก บอกว่าลูกเก่งแค่ไหนเวลาที่ลูกทำตามที่คุณแม่บอก หรือทำอะไรใหม่ๆ ได้

7. หัวเราะกับลูกอย่างเต็มเสียง เพื่อถ่ายทอดความสุขจากตัวคุณแม่ไปสู่ลูก แล้วเขาจะมีความสุขด้วย แต่ถ้าลูกร้องไห้หรืออารมณ์ไม่ดี เพียงคุณแม่โอบกอดและปลอบโยนเบาๆ เสมือนรับรู้ทุกข์นั้นๆ ด้วย ลูกก็รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และสบายอารมณ์แล้วล่ะ

  • รู้หรือไม่ว่า…
-พัฒนาการสมองของเด็กเริ่มขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์หลังปฏิสนธิเพียง 8 สัปดาห์ ระบบใยสมองก็เริ่มเชื่อมโยงเป็นร่างแห

- เซลล์สมองแบ่งตัวเร็วมาก วันหนึ่งเป็นแสนๆ เซลล์ หรือประมาณนาทีละ 250,000 เซลล์

- เมื่อทารกคลอดออกมามีเซลล์สมองอยู่ 100,000 ล้านเซลล์ เท่ากับดวงดาวทั้งหมดในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก

- เซลล์สมองแต่ละเซลล์เหมือนขั้วแบตเตอรี่เชื่อมโยงกันโดยใยประสาท เป็นร่างแหมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

หากพ่อแม่สังเกตอารมณ์ของลูก และตอบสนองอารมณ์ลูกอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยก่อสร้างนิสัยที่ดีแก่ลูกให้รู้จักแสดง ออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมแต่ยังช่วยให้ลูกฉลาดได้อีกด้วยค่ะ


(update 13 ตุลาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No.129 July 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600